การประมูลซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี
การซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนหรือเอาไว้ใช้อยู่อาศัยเอง
ในประเทศไทยราคาอสังหาริมทรัพย์เก่าจะถูกกว่าอสังหาริมทรัพย์ใหม่ค่อนข้างมาก
ถึงแม้ว่าจะอยู่ในทำเลเดียวกันก็ตาม บางโครงการซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันมาก
แต่คอนโดเก่ามีราคาเพียงแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ของคอนโดใหม่เท่านั้น อย่างเช่นคอนโดของผมที่ซอยสุขุมวิท
23 โดยทั้ง 2 โครงการมีที่ตั้งอยู่เยื้องกัน
โครงการเก่าราคาตลาดอยู่ที่ตารางเมตรละ 70,000 บาท ในขณะที่โครงการใหม่ราคาตารางเมตรละ 210,000 บาท จึงเป็นโอกาสดีของคนที่คิดจะซื้ออสังหาเพื่อไว้อยู่อาศัยเอง
ผมแนะนำว่าควรจะซื้ออสังหาเก่า แล้วนำมาปรับปรุงใหม่
โดยเมื่อคำนวณราคาของอสังหาเก่าบวกกับค่าตกแต่งใหม่แล้ว ราคารวมน่าจะอยู่ที่ประมาณ
40 เปอร์เซ็นต์ของราคาอสังหาใหม่
ทำให้คุณประหยัดงบประมาณไปได้ถึง 60
เปอร์เซ็นต์ของงบที่คุณจะซื้ออสังหาใหม่ แล้วนำเงินนั้นมาลงทุน
ให้ได้ผลตอบแทนงอกเงยไม่ดีกว่าเหรอ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนไทยไม่ชอบของเก่า
ส่วนใหญ่จะชอบของใหม่ และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ กลัวว่าบ้านหรือคอนโดยูนิตนั้น
อาจจะเคยมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านหรือคอนโดนั้นมาก่อน
ซึ่งเป็นเรื่องตลกมากของชาวพุทธ ที่ศาสนาพุทธสอนว่าคนเรามี "เกิด แก่ เจ็บ
ตาย" มีบ้านไหนที่ไม่เคยมีคนตายมาก่อน ถึงแม้ว่าตอนนี้ยังไม่มี
แต่อนาคตก็ต้องมีแน่นอน
ไม่ว่าจะซื้ออสังหาเอาไว้อยู่อาศัยหรือเพื่อการลงทุน ทำเลเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง การเดินทางต้องสะดวก ถ้าอยู่อาศัยเองก็ควรจะเลือกหาอสังหาที่อยู่ใกล้กับที่ทำงานเป็นหลัก
เพื่อจะได้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
แต่ถ้าจะเลือกซื้อเพื่อการลงทุน คงจะต้องนำปัจจัยหลายอย่างมาคำนึง ไม่ว่าจะเป็นราคาที่จะขึ้นไปได้อีกในอนาคต
ถ้าจะซื้อตึกแถว ก็ต้องดูว่าทำเลของตึกแถวนั้นทำการค้าได้หรือไม่
ถ้าทำการค้าขายได้ จะขายได้ราคาสูงกว่าปกติ ตึกบางแห่งขนาดพื้นที่เล็กนิดเดียวแต่ขาย
15 ล้าน ขณะที่ตึกละแวกเดียวกันอยู่ลึกเข้าไปแค่ 200 เมตร ราคาอาจเหลือแค่ 5-7
ล้าน เพราะค้าขายไม่ได้ อย่างไรก็ดี การลงทุนในตึกแถวที่มีทำเลการค้าอาจมีความเสี่ยงตรงที่ว่า
ถ้าทำเลการค้าเปลี่ยน เช่น ย้ายป้ายรถเมล์ หรือเส้นทางเดินรถเปลี่ยน
หรือมีทางยกระดับผ่านหน้าตึก ฯลฯ จะทำให้ราคาตึกแถวเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้เช่นกัน หรือถ้าจะซื้อไว้ปล่อยเช่า
ก็คงจะต้องดูว่าผลตอบแทนจากการเช่าเป็นเท่าไหร่
