จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร

จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร
เล่าประสบการณ์การลงทุนของผมที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยกับตลาดหุ้นไทย

นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยกับตลาดหุ้นไทย

          ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นลง  เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว แต่ภาวะการเมืองทั้งในสภาและนอกสภา ดูจะร้อนระอุมากทีเดียว เมื่อพรบ.นิรโทษกรรมผ่านทั้ง 3 วาระเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่านสส.ขยันมาก ผ่านวาระ 3 เอาเกือบรุ่งเช้าเลย พรรคประชาธิปัตย์คราวนี้ยอมเล่นเกมนอกสภา นำการเมืองลงมาสู่ท้องถนน โดยรองหัวหน้าพรรคหลายท่านถึงกับลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค เพื่อป้องกันมิให้มีผลกระทบถึงพรรค และเพื่อความสะดวกในการนำม็อบการเมืองด้วย ซึ่งเริ่มปักหลักที่สถานีรถไฟสามเสน แล้วก็เป่านกหวีดพาคนร่วมประท้วงเดินเท้าไปที่ราชดำเนินปักหลักสู้ คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิ จุฬา ธรรมศาสตร์ ฯลฯ กลุ่มแพทย์รามา และนิสิต นักศึกษา รวมทั้งนักเรียนอาชีวะ ก็รวมตัวกันประท้วง (เสร็จงานนี้อาจจะเห็นนักเรียนอาชีวะเลิกตีกันตลอดกาล นี่ผมมองในแง่ดีไปหรือเปล่า ฮา) ชมรมนักธุรกิจไทยเพื่อประชาธิปไตยรวมตัวกันที่สีลม องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ร่วมกันเป็นภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น กับภาคเอกชนและภาควิชาการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นมีมติคัดค้านร่าง พรบ. ฉบับสุดซอยนี้ และทำหนังสือยื่นวุฒิสภา เพื่อให้ใช้วิจารณญานในการพิจารณาไม่ให้กฎหมายผ่าน 20 ราชนิกุล 53 ราชสกุล ออกมาปกป้องสถาบันโดยคัดค้านการอื่นทูลเกล้า พรบ.ฉบับนี้ ส่วนกลุ่มอาจารย์นักศึกษา ม.มหิดล ร่วมชุมนุมสมทบที่อุรุพงษ์กับกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท) ที่ชุมนุมกันมาค่อนเดือนแล้ว และมีพลตรีจำลอง ศรีเมืองอดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพิ่งจะมาร่วมวางกลยุทธ์ในการชุมนุม แต่ยังไม่ถึงขั้นกลุ่มพันธมิตรจะเข้าร่วมอย่างเต็มตัวโดยแกนนำคนอื่นๆ ยังรอจังหวะและหลายคนยังมีคดีติดตัว ส่วนคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร) ที่ประกอบด้วยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท) สมาคมธนาคารไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยังไม่สรุปว่าจะต้านร่างพรบ. เจ้าปัญหานี้หรือไม่ เพราะว่าต้องรอฟังความเห็นของสมาชิกทั่วประเทศก่อน แต่ได้แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ในปัจจุบันว่าจะนำไปสู่การเผชิญหน้ากันในสังคม และก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงแก่ประเทศ กลุ่ม 40 สว. แถลงต่อต้าน พรบ. ฉบับนี้ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยที่ทางฝ่ายรัฐบาลยังไม่ขยายขอบเขตพื้นที่ห้ามการชุมนุม ส่วนฝ่ายประท้วงก็ใช้กลยุทธว่า ถ้าฝ่ายรัฐบาลสกัดกั้นม๊อบตรงไหน ก็จะตั้งเวทีตรงนั้น นอกจากนั้นกลุ่ม 40 สว. ได้ยื่นคำร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย ว่าพรบ. ฉบับนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าขัด พรบ. ฉบับนี้ก็จะตกไป ฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ก็เตรียมยื่น 7 ประเด็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ คือ
1.      ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 3 เรื่องหลักนิติรัฐ นิติธรรม ที่มีการแบ่งอำนาจนิติบัญญัติ บริหารตุลาการออกจากกันไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน
2.      ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 30 เรื่องหลักความเสมอภาค แต่ร่างพรบ. นี้เป็นการเลือกปฏิบัติ
