จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร

จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร
เล่าประสบการณ์การลงทุนของผมที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ #ผลตอบแทน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ #ผลตอบแทน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562

ลงทุนอะไรดีในช่วงดอกเบี้ยเงินฝาก 1.5 เปอร์เซ็นต์ (ตอนที่ 18)

 ลงทุนอะไรดีในช่วงดอกเบี้ยเงินฝาก 1.5 เปอร์เซ็นต์ (ตอนที่ 18



         เมื่ออ่านบทความชุดนี้แล้ว  อยากจะเริ่มลงทุนหุ้นและอสังหาริมทรัพย์กันขึ้นมาแล้วใช่ไหมครับโดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ปัญหาที่ตามมาคือว่าจะซื้อห้องแบบไหนดี จะเลือกกี่ห้องนอนดี ผมขอแนะนำง่ายๆครับ เฉพาะทำเลสุขุมวิท เพลินจิต สาธร จะมีความต้องการทุกประเภทครับ ส่วนทำเลอื่นๆ Studio กับ 1 ห้องนอนจะเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า เพราะว่าทำเลข้างต้นมีอุปทานที่เป็นอาคารพาณิชย์ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์มาแย่งลูกค้าไม่มากนัก และ 3 อย่างนี้มี Expat ต้องการอาศัยอยู่มาก ซึ่ง Expat หลายๆคนมาทำงานที่เมืองไทยได้อพยพครอบครัวมาอยู่ด้วยกัน อุปทานประเภท 2-4 ห้องนอน จึงมีไม่เพียงพอ เพราะว่าโครงการใหม่ๆ จะมุ่งเน้นทำประเภท Studio และ 1 ห้องนอน มากกว่าแบบ 2-4 ห้องนอน และขนาดห้อง 2-4 ห้องนอนของโครงการที่ทำมาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จะมีขนาดที่เล็กมาก ทำให้ครอบครัว Expat โดยเฉพาะชาวตะวันตกที่รูปร่างใหญ่ และคุ้นเคยกับขนาดห้องที่กว้าง รู้สึกอึดอัดกับขนาดของคอนโดรุ่นหลังๆที่มีขนาดเล็ก จึงเป็นโอกาสดีที่คอนโดเก่าๆที่มีอายุ 10-20 ปีขึ้นไป กระโดดขึ้นมาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการที่จะตอบโจทย์ทางกลุ่มที่ต้องการห้องที่มีขนาดใหญ่หน่อย อีกทั้งราคาค่าเช่าคอนโดเก่าที่ถูกกว่าคอนโดใหม่ๆจึงทำให้พักหลังๆมีการเปลี่ยนมือของคอนโดขนาด 2-4 ห้องนอนมากขึ้น เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมากสำหรับคอนโดเก่าในเมืองไทย ที่มีราคาต่ำกว่าคอนโดใหม่ในบริเวณเดียวกันถึง 40-60% ในขณะที่ถ้าเป็น London หรือ Newyork ราคาจะต้องต่างกันประมาณ 20-30% เท่านั้น

ลงทุนอะไรดีในช่วงดอกเบี้ยเงินฝาก 1.5 เปอร์เซ็นต์ (ตอนที่ 14)

     ลงทุนอะไรดีในช่วงดอกเบี้ยเงินฝาก 1.5 เปอร์เซ็นต์ (ตอนที่ 14) 




           ผมเชื่อว่าหลังจากได้อ่านบทความที่แล้ว คงมีหลายๆท่านที่มีเงินออมแล้วอยากจะกระจายการลงทุนลงในอสังหาริมทรัพย์กันบ้าง บทความนี้ผมจะแนะนำวิธีการเลือกซื้อโครงการที่ประกันผลตอบแทน ซึ่งปัจจุบันนี้มีหลายโครงการที่นำเสนอขายอสังหาในโครงการของตน พร้อมรับประกันผลตอบแทนจากการเช่าในอัตราที่สูงถึงประมาณ 4-8%  ซึ่งนับว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจุบัน แต่การลงทุนในอสังหาเพื่อปล่อยเช่า โดยหาคนเช่าเองจริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ความพยายามและเวลามาก ลองมาดูกันครับว่า ถ้าท่านจะซื้อคอนโดสัก 1 ยูนิต เพื่อปล่อยเช่า ท่านต้องทำอย่างไรบ้าง

