อสังหาริมทรัพย์ทางเลือก
วันก่อนผมได้อ่านรายงานการวิจัย “The Rise of Alternative Real Estate in Asia
Pacific” ของบริษัทโจนส์แลงลาซาล(JLL) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาและให้บริการทางด้านอสังหาริมทรัพย์
โดยรายงานดังกล่าวได้ระบุว่า นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจโอกาสการลงทุนใน 'อสังหาริมทรัพย์ทางเลือก' ในเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น
เนื่องจากให้ผลตอบแทนการลงทุนสูงและมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว
0 อสังหาริมทรัพย์ทางเลือก
ในที่นี้ หมายถึงอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ
ที่ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์กลุ่มหลักที่ประกอบด้วย ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน
ศูนย์การค้า อสังหาริมทรัพย์เชิงอุสาหกรรม โกดัง/ศูนย์จัดเก็บและกระจายสินค้า
อพาร์ทเม้นท์ โรงแรม และเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ตัวอย่างของอสังหาริมทรัพย์ทางเลือก
ได้แก่ บ้านพักผู้สูงวัย/ศูนย์ดูแลคนชรา ที่พักนักเรียน/นักศึกษา โรงเรียน
ดาต้าเซ็นเตอร์
(พื้นที่จัดวางระบบประมวลผลกลางและระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขององค์กร)
ห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่า ไปจนถึงห้องแล็บหรือห้องทดลอง เป็นต้น
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทางเลือก
นับเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่สำหรับภูมิภาคเอเชียซิฟิกรวมทั้งประเทศไทย
เมื่อเทียบกับยุโรปและสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี
จากการที่นักลงทุนมองหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ และการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น
ทำให้ความสนใจอสังหาริมทรัพย์ทางเลือกในเอเชียแปซิฟิกมีมากขึ้น ทั้งนี้
รูปแบบการลงทุนส่วนใหญ่มักเป็นการสร้างหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่ง
เพื่อให้เช่าระยะยาวแก่ผู้ประกอบการในธุรกิจประเภทนั้น
ทำให้เป็นการลงทุนที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่องและมีความผันผวนต่ำกว่าเมื่อเทียบกับอสังหาริมทรัพย์กลุ่มหลัก
อสังหาริมทรัพย์ทางเลือกหลายประเภท
ให้ผลตอบแทนการลงทุนที่สูงกว่าอสังหาริมทรัพย์กลุ่มหลัก ตัวอย่างเช่น
ดาต้าเซ็นเตอร์ ให้ผลตอบแทนการลงทุน 6% ที่โตเกียวและสิงคโปร์ และ 6-7% ที่ซิดนีย์
ในขณะที่การลงทุนในอาคารสำนักงานที่โตเกียวจะให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ประมาณ 2.5% และที่ซิดนีย์ให้ผลตอบแทน 4.5%
ส่วนการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทศูนย์กาค้าให้ผลตอบแทนประมาณ 2.5-3% ที่โตเกียว และประมาณ 5% ที่ซิดนีย์