3.      ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 122 เรื่องการขัดกันของผลประโยชน์ส่วนตัวกับส่วนรวม
4.      ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 309 ที่รับรองการกระทำที่เกี่ยวเนื่องจากคณะรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ซึ่งพรบ.นี้จะไปล้มล้างความผิดที่ คตส.พิจารณาไว้
5.      แก้ไขเนื้อหา พรบ. เกินกว่าหลักการที่สภารับหลักการในวาระ1
6.      ขัดหลักสากลที่นิรโทษให้กับคดีทุจริตคอร์รัปชั่น
7.      ผลจากกฎหมายจะทำให้ต้องคืนเงินที่ยึดมาจาก พตท. ทักษิณ ชินวัตร 4.60 หมื่นล้าน พร้อมดอกเบี้ย
และประชาธิปัตย์ก็จะยื่นหนังสือถึงองค์กรต่างประเทศหลายๆ องค์กร ให้รับทราบถึงการกระทำของรัฐบาล
          ดูแล้วก็เข้าตำราคนอีสาน +คนเหนือ เลือกรัฐบาล คนกทม.ล้มรัฐบาล คงจะเป็นวงจรอย่างนี้ต่อไปอีกนาน ตราบจนคนไทยทั่วทั้งประเทศจะได้รับการศึกษาที่เพียงพอและทั่วถึง รวมทั้งการเข้าถึงข่าวสารบ้านเมืองได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว เศรษฐกิจไทยคงจะสะดุดชั่วคราว พ่อค้าแม่ขายคงจะมีรายได้ลดลง เพราะว่าคนไม่มีอารมณ์จะจับจ่ายใช้สอย และนักท่องเที่ยวต่างชาติก็คงชะลอเข้ามาเที่ยวในไทย เศรษฐกิจไทยที่ซบเซามาตั้งแต่ต้นปี คงจะต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี ดูๆ แล้วการประท้วงคงจะยีดเยื้อต่อไป ยิ่งอาทิตย์หน้า ผลการตัดสินศาลโลก เรื่องเขาพระวิหาร ถ้าฝ่ายไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบก็แล้วไป ถ้าฝ่ายไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ก็จะดึงคนมาชุมนุมกันบนท้องถนนมากขึ้น คราวนี้รัฐบาลเรียกแขกได้ทุกกลุ่มทุกวัยจริงๆ
ถ้ารัฐธรรมนูญตัดสินว่า พรบ.นิรโทษกรรมขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นไว้ และหรือตัดสินว่าพรบ. 2 ล้านล้านบาทที่ 40 สว. จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แล้วผลตัดสินว่าขัดกับรัฐธรรมนูญเช่นกัน พรรคประชาธิปัตย์ก็คงจะยื่นเรื่องให้ศาลปกครองพิจารณายุบพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เป็นผู้ออกและผลักดันพรบ. ทั้ง 2 เข้าสภา แล้วศาลปกครองเห็นด้วยละก็บ้านเมืองคงวุ่นวายน่าดู เสื้อแดงที่ช่วงนี้เงียบๆ อยู่ ก็คงจะออกมาชุมนุมกันหนาตาเป็นแน่ แล้วในที่สุดก็มีการเลือกตั้งใหม่ที่พรรคเพื่อไทยในคราบพรรคใหม่ ก็คงชนะการเลือกตั้งเหมือนเดิม เพราะว่าฐานเสียงทางอีสานและภาคเหนือเหนียวแน่น แต่ครั้งนี้คาดว่าจะได้คะแนนเสียงน้อยลง เพราะพวกที่นอนหลับทับสิทธิทั้งหลายจะเริ่มตื่นตัวไปออกเสียงเลือกตั้งมากขึ้น คราวนี้ประชาธิปัตย์คงกวาดที่นั่งใน กทม. ได้เกือบหมด และทางภาคใต้ก็ยังเหนียวแน่นกับประชาธิปัตย์อยู่เหมือนเดิม การฟอร์มทีมรัฐบาลจะเป็นอย่างไรจะมีการสลับแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลโดยมีการโดดเดี่ยวพรรคเพื่อไทยเดิมหรือไม่ คงต้องติดตามดูต่อไป
       กลับมาที่ตลาดหุ้นไทย วันจันทร์เปิดมาก็แดงเถือกลบไปกว่า 40 จุด คิดเป็นเกือบ 3% เลยทีเดียว ผมคาดว่าถ้าเหตุการณ์ไม่บานปลาย แนวรับของ SET INDEX อยู่แถว 1,380 ซึ่งทำงานได้ดีเมื่อวันจันทร์ ตลาดหุ้นไทยคงจะไม่มีโอกาสขึ้นแรงๆ ได้ในช่วงนี้ จนกว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องที่กล่าวมาข้างต้นเสียก่อน นักลงทุนก้น่าจะถือจังหวะในช่วงที่ตลาดปรับตัว ทยอยรับหุ้นที่มีผลประกอบการดีในราคาที่ถูกลง กลุ่มที่ควรจะหลีกเลี่ยงชั่วคราวก็คือ กลุ่มพาณิชย์ กลุ่มรับเหมาและกลุ่มท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมครั้งนี้ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์รุนแรงที่ 1,380 น่าจะรับไม่อยู่แน่ๆ
กิติชัย เตชะงามเลิศ
                                                                                          06/11/56
หนังสือ "จาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร" ยอดขายขื้นอันดับหนื่งตั้งแต่วันแรกจำหน่ายและครองอันดับ 1 ติดต่อกันมานาน