           เริ่มจากการ เลือกซื้อโครงการที่คาดว่าจะหาคนเช่าได้ง่าย ซึ่งถ้าอยากให้ประสบความสำเร็จ ก็ต้องทำการบ้านมากหน่อย โดยไปสำรวจในรัศมี 500-1,000 เมตร รอบๆโครงการว่ามีอสังหาที่ปล่อยเช่าไม่ว่าจะเป็นตึกแถว ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว คอนโด หรืออพาร์ตเมนต์ มีอุปทานเหลือมากน้อยแค่ไหน แล้วค่าเช่าที่เรียกเก็บอยู่ในอัตราใดบ้าง แล้วนำข้อมูลที่ได้มาประมวลผล หาความน่าจะเป็นที่จะหาคนเช่าได้ง่ายหรือยากอย่างไร รวมทั้งอัตราค่าเช่าควรจะอยู่ที่เท่าใด ถ้าสำรวจมาแล้วมีอุปทานเหลือน้อย คอนโดบริเวณดังกล่าวแทบจะไม่มีห้องปล่อยให้เช่าเหลืออยู่ อพาร์ตเมนต์ก็มีคนเช่าเต็ม ยังมีรายชื่อ waiting list รออยู่อีกยาวเหยียด ถ้าเป็นแบบนี้บอกได้เลยว่า คนเช่าแทบจะวิ่งหาคุณเสียด้วยซ้ำ เพราะว่ามีอุปสงค์มากกว่าอุปทาน

            แต่ถ้าไปสำรวจมาแล้วปรากฎว่า คอนโดในบริเวณดังกล่าวมีห้องเหลือปล่อยเช่าอีกหลายสิบห้อง อพาร์ตเมนต์ย่านนั้นเกือบทุกตึกก็มีห้องเหลืออีกตึกละหลายสิบห้อง บอกได้เลยว่าถ้าท่านซื้อคอนโดดังกล่าวไว้คงต้องเหนื่อยในการที่จะหาคนเช่า และจะตั้งราคาค่าเช่าในอัตราที่เท่าไหร่ จึงจะเหมาะสม ที่จะทำให้คนเช่ามาเช่าคอนโดของเรา ซึ่งเบื้องต้นคงจะต้องเปรียบเทียบขนาดของห้อง ลักษณะการตกแต่งทั้งภายในและภายนอกตัวอาคาร รวมทั้งการตกแต่งภายในห้องที่สวยงาม สังคมของผู้คนที่อาศัยอยู่ในอาคารนั้นๆ  วิวจากภายในห้อง(วิวที่สวย และไม่โดนบล็อค ย่อมหาคนเช่าได้ง่ายกว่า) ชั้น(ยิ่งสูงยิ่งได้ราคาดี) อายุของอาคาร(คนส่วนใหญ่มักจะชอบอาคารใหม่ๆมากกว่า ยกเว้นอาคารเก่าแต่มีการบำรุงรักษาที่ดี รวมทั้งอยู่ในโลเกชั่นที่ดี ก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ) FACILITIES ที่ดีและครบ เช่นมี FITNESS สระว่ายน้ำ ที่จอดรถที่เพียงพอ ระบบการรักษาความปลอดภัยที่ดี ย่อมดึงดูดคนเช่าได้มากกว่า ๆลๆ

            จากความยุ่งยากในการที่จะหาคนเช่ามาเช่าอสังหาที่นักลงทุนได้ซื้อลงทุนไว้ จึงมีบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายๆแห่ง ได้เล็งเห็นถึงเรื่องเหล่านี้ จึงเสนอทางเลือกให้นักลงทุนมีทางเลือกใหม่ คือ ขายอสังหาพร้อมรับประกันผลตอบแทนจากการเช่า แต่เนื่องจากมีหลายราย เราจะเลือกกันอย่างไรดี ผมมีข้อเสนอแนะดังนี้ครับ

ลงทุนอะไรดีในช่วงดอกเบี้ยเงินฝาก 1.5 เปอร์เซ็นต์ (ตอนที่ 13)

                   ลงทุนอะไรดีในช่วงดอกเบี้ยเงินฝาก 1.5%(ตอนที่ 13)



            การลงทุนในอสังหา โดยหวังผลตอบแทนจากการเช่า เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ผู้มีเงินออม เลือกใช้เพื่อเป็นการกระจายสินทรัพย์เพื่อการลงทุน โดยเฉพาะในยามที่ดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในอัตราต่ำติดดิน ซึ่งพอจะแยกได้เป็น 4 ประเภทดังนี้คือ

