การส่งต่อมรดกของ 25 ตระกูล
ที่มีทรัพย์สมบัติมากที่สุดในโลก
การส่งต่อมรดกที่มีมูลค่ารวมแล้วมากกว่าล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ของ 25 ตระกูลที่มีทรัพย์สมบัติมากที่สุดในโลก ซึ่งจัดลำดับโดยสำนักข่าว Bloomberg บริษัทขนาดใหญ่อย่างเช่น Walmart, Samsung, Koch Industries, และ Hermes ได้สร้างทรัพย์สมบัติจำนวนมหาศาล ที่จะส่งต่อให้แก่รุ่นลูกหลานต่อไป
มักจะมีคำพูดเก่าแก่ที่บอกว่า ความมั่งคั่งจะอยู่ได้ไม่เกิน 3 ชั่วอายุคน แต่ว่าคงไม่เป็นจริงสำหรับ 25 ตระกูลที่มีทรัพย์สินจำนวนมหาศาล
และอยู่ในยุคที่มีช่องว่างระหว่างรายได้สูง
จากรายงานของ Bloomberg
Billionaires Index ทั้ง 25 ตระกูลนี้มีทรัพย์สินรวมกันกว่า
1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่ขนม Mars ไปจนถึงผ้าพันคอ
Hermes ร้านขายของไปจนถึงโรงแรม
บริษัทข้อมูลข่าวสารไปจนถึงบริษัทผลิตยา ที่มาของทรัพย์สินอันมหาศาลนี้อาจต่างกันออกไปและจำนวนทรัพย์สินก็มากเกินที่จะคาดคิดได้:
มากกว่ามูลค่าตลาดของ Apple Inc
หรือมากกว่าเงินฝากรวมทั้งหมดของ Citigroup Inc. หรือแม้กระทั่งมากกว่า
GDP ของประเทศอินโดนีเซีย
ทรัพย์สินของตระกูลอย่าง
Rothschilds หรือ Rockefellers กระจายตัวมากเกินกว่าที่จะประเมินค่าได้
และบางตระกูลที่มีมรดกตกทอดมาตั้งแต่ทศวรรษหรือแม้กระทั่งศตวรรษที่ผ่านมาอาจทำให้จำนวนทรัพย์สินที่แท้จริงคลาดเคลื่อน
การจัดลำดับนี้ไม่รวมถึงตระกูลที่ไม่สามารถตรวจสอบทรัพย์สินได้หรือเป็นเงินได้ที่มาจากรัฐเช่นบางตระกูลในประเทศซาอุดีอาระเบีย
การจัดลำดับทรัพย์สินตระกูลของ
Bloomberg ไม่นับรวมตระกูลที่ร่ำรวยเป็นรุ่นแรก
ดังนั้นจึงมีตระกูลคนเอเชียเพียง 3 ตระกูลเท่านั้นที่อยู่ในลำดับ
และไม่มีตระกูลจากประเทศจีนอยู่ในการจัดอันดับครั้งนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประชากรในแถบนี้เพิ่งสร้างฐานะได้ไม่นานมานี้ แต่ในอนาคตสิ่งนี้จะเปลี่ยนไปเนื่องจากมีธุรกิจตระกูลเกิดขึ้นมากมายและนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่าง
Li Ka-shing
ก็กำลังจะส่งต่อธุรกิจของเขาให้กับรุ่นลูกต่อไป
มรดกอันมหาศาลอย่างของ
Pulitzers, Vanderbilts, และ Woolworths ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นตำนานก็ยังสามารถหมดไปได้ Rebecca Gooch แห่ง Campden Wealth เคยกล่าวไว้ว่ามีหลายสิ่งที่ตระกูลต้องทำเพื่อให้มั่นใจว่าทรัพย์สินจะคงอยู่เพื่อสืบทอดต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น การวางแผน
การศึกษา และ การสื่อสารถือเป็นเรื่องสำคัญ
มหาเศรษฐีบางคนมีความคิดที่แตกต่าง
เช่น Bill Gates และ Mark Zuckerberg
เลือกที่จะเข้าร่วมกับ Warren Buffet’s Giving Pledge
ที่จะบริจาครายได้ส่วนใหญ่ให้กับมูลนิธิ
การกระทำนี้สอดคล้องกับคำพูดของ Carnegie ที่ว่า “ชีวิตคนเราแบ่งเป็น
3 ช่วงเวลา ให้ใช้ชีวิตช่วงแรกในการศึกษาหาความรู้
ใช้ช่วงที่ 2 ในการหาเงินให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และช่วงสุดท้ายให้ใช้เงินไปกับสิ่งที่ควรค่า
อันดับที่ 1
ตระกูล Walton ผู้ก่อตั้งบริษัท Walmart (ธุรกิจขายปลีก) มีทรัพย์สิน
151.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งอยู่ในเมือง Bentonville รัฐArkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา


