จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร

จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร
เล่าประสบการณ์การลงทุนของผมที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ # แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ # แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561

อิทธิพลของจีนต่อพื้นที่สำนักงานของเอเชีย


                                      อิทธิพลของจีนต่อพื้นที่สำนักงานของเอเชีย



        ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา เราต้องยอมรับว่าประเทศจีนเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว  ทำให้ประเทศจีนเป็นประเทศที่ทรงอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าและบริการ รวมทั้งยังเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวทั่วโลกมากที่สุด ถ้าประเทศจีน Boycott ประเทศใดประเทศหนึ่ง นั่นหมายถึงผลลบที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ เหมือนอย่างเช่น เวียดนาม เกาหลี และฟิลิปปินส์ ที่เคยถูก Boycott จากรัฐบาลจีนมาก่อน และประชาชนจีนเองก็ค่อนข้างจะมีความเป็นชาตินิยมสูง ยิ่งการที่คนจีนมีการใช้อินเตอร์เน็ตกันอย่างแพร่หลาย รวมทั้งนิยมใช้ Social Media ต่างๆ ทำให้เมื่อใดที่รู้สึกว่าไม่ถูกใจประเทศใดประเทศหนึ่ง ก็จะร่วมกันแอนตี้สินค้าหรือบริการจากประเทศนั้นๆ รวมทั้งเลิกหรือระงับการเดินทางไปเที่ยวประเทศนั้นๆ เป็นต้น

        ผมยังจำได้ว่าเคยมีดาราสาวฮอลลีวูดท่านหนึ่ง คือ ชารอน สโตน ซึ่งผู้อ่านที่มีอายุขึ้นต้นด้วยเลข 4 คงจะรู้จักกันแทบทุกคน เธอเคยให้สัมภาษณ์ในทํานองสมน้ำหน้าคนจีน ในช่วงที่เกิดภัยพิบัติเมื่อหลายปีก่อน ส่งผลให้ภาพยนตร์ของเธอถูกแอนตี้จากคนจีนเกือบทั้งประเทศ รวมทั้งรัฐบาลจีนก็ได้สั่งห้ามภาพยนตร์ที่มีเธอนำแสดงอยู่เข้ามาฉายในประเทศจีนด้วย อิทธิพลของจีนที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ภาพยนตร์ฮอลลีวูดหลายเรื่อง ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า มีนักแสดงที่เป็นคนจีนร่วมแสดงในภาพยนตร์เหล่านั้นด้วย เพื่อดึงดูดให้คนจีนมาชมภาพยนตร์ของตน

        การลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมของนักลงทุนและนักธุรกิจสัญชาติจีน กำลังเป็นที่ต้องการของประเทศต่างๆทั่วโลก ยกเว้นประเทศทางแถบตะวันตก ที่อาจจะมีอคติกับประเทศจีน ทำให้การร่วมทุนหรือการซื้อกิจการของธุรกิจบางประเภท โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มักจะถูกกีดกันโดยรัฐบาลของประเทศเหล่านั้น

        ผมได้อ่านรายงานของเจแอลแอลมีชื่อว่า China12: China's Cities Go Global ซึ่งวิเคราะห์ 12 หัวเมืองบนแผ่นดินใหญ่ของจีน (China12) ซึ่งประกอบไปด้วยเมือง Beijing, Chengdu, Chongqing, Guangzhou, Hangzhou, Nanjing, Shanghai, Shenzhen, Suzhou, Tianjin, Wuhan และ Xi'an ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทรุ่นใหม่ที่กำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งบริษัทเหล่านี้มีความเคลื่อนไหวและความมุ่งหวังสูงที่จะเติบโต และจะกลายเป็นคลื่นลูกต่อไปที่จะขยายธุรกิจออกไปยังทั่วโลก ดังจะเห็นได้จากการที่มีบริษัทจีนจำนวนมาก ทั้งที่เป็นบริษัทที่ก่อตั้งมานานแล้วและที่เป็นบริษัทสตาร์ทอัพ ได้ขยายธุรกิจออกไปในต่างประเทศ โดยเฉพาะเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ สิงคโปร์ โตเกียว โซล จาการ์ตา กรุงเทพฯ และเดลี

        สิงคโปร์ เป็นเมืองอันดับหนึ่งที่มีบริษัทจากจีนแผ่นดินใหญ่ขยายเข้าไปเปิดดำเนินธุรกิจมากที่สุดในโลก เนื่องจากสิงคโปร์เป็นแหล่งธุรกิจที่มีเสถียรภาพและความโปร่งใสสูงสุดในเอเชีย อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางการเงินของโลก มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงที่แข็งแกร่งกับจีน และมีชัยภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเป็นประตูสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ประโยชน์และโทษของการแข็งค่าของเงินบาท


ประโยชน์และโทษของการแข็งค่าของเงินบาท


          ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นนักธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนหรือซื้อหุ้นในต่างประเทศกันอย่างคึกคักมากไม่ว่าจะเป็น คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี  ที่นำบริษัทในเครือ (TCC ASSET) เข้าไปซื้อหุ้น F&N (FRASER AND NEAVE) จนถือหุ้นถึง 90.32% F&N เป็นบริษัทสัญชาติสิงคโปร์ โดยเสนอซื้อในราคา 9.55 เหรียญสิงคโปร์ดอลล่าร์ (7.71 เหรียญสหรัฐ)/หุ้น F&N นอกจากจะมีธุรกิจเครื่องดื่มทั้ง ALCOHOL และ NON ALCOHOL แล้วยังมีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสิ่งพิมพ์ซึ่งมีมูลค่ารวม 13,750 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (333,000 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าเป็นดีลใหญ่ที่สุดในช่วงนั้น ของการเทคเวอร์ในสิงคโปร์เลยทีเดียว ซึ่งการเทคโอเวอร์ครั้งนั้น TCC ASSET ต้องแข่งขันกับคู่แข่งนานาชาติไม่ว่าจะเป็น OVERSEA UNION ENTERPRISE (OUE) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สัญชาติสิงคโปร์ โดยร่วมกับ KIRIN บริษัทเบียร์จากญี่ปุ่น โดยถ้าประมูลชนะได้ทาง OUE จะเอาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ KIRIN จะได้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มไป แต่ในที่สุด TCC ASSET ของเจ้าสัวเจริญเป็นผู้เสนอราคาสูงสุด และได้ F&N ไปครอง โดยมีการขึ้นราคารับซื้อแข่งกันอยู่หลายครั้ง  ซึ่งต่อมาก็ได้นำมาต่อยอดกับธุรกิจในเครือ ซึ่งมีทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจโรงงานขวดแก้ว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเครือได้เป็นอย่างดี

          กลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ (CP) นำโดยเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ เข้าซื้อหุ้นของบริษัทผิงอัน ประกันภัย 15.60% จาก HSBC ในดีลมูลค่าถึง 9,400 ล้านเหรียญสหรัฐ (282,000 ล้านบาท) ที่ราคา 59 ดอลลาร์ฮ่องกง/หุ้น (255 บาท/หุ้น) โดยทางกลุ่ม CP ใช้เงินสดและเงินกู้จาก CHINA DEVELOPMENT BANK

          กลุ่มเซ็นทรัล เข้าซื้อกิจการห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ 150 ปี ของอิตาลี LA RINASCENTE ด้วยมูลค่า 260 ล้านยูโร (10,000 ล้านบาท)  และต่อมาก็ได้ไปเทคโอเวอร์ห้างสรรพสินค้า ILLUM ประเทศเดนมาร์คซึ่งมีอายุนานกว่า 12 ปี ซึ่งอยู่ในกลางกรุงโคเปนเฮเกน ด้วยขนาดพื้นที่ 20,000 ตรม. โดยซื้อผ่านทางห้าง LA RINASCENTE

          กลุ่ม MINT เข้าซื้อ OAKS HOTELS&RESORTS (OAKS) เป็น HOTEL CHAIN ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศออสเตรเลียโดยผ่านทางบริษัทย่อย DELICIOUS FOOD HOLDING ที่จดทะเบียนในสิงคโปร์เมื่อปี 2554

          นอกจากกลุ่มดังกล่าวแล้วยังมีอีกหลายธุรกิจที่เข้าไปเทคโอเวอร์ กิจการในต่างประเทศหรือซื้อหุ้นบางส่วน เช่น IVL เข้าซื้อธุรกิจบรรจุภัณฑ์ในประเทศไนจีเรีย ทวีปแอฟริกา เป็นต้น