ติดตามแนวทางการลงทุนของผมได้ที่ 
Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai
Twitter : http://twitter.com/value_talk 
Youtube : http://www.youtube.com/user/wittayu9
Blog :  http://kitichai1.blogspot.com
Instagram : Gid_Kitichai

หรือหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B6 หรือหน้า B10 และนิตยสารคนรวยหุัน, Condo Guide, Stock Review, Me(Market Evolution), Glow และ Lisa  ทุกเดือน
     

สนใจซื้ออสังหาเพื่ออยู่เองหรือเพื่อการลงทุน ลองเข้า http://www.pantipmarket.com/mall/homeproperty


 ขาย คอนโด วิช สามย่าน เดิน 2 นาที จาก รถไฟใต้ดิน สถานี สามย่าน ราคาต่ำกว่าโครงการสุด ๆ 2 ห้อง(ชั้น19) ราคา 4.2 ล้าน
                

   โครงการนี้มี 25 ชั้น มีจำนวนห้องทั้งหมด ประมาณ 500 ยูนิต, ถนนสี่พระยา บางรัก ห่างจาก สถานี รถไฟใต้ดิน  สามย่าน ประมาณ 100 เมตร ใกล้ อาคารจามจุรีสแควร์ ตลาดสามย่าน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เตรียมอุดมศึกษา สาธิตจุฬา อาคารชาญอิสระ โรงพยาบาลจุฬาฯ สวนลุมพินี ฯลฯ  มีสวนลอยฟ้า สระว่ายน้ำพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกาย ที่ชั้น 19    
การเดินทางโดยทางด่วน
ขึ้นลง ทางด่วนสามย่าน หัวลำโพง
ขึ้นลง ทางด่วนเชื้อเพลิง พระรามสี่
ขึ้นลง ทางด่วนสุรวงศ์ สีลม
      การเดินทางโดยรถประจำทาง สายที่ผ่าน คือ 1 , 16 ,36 , 45 , 75, 93 และ 187

   ห้องที่จะขายอยู่ชั้น 19
1.ห้อง  18/112  ชั้น 19   พื้นที่ 36.51 ตรม. ราคา 4,200,000 บาท ชั้นนี้ มีสวนลอยฟ้า     ให้เช่าห้อง 22,000 บาท/เดือน
2.ห้อง  18/113  ชั้น 19   พื้นที่ 36.51 ตรม. ราคา 4,200,000 บาท ชั้นนี้ มีสวนลอยฟ้า     ให้เช่าห้อง 22,000 บาท/เดือน

