จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร

จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร
เล่าประสบการณ์การลงทุนของผมที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ #สังคมก้มหน้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ #สังคมก้มหน้า แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ทริปสิงคโปร์-สวิส ตอนจบ


                                                ทริปสิงคโปร์-สวิส ตอนจบ


          บทความที่แล้วผมพูดถึงประเทศสิงคโปร์ จากการที่ รัฐบาลสิงคโปร์ได้ส่งเสริมและพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องการท่องเที่ยวแบบไม่หยุดยั้ง มีสร้างมีการสร้างจุดท่องเที่ยวใหม่อยู่เรื่อยๆ แม้กระทั่งสนามบินแห่งชาติของสิงคโปร์เอง ก็มีการปรับปรุงขยับขยายเพิ่มเติมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสนามบิน จน Concept ของสนามบินที่เราเข้าใจกันเริ่มจะเปลี่ยนไป กลายเป็นจุดท่องเที่ยวได้อีกแห่งหนึ่ง และการใช้เวลาในการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองสั้นมาก เมื่อเทียบกับสนามบินแห่งชาติของเรา

         เสร็จจากการเดินทางไปสิงคโปร์ 4 วัน ผมได้เดินทางต่อเนื่องไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีก 21 วัน ก่อนการเดินทางช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่ผมมีธุระค่อนข้างยุ่งเหยิง ในแต่ละวันยังจะต้องเจียดเวลา มานั่งทำโปรแกรมการท่องเที่ยวของสิงคโปร์และสวิส โชคดีที่ได้น้องสาวมาช่วยทำแผนการเดินทางให้ อย่างไรก็ตาม 1 เดือนก่อนการเดินทาง คืนที่นอนเร็วที่สุดก็คือตี 2-3 ส่วนตอนเช้าก็ต้องตื่นประมาณ 7-8 โมงเช้า เฉลี่ยได้นอนคืนละประมาณ 5 ชั่วโมงเท่านั้น และไม่ได้ออกกำลังกายเลย ผมรู้สึกตัวเองได้เลยว่าสุขภาพช่วงนั้นค่อนข้างแย่

         ในระหว่างการท่องเที่ยวในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ผมได้เรื่มหวนคิดถึงสุขภาพของตัวเอง จึงตั้งใจว่าหลังจากกลับจากการเดินทางท่องเที่ยวครั้งนี้ จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของตัวเองใหม่ โดยจะใส่การออกกำลังกายการฝึกโยคะเข้าไปไว้ในตารางชีวิตประจําวัน และจะนอนก่อน 5 ทุ่มรวมทั้งจะลด ละ เลิก ทานอาหารขยะอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยตั้งใจว่าจะต้องออกกำลังกายไม่ต่ำกว่าวันละ 1 ชั่วโมง และสัปดาห์ละ 5 วันเป็นอย่างน้อย โดยจะมีการออกกำลังกายแบบ aerobic และ anaerobic  และเนื่องจากพาหนะหลักในการเดินทางของผมก็คือ ขนส่งมวลชนไม่ว่าจะเป็น BTS MRT หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ผมได้ตั้งใจแล้วว่า ถ้าวันไหนไม่รีบเร่งและอากาศไม่ร้อนจนเกินไป ในระยะทางที่ไม่เกิน 2 กิโลเมตร ผมจะใช้วิธีเดินแทนที่จะใช้บริการขนส่งมวลชน  เพราะว่าช่วงที่ผมท่องเที่ยวอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผมเดินเฉลี่ยวันละประมาณ 15 ถึง 20 กิโลเมตร ทำให้หลังจากกลับมาน้ำหนักตัวผมลดลงไปได้ถึง 3 กิโลกรัม  ทำให้กางเกงหลายตัวที่เคยใส่ไม่ได้ กลับมาใส่ได้เหมือนเดิม 

           สิ่งสำคัญที่สุดของคนเราก็คือสุขภาพ เพราะว่าถ้าเป็นคนขี้โรค หรือมีโรคภัยไข้เจ็บที่รักษาหายยาก หรือรักษาไม่ได้ หรือต้องใช้การรักษาต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี ค่าใช้จ่ายในการรักษาปัจจุบันนี้แพงมาก และอนาคตก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก ค่ารักษาพยาบาลจะเป็นการจะเป็นตัวบั่นทอนความมั่งคั่งของผมในอนาคตเป็นอย่างมาก ถ้าสุขภาพผมไม่ดี ถึงแม้ว่าตัวผมเองจะถือหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลไว้ในสัดส่วนที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นก็ตาม แต่คำว่า "อโรคยา ปรมาลาภา" ก็เป็นคำสอนที่เป็นอมตะนิรันดร์กาล