ทริปสิงคโปร์สวิส
ตอนที่ 1
ผมไม่ได้ไปสิงคโปร์มาเกือบ 6 ปี
การไปคราวนี้ก็ยังคงเห็นความแตกต่างเมื่อเทียบกับคราวที่แล้ว เริ่มต้นจากสนามบินชางฮี ซึ่งตกแต่งประดับประดาไว้อย่างสวยงามมาก
ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสนามบินแห่งนี้ ถึงได้ติดอันดับ 1 ของโลกจาก website
Skytrax ติดต่อกันมา 5 ปีแล้ว
โดยตั้งแต่ปี 2557
สนามบินชางงีได้มีโครงการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยใช้งบประมาณ 1.7
พันล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา บนพื้นที่คอมเพล็ก 1.4 ล้านตารางฟุต เพื่อสร้างบรรยากาศให้เป็นสวนป่า
ที่มีต้นไม้มากถึง 2,500 ต้น
ซึ่งยังไม่นับรวมพุ่มไม้จากพันธุ์ไม้นานาชนิด
และน้ำตกที่สูงถึง 40 เมตรและจะกลายเป็นอินดอร์วอเตอร์ฟอลล์ที่สูงที่สุดในโลก
นอกจากนี้ยังจะสร้างทางเดิน Sky Net ที่มีความยาว 50 เมตร
และมีความสูงจากพื้นดินถึง 25 เมตร เพื่อให้สามารถมองเห็นวิวจากด้านบน ซึ่งโครงการเหล่านี้จะเสร็จสมบูรณ์ภายในปี
2562 อะไรมันจะขนาดนั้น
ราวกับว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของสิงคโปร์เลยทีเดียว
กะว่าจะดึงผู้โดยสารที่ต้องต่อเครื่องไปยังเมืองอื่นหรือประเทศอื่นมาทรานสิทที่สิงคโปร์แทน
เมื่อดูพิพิธภัณฑ์ของสิงคโปร์แล้วหันกลับมาดูพิพิธภัณฑ์ของประเทศเราแล้วรู้สึกระเหี่ยใจจริงๆ จริงๆแล้วสิงคโปร์เป็นเพียงเกาะเล็กๆ ที่แทบจะไม่มี
resource ทางธรรมชาติทางด้านการท่องเที่ยวเลย
แต่เขาก็สามารถสร้างสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นมา และดึงดูดผู้คนทั่วโลกให้มาเยือนประเทศของเขาได้อย่างประสบความสำเร็จมาก อย่างเช่น Gardens by the Bay โดยเฉพาะ Flower Dome ในช่วงที่ผมไปเป็นเทศกาลซากุระ
เขานำต้นซากุระหลายสิบต้นเข้ามาปลูกไว้ในโดมแห่งนี้
ดูไปแล้วอดอิจฉาคนสิงคโปร์เสียมิได้ นี่ถ้าประเทศไทยเราไม่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม
ถามจริงๆเถอะเราจะเอาอะไรไปสู้กับเขา
ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของคนหรือรัฐบาลเราล้วนแต่ด้อยกว่าเขา และช่วง 10
ปีที่ผ่านมาก็มัวแต่ทะเลาะกันเอง จนประเทศไทยจะกลายเป็นคนป่วยแห่งอาเซียนไปเสียแล้ว