  โปรโมชั่นพิเศษ  เข้าอยู่ได้เลย ฟรีค่าใช้จ่ายทุกรายการ พร้อมของแถมเพียบ
- ฟรีเงินกองทุนคอนโด มูลค่าเกือบ 20,000 บาท
- ฟรีเงินค่าส่วนกลางล่วงหน้าถึง 31 ธค. 56 มูลค่าเกือบ 20,000 บาท
- ฟรีเงินค่ามิเตอร์น้ำ/ไฟ มูลค่า 3,250 บาท

พิเศษสุด!!! สำหรับท่านผู้สนใจที่ตัดสินใจภายในวันที่ 31/1/56 แถมเครื่องใช้ไฟฟ้า 3 ชิ้น ได้แก่ โทรทัศน์ Samsung smart TV จอ L.E.D. 3มิติรุ่นล่าสุด 40 นิ้ว 1 เครื่อง  เครื่องทำน้ำอุ่น 1 เครื่อง ไมโครเวฟ 1 เครื่อง มูลค่าเกือบ 40,000 บาท

หมายเหตุ ทุกห้องของผมวิวดี ไม่มีตึกบัง
ดู VDO ที่ผมถ่ายภายในห้อง ที่ http://youtu.be/Y9j1a7pm-xk
สาเหตุที่ท่านควรจะซื้อคอนโดวิช@สามย่าน
1. ที่ดินย่านนี้ส่วนใหญ่จะเป็นที่เซ้ง แต่ของโครงการวิช@สามย่าน เป็นที่ซื้อขาด เพราะฉะนั้น ท่านจะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ตั้งคอนโดนี้
2. สำนักงานใหญ่ของดีแทคย้ายมาที่อาคารจามจุรีสแควร์ทั้งหมด (อาคารจามจุรีสแควร์เป็นที่เซ้ง ของจุฬาฯ)
3. อาคารพาณิชย์บริเวณตลาดสดสามย่านเก่า ทางจุฬาฯ ได้ทยอยทุบทิ้ง เพื่อจะพัฒนาปรับปรุงเป็นคอมเพล็กซ์ ซึ่งจะทำให้บริเวณสามย่านนี้มีความเจริญมากขึ้น**
4. มีลูกค้าแน่นอนคือ ผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดม สาธิตจุฬาและนิสิตจุฬา รวมทั้งข้าราชการและครูอาจารย์
5. ศูนย์ข้าราชการ กทม. บางส่วนจะย้ายมาอยู่ที่บริเวณถนนบรรทัดทอง ซึ่งอยู่ใกล้กับสามย่านมาก****
6.การขยายครอบครัวของคนเยาวราช
7. โครงการสวนลุมไนท์บาซ่าร์ ที่เซ็นทรัลประมูลได้คาดว่าจะเริ่มพัฒนาโครงการในปี 2556
8.ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินสามย่านเพียงแค่เดิน 3 นาที และเดิน 10 นาทีก็ถึงสวนลุมแล้ว
9. ทาง กทม. กับรัฐบาลชุดปัจจุบันมีโครงการที่จะทำรถไฟฟ้าโมโนเรลล์ จากสยาม มาบุญครอง  ผ่านหน้าบริเวณมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ไปถึงบริเวณสามย่านแล้ว อ้อมไปถึงถนน  อังรีดูนังค์
10. ความต้องการที่พักอาศัยในย่านนี้จะมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น คนทำงานย่านสีลม สุรวงค์ ซึ่งบริเวณนี้แทบไม่มีโครงการใหม่เกิดขึ้น
****กทม.จับมือจุฬาฯ พัฒนาที่ดินสามย่าน ผุดสวนสาธารณะ 10 ไร่ ในพื้นที่ พร้อมศึกษาสร้างระบบเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีลม ถ.พระราม 1 และรถไฟฟ้าใต้ดิน ถ.พระราม 4

นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้หารือร่วมกับ กทม.ในการพัฒนาพื้นที่บริเวณสามย่าน จำนวน 350 ไร่ หลังจากหมดสัญญากับบรรดาร้านอะไหล่รถยนต์หรือเซียงกงแล้ว โดยเบื้องต้นได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกัน ระหว่างสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ และ กทม.เพื่อร่วมกำหนดแผนในการปรับปรุงพื้นที่ร่วมกันตามแผนแม่บทระหว่างภาครัฐ กับเอกชน
ทั้งนี้ ทางจุฬาฯ มีนโยบายที่จะมอบพื้นที่บางส่วนเพื่อให้ กทม.ร่วมใช้ประโยชน์ โดย กทม.จะใช้พื้นที่ 5 ไร่ที่อยู่ระหว่างถนนบรรทัดทองและซอยจุฬาฯ 5 ในการสร้างศูนย์ราชการของเขตปทุมวัน แบ่งเป็น สำนักงานเขต ศูนย์อนามัย สถานีดับเพลิง และศูนย์เยาวชน และในพื้นที่ว่างบริเวณซอยจุฬาฯ 5 จำนวน 10 ไร่ จะทำการสร้างสวนสาธารณะเพื่อเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์ที่ดีขึ้น
นาย ธีระชน กล่าวว่า นอกจากนี้สำนักการโยธา(สนย.) จะมีการขยายถนนในพื้นที่ 2 เส้น คือ ถนนบรรทัดทอง จากเดิมกว้าง 16 เมตร จะขยายเป็น 30 เมตร และซอยจุฬาฯ 5 เดิมกว้าง 15 เมตรให้เป็น 20 เมตร เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ระหว่างถนนพระราม 1 กับพระราม 4 ซึ่งในส่วนของการก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับ กทม.ทั้งหมด กทม.จะลงทุนก่อสร้างเอง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะใช้งบประมาณเท่าไหร่ นอกจากนี้ ในส่วนของการอำนวยความสะดวกในการใช้พื้นที่นั้น จุฬาฯ ได้มีนโยบายให้ กทม.สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่หน้า ฮาร์ดร็อค คาเฟ่ และลานหน้าจามจุรี สแควร์ ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ (30 สิงหาคม 2552)