            1.ให้เช่าเพื่อการเกษตรกรรม ซึ่งเกือบร้อยทั้งร้อยเป็นที่ดินเก่า ส่วนใหญ่อยู่ไกลตามต่างจังหวัด ในส่วนที่ยังไม่เจริญ เนื่องจากเป็นการเช่าที่ให้ผลตอบแทนที่ไม่ค่อยจูงใจ และการเช่าเพื่อวัตุประสงค์อื่นเป็นไปได้ยาก

            2.ให้เช่าเพื่อการอุตสาหกรรม และการบริการ ได้แก่การเช่าที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เพื่อก่อตั้งเป็นโรงงานอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้า ซึ่งปัจจุบันมีหลายบริษัทที่ประกอบธุรกิจประเภทนี้อยู่ เช่น TICON, WHA ฯลฯ

            3.ให้เช่าเชิงพาณิชย์ และสำนักงาน ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบเล็กๆ เช่น เป็นอาคารพาณิชย์ ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม ฯลฯ จนกระทั่งอาคารศูนย์การค้า อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ต่างๆ

            4.ให้เช่าเพื่อเป็นที่พักอาศัย สามารถทำได้ตั้งแต่นักลงทุนที่มีเงินทุนน้อยๆ ที่ซื้อคอนโด ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ ฯลฯ ยูนิตเล็กๆไว้ปล่อยเช่า จนถึงธุรกิจ Guest House Resort โรงแรมขนาดใหญ่ๆ ฯลฯ

ลงทุนอะไรดีในช่วงดอกเบี้ยเงินฝาก 1.5 เปอร์เซ็นต์ (ตอนที่ 12)

ลงทุนอะไรดีในช่วงดอกเบี้ยเงินฝาก 1.5 เปอร์เซ็นต์ (ตอนที่ 12) 




         ถ้าท่านสนใจติดตามลงทุนอสังหาเพื่อหวังผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า คงจะพบว่า มีการนำเสนอการขายอสังหาในหลายรูปแบบ โดยนำ อสังหาที่ขายให้กับนักลงทุนในลักษณะที่ให้สัญญาการจ่ายผลตอบแทนในอัตราที่สูง ในช่วงระยะเวลาหนื่ง ย้อนกลับมาปล่อยเช่าเป็นที่พักแก่นักท่องเที่ยว เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูง(ถ้า OCCUPANCY RATE สูง) เมื่อเปรียบเทียบกับการปล่อยเช่าแบบรายเดือน จากการที่ธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทย มีการเติบโตต่อเนื่องทุกปี ทั้งจากตลาดชาวต่างชาติ และการท่องเที่ยวภายในประเทศ จากการเติบโตของคนชนชั้นกลาง ทำให้การลงทุนเพื่อให้เช่ารายวัน(AirBNB) ระยะสั้นแบบนี้ มีการเติบโตเร็วมาก และน่าสนใจอย่างยิ่งในปัจจุบัน แต่ก็มีประเด็นด้านกฎหมาย และการบริหารจัดการผู้เช่าระยะสั้น ที่ทำให้คอนโดมิเนียม ยังมีข้อจำกัดในการให้เช่ารูปแบบนี้ รวมไปถึงความผันผวนของจำนวนผู้เข้าพักที่ไม่แน่นอน

          ตัวผมเองไม่สนับสนุนให้ผู้ที่เป็นเจ้าของคอนโด นำคอนโดมาปล่อยเช่ารายวัน เพราะเป็นการเอาเปรียบเจ้าของร่วมท่านอื่นในคอนโดเดียวกัน เพราะกลุ่มผู้เช่ารายวันร้อยทั้งร้อยคือ นักท่องเที่ยว มาพักไม่กี่วันแล้วก็จากไป คนกลุ่มนี้ส่วนมากจะไม่ค่อยระมัดระวังรักษา การใช้การ Facilities หรือพื้นที่ส่วนกลาง เมื่อเกิดความเสียหายขึ้น ถ้าจับมือใครดมไม่ได้ ก็ตกเป็นภาระของนิติบุคคล ซึ่งจะต้องมาซ่อมแซมส่วนต่างๆเหล่านี้ และเงินที่นำมาใช้ก็เป็นเงินที่เรียกเก็บจากเจ้าของร่วมทุกราย ทั้งๆที่เจ้าของร่วมเหล่านั้นก็ไม่ได้มีรายได้ไปกับเจ้าของร่วมที่นำคอนโดของตัวเองมาปล่อยเช่ารายวัน ผมเองกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดอยู่หลายแห่ง  ทุกแห่งกำลังประสบปัญหาเจ้าของห้องชุด นำห้องชุดของตนมาปล่อยเช่ารายวันผ่าน AirBNB  จึงสร้างความเดือดร้อนและความอิดหนาระอาใจกับเจ้าของร่วมท่านอื่นๆ แต่ถ้าเป็นกรณีอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีพื้นที่ส่วนกลาง ถ้าจะทำธุรกิจ AirBNB ผมสนับสนุนเต็มที่ครับ เพราะไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับบุคคลอื่น และยังเป็นการใช้สินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
           
