อิทธิพลของจีนต่อพื้นที่สำนักงานของเอเชีย
ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา
เราต้องยอมรับว่าประเทศจีนเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ประเทศจีนเป็นประเทศที่ทรงอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆ
ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าและบริการ
รวมทั้งยังเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวทั่วโลกมากที่สุด
ถ้าประเทศจีน Boycott ประเทศใดประเทศหนึ่ง
นั่นหมายถึงผลลบที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ เหมือนอย่างเช่น เวียดนาม
เกาหลี และฟิลิปปินส์ ที่เคยถูก Boycott จากรัฐบาลจีนมาก่อน
และประชาชนจีนเองก็ค่อนข้างจะมีความเป็นชาตินิยมสูง
ยิ่งการที่คนจีนมีการใช้อินเตอร์เน็ตกันอย่างแพร่หลาย รวมทั้งนิยมใช้ Social
Media ต่างๆ ทำให้เมื่อใดที่รู้สึกว่าไม่ถูกใจประเทศใดประเทศหนึ่ง
ก็จะร่วมกันแอนตี้สินค้าหรือบริการจากประเทศนั้นๆ
รวมทั้งเลิกหรือระงับการเดินทางไปเที่ยวประเทศนั้นๆ เป็นต้น
ผมยังจำได้ว่าเคยมีดาราสาวฮอลลีวูดท่านหนึ่ง คือ ชารอน สโตน
ซึ่งผู้อ่านที่มีอายุขึ้นต้นด้วยเลข 4 คงจะรู้จักกันแทบทุกคน
เธอเคยให้สัมภาษณ์ในทํานองสมน้ำหน้าคนจีน ในช่วงที่เกิดภัยพิบัติเมื่อหลายปีก่อน
ส่งผลให้ภาพยนตร์ของเธอถูกแอนตี้จากคนจีนเกือบทั้งประเทศ
รวมทั้งรัฐบาลจีนก็ได้สั่งห้ามภาพยนตร์ที่มีเธอนำแสดงอยู่เข้ามาฉายในประเทศจีนด้วย
อิทธิพลของจีนที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ภาพยนตร์ฮอลลีวูดหลายเรื่อง
ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า มีนักแสดงที่เป็นคนจีนร่วมแสดงในภาพยนตร์เหล่านั้นด้วย
เพื่อดึงดูดให้คนจีนมาชมภาพยนตร์ของตน
การลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมของนักลงทุนและนักธุรกิจสัญชาติจีน
กำลังเป็นที่ต้องการของประเทศต่างๆทั่วโลก ยกเว้นประเทศทางแถบตะวันตก
ที่อาจจะมีอคติกับประเทศจีน ทำให้การร่วมทุนหรือการซื้อกิจการของธุรกิจบางประเภท
โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
มักจะถูกกีดกันโดยรัฐบาลของประเทศเหล่านั้น
ผมได้อ่านรายงานของเจแอลแอลมีชื่อว่า China12: China's Cities Go Global ซึ่งวิเคราะห์ 12
หัวเมืองบนแผ่นดินใหญ่ของจีน (China12) ซึ่งประกอบไปด้วยเมือง
Beijing, Chengdu, Chongqing, Guangzhou, Hangzhou, Nanjing, Shanghai,
Shenzhen, Suzhou, Tianjin, Wuhan และ Xi'an ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทรุ่นใหม่ที่กำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
ซึ่งบริษัทเหล่านี้มีความเคลื่อนไหวและความมุ่งหวังสูงที่จะเติบโต
และจะกลายเป็นคลื่นลูกต่อไปที่จะขยายธุรกิจออกไปยังทั่วโลก ดังจะเห็นได้จากการที่มีบริษัทจีนจำนวนมาก
ทั้งที่เป็นบริษัทที่ก่อตั้งมานานแล้วและที่เป็นบริษัทสตาร์ทอัพ
ได้ขยายธุรกิจออกไปในต่างประเทศ โดยเฉพาะเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ
สิงคโปร์ โตเกียว โซล จาการ์ตา กรุงเทพฯ และเดลี
สิงคโปร์ เป็นเมืองอันดับหนึ่งที่มีบริษัทจากจีนแผ่นดินใหญ่ขยายเข้าไปเปิดดำเนินธุรกิจมากที่สุดในโลก
เนื่องจากสิงคโปร์เป็นแหล่งธุรกิจที่มีเสถียรภาพและความโปร่งใสสูงสุดในเอเชีย
อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางการเงินของโลก
มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงที่แข็งแกร่งกับจีน และมีชัยภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเป็นประตูสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