กทม.ร่วมมือจุฬาฯ โครงการโมโนเรล พญาไท ยาว 2.5 กิโลเมตร มั่นใจผู้ใช้บริการหลักหมื่น จาก 4 สถานศึกษา
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผูว่าฯ กทม.เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ร่วมกับ รศ.น.อ.นพ.เพิ่มยศ โกศลพันธุ์ รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายจัดการทรัพย์สิน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น รศ.มานพ พงศทัต รศ.ประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ ถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล (Monorail) หรือระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยวได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ที่ ประชุมเห็นพ้องที่จะดำเนินโครงการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าโมโนเรลนำร่องสายแรกบน ถนนพญาไท ตั้งแต่อาคารจามจุรีสแควร์ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดิน เป็นแนวยาวบนเกาะกลางถนนของถนนพญาไทมาบรรจบกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม สแควร์ รวมระยะทางทั้งสิ้น 2.5 กิโลเมตร มีจำนวน 3 สถานี ได้แก่ สถานี CU1 จามจุรีสแควร์ CU2 เตรียมอุดมศึกษา และ CU3 สยามสแควร์
โดยจะนำต้นแบบจากการศึกษาดูงานจากเซ็นโตซาโมโนเรล ที่ข้ามไปเกาะเซ็นโตซา มีสีโบกี้รถเป็นสีลูกกวาด 5 ตู้ 5 สี โดย กทม.จะนำมาปรับให้เหมาะสมกับพื้นที่ แต่คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะเส้นทางที่ผ่านเป็นสถานศึกษา
ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้งบประมาณในการก่อสร้าง กว่า 2,000 ล้านบาท โดยจะเป็นการของบจากโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งผู้ว่าฯ กทม.ก็เห็นชอบในเรื่องนี้ และได้มอบหมายให้บริษัทที่ปรึกษาไปหารายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น จำนวนผู้โดยสารที่จะเข้าระบบ ซึ่งตนคิดว่าจะมีไม่ต่ำกว่าหมื่นคน เนื่องจากมีสถานศึกษาหลายแห่ง ทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนสาธิตแห่งจุฬาฯ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครรินทรวิโรฒ ปทุมวัน
นายธีระชนกล่าวต่อว่า ในระหว่างนี้ ทางจุฬาฯ ศึกษาดูบริเวณใดเหมาะสมที่จะก่อสร้างเป็นศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot) ส่วนเส้นทางถนนบรรทัดทอง และถนนอังรีดูนังต์นั้น คาดว่าจะเป็นเฟสที่ 2 สำหรับการก่อสร้าง
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 ธันวาคม 2552
**โครงการจามจุรี สแควร์ 2 ตามที่จุฬาฯ ศึกษาไว้เดิม ได้วางรูปแบบการพัฒนาโครงการเป็นรูปแบบมิกซ์ยูส (ผสม) ลักษณะเป็นกลุ่มอาคารเชื่อมต่อถึงกัน มีพื้นที่รวม 1.85-2.2 แสนตารางเมตร ประกอบด้วยพื้นที่โรงแรม 1-1.5 หมื่น ตารางเมตร ศูนย์การประชุม 1,000-2,000 ตารางเมตร ศูนย์การค้า 2.5-3 หมื่นตารางเมตร พื้นที่สำนักงาน 4-5.5 หมื่นตารางเมตร พิพิธภัณฑ์ 1,000-3,000 ตารางเมตร เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ 1-1.5 หมื่นตารางเมตร และที่จอดรถอีกประมาณ 1 แสนตารางเมตร

วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต

ธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต

          ธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีการเจริญเติบโตล้อไปกับเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยธุรกิจประกันชีวิตจะมีการเติบโตในอัตราที่สูงกว่าประกันภัย ในช่วง 10 ปีธุรกิจประกันชีวิตเติบโตที่ CAGR (Compound Average Growth Rate) = 16% ซึ่งโตเป็นประมาณ 4 เท่าของ GDP ของประเทศ อนึ่ง GDP เป็นค่าเฉลี่ยรวมของภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรมและบริการ ด้วยอัตราการเติบโตดังกล่าว ทำให้ผมสนใจในธุรกิจประกันชีวิตมา 6-7 ปี แล้ว แต่น่าเสียดายในสมัยนั้นมีบริษัทประกันชีวิตเพียงบริษัทเดียว ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ต่อมาก็มีเพิ่มขึ้นมาอีก 1 บริษัท น่าเสียดายสำหรับนักลงทุนที่น่าจะมีบริษัทประกันชีวิตเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น ตลาดหลักทรัพย์และ คปภ. น่าจะกระตุ้นบริษัทประกันชีวิตทั้งหลายที่อยู่นอกตลาดให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็จะทำให้นักลงทุนมีตัวเลือกในการลงทุนมากขึ้น แต่ที่เขียนมาแบบนี้ไม่ใช่ว่าบริษัทประกันชีวิต 2 บริษัทที่อยู่ในตลาดจะไม่ดีนะครับ ผมมองว่าบริษัทประกันชีวิตที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทที่มีผลประกอบการดีถึงดีเยี่ยมทีเดียว ในช่วงที่เกิด Hamburger crisis  ที่อเมริกาแล้วแพร่กระจายไปทั่วโลก ปีนั้นบริษัทประกันชีวิตบริษัทหนึ่งกลับมีกำไรเติบโตถึง 50% ทั้งๆ ที่ในปีนั้น หลายๆ บริษัทจดทะเบียนมีผลประกอบการที่แย่ลง  หลายบริษัทถึงกับขาดทุนเสียด้วย นั่นแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจแม้แต่ในยามที่เศรษฐกิจตกต่ำแต่การที่จะมีบริษัทประกันภัยและประกันชีวิตเข้ามาจดทะเบียนมากขึ้นก็จะทำให้ Sector ประกันภัยและประกันชีวิต เป็นที่สนใจของนักลงทุนเพิ่มขึ้น ถึงแม้ข้อเสียของหุ้นในธุรกิจนี้จะมีสภาพคล่องในการซื้อขายค่อนข้างต่ำ เพราะว่านักลงทุนที่ลงทุนในกลุ่มธุรกิจนี้ส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนระยะยาว ทำให้มีหุ้นหมุนเวียนในตลาดหลักทรัพย์ไม่ค่อยมาก แต่ระยะหลังๆ มานี้  ผมสังเกตเห็นมีมูลค่าการซื้อขายต่อวันมากขึ้น ราคาหุ้นที่เคยถูกๆ ก็มีราคาสูงขึ้น จากการที่นักลงทุนโดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนที่เน้นคุณค่า (Value Investor) มีมากขึ้น จึงมีการไล่ราคาขึ้นมา ทำให้ผู้ถือหุ้นเดิมเห็นว่า มีราคาสูงขึ้นก็นำมาขาย ทำให้มีมูลค่าการซื้อขายมากขึ้น อย่างไรก็ตามผมก็ยังเห็นว่าราคาที่แม้จะขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีราคาค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน คงเป็นเพราะสภาพคล่องการซื้อขายที่ต่ำเลยโดน Discount จากนักลงทุนส่วนใหญ่ ผมมองว่าธุรกิจประกันชีวิตน่าจะเติบโตเป็น 3-4 เท่าของ GDP ไปอีกนาน จากการที่คนไทยเพียง 32% ที่ถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตเท่านั้น แต่เมื่อเทียบกับคนญี่ปุ่นที่ทำประกันชีวิตมากกว่า 100% (บางคนทำประกันชีวิตมากกว่า 1 กรมธรรม์) นั่นหมายถึงยังมีช่องว่างในการเติบโตอีกมาก ฐานอายุของคนไทยโดยเฉลี่ยสูงขึ้นเรื่อยๆ มาหลายปีแล้ว ทำให้ธุรกิจประกันชีวิตน่าจะมีเบี้ยรับเพิ่มขึ้น จากจำนวนคนที่ทำประกันชีวิตมากขึ้น และเบี้ยรับ/คนมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นด้วย การส่งเสริมของรัฐบาลก็มีต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากสมัยก่อนที่ลดหย่อนได้ 50,000 บาทกลายเป็น 100,000 บาท และคนที่ซื้อประกันบำนาญยังสามารถลดหย่อนได้เพิ่มอีกสูงสุดถึง 200,000  บาท ปัจจุบันผมยังรอดูว่าเมื่อไหร่ที่สรรพากรจะยอมให้นำเบี้ยประกันสุขภาพมาลดหย่อนได้เสียที
          ส่วนธุรกิจประกันภัยของไทยในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมามีการเติบโตที่ CAGR = 11% ถึงแม้จะต่ำกว่าประกันชีวิตก็ตาม แต่ยังโตกว่า GPP ถึง 2 เท่ากว่าๆ ซึ่งก็เป็นอีกประเภทธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจเมื่อปี 2554 ตอนน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สร้างความสูญเสียให้กับทรัพย์สินมหาศาล มีผลทำให้บริษัทประกันภัยทุกบริษัทประสบปัญหาขาดทุนบางบริษัทถึงกับเกือบล้มละลาย ถ้าไม่มีการเพิ่มทุน พอมาปี 2555 ทุกบริษัทประกันภัยก็มีการขึ้นเบี้ยประกัน แต่โชคดีปีที่แล้วน้ำไม่ท่วม ทำให้บริษัทประกันภัยหลายๆ บริษัท มีกำไรเป็นกอบเป็นกำ กอรปกับโครงการรถคันแรกจากปีที่แล้ว ทำให้มีจำนวนรถยนต์ใหม่ที่ทำประกันเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นพวกมือใหม่หัดขับ อุบัติเหตุการเคลมอาจจะมีมากขึ้น Loss Ratio ของบริษัทประกันภัยสูงขึ้น ไม่ทราบว่าสรุปแล้วจะเป็นทุกขลาภสำหรับบริษัทประกันภัยหรือไม่ ค่าสินไหมน้ำท่วมที่ Reinsurer บางรายขอต่อรองที่จะจ่ายให้ไม่เต็ม 100% ซึ่งกำลังเป็นเรื่องคาราคาซังอยู่ ทำให้บริษัทประกันภัยต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้น ซึ่งบางบริษัทก็ได้ตั้งสำรองไปบ้างแล้ว ซึ่งเมื่อ Reinsurer ชำระมาเกินกว่าที่บริษัทประกันภัยตั้งไปแล้วก็จะมีการกลับรายการมาเป็นรายรับ ทำให้กำไรดีขึ้น สิ่งที่ผมสนใจที่สุดก็จะมีการกลับรายการมาเป็นรายรับ ทำให้กำไรดีขึ้น สิ่งที่ผมสนใจที่สุดก็จะมีการกลับรายการมาเป็นรายรับ ทำให้กำไรดีขึ้น สิ่งที่ผมสนใจที่สุดก็คือ พรบ. 2 ล้านล้านกับโครงการป้องน้ำท่วม 3.50 แสนล้านบาท เป็นโครงการที่ใหญ่มาก ย่อมต้องมีการทำประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นระหว่างก่อสร้างหรือหลังก่อสร้าง ซึ่งจะเป็นเค็กก้อนใหม่ที่ใหญ่มากเพิ่มขึ้นมาสำหรับธุรกิจประกันภัย โดยบริษัทประกันภัยที่มีโอกาสจะได้รับเค็กก้อนนี้ แน่นอนต้องเป็นบริษัทประกันใหญ่ระดับ TOP5 ของประเทศ ยิ่งบริษัทประกันไหนถือหุ้นโดยหน่วยงานหรือองค์กรของรัฐมากๆ น่าจะมีโอกาสมากกว่าบริษัทอื่นๆ นักลงทุนน่าจะลองศึกษาวิเคราะห์ดูนะครับ
          ส่วนตลาดหุ้นบ้านเรายังรอปัจจัยทางการเมืองในประเทศเป็นหลัก ปัจจัยเรื่องงบประมาณและ QE ของสหรัฐเป็นเรื่องรองครับ ในช่วงนี้ผมยังยืนยันถ้า SET INDEX ลงมา เป็นจังหวะดีในการทยอยเข้ารับเพื่อลงทุนข้ามปีครับ