            คำถามคือ แล้วจะลงทุนอย่างไรให้ได้ผลตอบแทนสูงที่สุด 

ลงทุนอะไรดีในช่วงดอกเบี้ยเงินฝาก 1.5 เปอร์เซ็นต์ (ตอนที่ 11)

ลงทุนอะไรดีในช่วงดอกเบี้ยเงินฝาก 1.5 เปอร์เซ็นต์ (ตอนที่ 11) 




         บทความ 10 ตอนที่ผ่านมา คงทำให้ผู้อ่านมีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการลงทุนในตราสารทุน หรือเรียกกันง่ายๆว่า"หุ้น"  มากขึ้นนะครับ บทความตอนนี้ผมจะมาพูดเกี่ยวกับเรื่องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของนักลงทุน และผู้มีเงินออมทั้งหลาย เพื่อจะสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจุบัน

              ปกติผมมักจะไม่เชียร์ให้คนกู้เงินเพื่อมาใช้จ่าย แต่ถ้ากู้เพื่อซื้อบ้าน หรือซื้อคอนโด ผมเชียร์เต็มที่ เพราะอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับสินเชื่อบ้าน จะมีอัตราที่ต่ำ ยิ่งโดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ยิ่งต้องฉวยโอกาส นำเงินกู้จากธนาคารมาต่อยอดความฝันที่จะเป็นเจ้าของอสังหาไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่ออยู่เองหรือเพื่อการลงทุนก็ตาม ถ้าพิจารณาอย่างดีแล้ว คนที่ผมรู้จักหลายๆคนก็เริ่มจากผ่อนคอนโดเพื่ออยู่อาศัยเอง พอมีรายได้มากขึ้นจากการที่ได้รับการขึ้นเงินเดือน การหารายได้เสริม หรือธุรกิจที่ทำอยู่มีความเจริญรุ่งเรือง ก็โปะเพิ่มเงินที่ผ่อนค่างวดมากขึ้น จนในที่สุดก็ผ่อนหมด แล้วก็เริ่มผ่อนคอนโดใหม่อีก แต่คราวนี้ผ่อนเพื่อเอาคอนโดยูนิตเหล่านั้นไว้ปล่อยเช่า

             ยิ่ง ถ้าสามารถหาคอนโดมือสองที่ให้ผลตอบแทนจากการเช่าที่สูง 6-10 % ในภาวะดอกเบี้ยต่ำๆแบบนี้แทบจะไม่ต้องควักเงินเพื่อผ่อนค่างวดเสียด้วยซ้ำ เพียงแค่มีเงินสัก 10% ของราคาคอนโดเท่านั้นแล้วติดต่อขอสินเชื่อจากธนาคาร เพราะว่าปกติการปล่อยกู้ซื้อคอนโด ธนาคารจะปล่อยในอัตราส่วน LTV ที่ 90% ( LOAN TO VALUE ) ตามกำหนดของแบงค์ชาติ แล้วใช้ค่าเช่าไปผ่อนค่างวด ยิ่งถ้าท่านมีศักยภาพทางเครดิตสูง สามารถกู้ได้ที่ยอดเงินที่สูง ท่านอาจจะผ่อนพร้อมๆกันได้สูงสุดถึง 4 ยูนิต การกู้เพื่อไว้ใช้เป็นที่อยู่อาศัย สถาบันการเงินจะปล่อยกู้ให้มากที่สุดก็คือ 3-4 ยูนิต แล้วแต่นโยบายของสถาบันการเงินนั้นๆ จนทำให้หลายคนกลายเป็นเศรษฐีห้องเช่าแล้วเมื่อถึงเวลาที่ท่านจะ REALIZE GAIN ท่านก็น่าจะขายคอนโดเหล่านั้นได้ ในราคาที่สูงกว่าราคาที่ท่านซื้อมาด้วย ทั้งๆที่คอนโดนั้นท่านอาจจะจ่ายด้วยเงินเพียง 10% เสียด้วยซ้ำ

วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ลงทุนคอนโด ด้วยเงินเพียง 10 %


                                       ลงทุนคอนโด ด้วยเงินเพียง 10 %


         จากการที่อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกและในประเทศไทยต่ำเตี้ยติดดิน ทำให้ผู้มีเงินออมหลายท่าน ต้องพยายามหาช่องทางเพื่อสร้างผลตอบแทนจากเงินออมที่มีอยู่ หรือที่คนส่วนใหญ่ชอบพูดว่า "ให้เงินทำงาน"  จะเห็นได้ว่าผู้มีเงินออมได้จัดสรรเงินบางส่วน นอกเหนือจากฝากเงินไว้กับธนาคารนำมาลงทุนในตลาดหุ้น หรือซื้อคอนโดเพื่อเก็งกำไรหรือเพื่อปล่อยเช่า ส่วนบางท่านที่ไม่ค่อยกล้าเสี่ยงที่จะลงทุนด้วยตัวเอง หรืออาจจะมีความรู้ในการลงทุนไม่มากพอ ก็จะซื้อกองทุนหุ้น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ กองทุนที่ลงทุนในสาธารณูปโภคต่างๆ กองทุนทองคำ กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันนี้มีให้เลือกอยู่มากมาย ล้วนแล้วแต่บริหารโดย ผู้บริหารกองทุนมืออาชีพของบลจ.ต่างๆ

         บทความนี้เราจะเน้นเรื่องการซื้อคอนโด  โดยปกติบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างคอนโดขาย ส่วนมากจะเรียกเก็บเงินจองบวกเงินทำสัญญาและเงินผ่อนค่างวดรวมแล้วประมาณ 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ของราคาคอนโดที่ขาย ส่วนยอดเงินที่เหลือ 80 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ของราคาคอนโดจะจ่ายเมื่อตอนคอนโดสร้างเสร็จ ถ้าเป็นคอนโดแนวราบ ซึ่งปกติจะมีความสูงประมาณ 8 ชั้น จะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 1 ปีเศษๆ ในขณะที่คอนโดแนวสูงอาจจะต้องใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 2 ถึง 4 ปี  แล้วแต่ความสูงของคอนโดนั้นๆ  เมื่อถึงเวลาโอนผู้ซื้อที่มีเงินสดไม่เพียงพอ หรือมีเพียงพอ แต่อยากใช้สินเชื่อบ้านจากสถาบันการเงิน  ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก ในปัจจุบันนี้ มีการแข่งขันกันถึงขนาดว่าอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก อยู่ที่ต่ำกว่า 3 เปอร์เซ็นต์เสียด้วยซ้ำ อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านของสถาบันการเงินต่างๆ ก็อยู่ในอัตราที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และความสัมพันธ์ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์กับสถาบันการเงิน  จากประสบการณ์ตรงของผม ถึงแม้ว่าจะเป็นสถาบันการเงินแห่งเดียวกัน แต่ถ้ากู้ต่างโครงการกัน ในช่วงเวลาเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยก็ไม่จำเป็นจะต้องเท่ากันเสมอ  อย่างไรก็ตามอัตราดอกเบี้ยที่เสนอโดยสถาบันการเงิน ผู้กู้สามารถที่จะต่อรองกับสาบานกันเงินได้บ้างเล็กน้อย

        ยกตัวอย่างเช่น ท่านจองซื้อคอนโดราคา 4 ล้านบาท(คอนโดนี้มีเงื่อนไขในการจองซื้อว่า เป็นห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน) จากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง โดยมีเงื่อนไขการชำระเงินค่าจอง ทำสัญญาและเงินผ่อนค่างวด รวมกันแล้วเท่ากับ 10% ของราคาคอนโด ซึ่งก็คือ 4 แสนบาท  ที่เหลือท่านก็ใช้สินเชื่อบ้านสถาบันการเงิน 3.60 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่กำหนด LTV (Loan to value) ไว้ที่ 90 เปอร์เซ็นต์สำหรับการซื้อคอนโด สมมุติว่าหลังจากโอนมาแล้ว  ท่านได้นำไปปล่อยเช่า โดยมีค่าเช่ารับเดือนละ 18,000 บาท  ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 3 ปีแรกอยู่ที่ 2.95 % ในขณะที่ดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 30 ปี = 4.50% เงินผ่อนค่างวดของคอนโดแห่งนี้จะอยู่ที่ประมาณ 18,000 บาทเช่นกัน นั่นหมายความว่า ในแต่ละเดือนผู้เช่าคอนโดของท่าน เป็นผู้ชำระเงินค่างวดที่จะต้องผ่อนให้กับทางสถาบันการเงินแทนท่าน