 กิติชัย เตชะงามเลิศ
                                                                                          30/10/56
หนังสือ "จาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร" ยอดขายขื้นอันดับหนื่งตั้งแต่วันแรกจำหน่ายและครองอันดับ 1 ติดต่อกันมานาน

ติดตามแนวทางการลงทุนของผมได้ที่ 
Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai
Twitter : http://twitter.com/value_talk 
Youtube : http://www.youtube.com/user/wittayu9
Blog :  http://kitichai1.blogspot.com
Instagram : Gid_Kitichai

หรือหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B6 หรือหน้า B10 และนิตยสารคนรวยหุัน, Condo Guide, Stock Review, Me(Market Evolution), Glow และ Lisa  ทุกเดือน
     

สนใจซื้ออสังหาเพื่ออยู่เองหรือเพื่อการลงทุน ลองเข้า http://www.pantipmarket.com/mall/homeproperty

คอนโดหรูบนถนนอโศกติดสี่แยกอโศก-สุขุมวิท (เดินครึ่งนาที จาก MRT,BTS อโศก) ราคา XX,000/ตรม.


      ขาย คอนโดลาสโคลินาส อยู่ บนถนนอโศกติดสี่แยกอโศก-สุขุมวิท (เดินครึ่งนาที จาก MRT,BTS อโศก) โครงการมีสระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส ห้องล๊อคเกอร์ ซาวน่า สตีม แยกชายหญิง สควอช 1 คอร์ท ห้องสนุกเกอร์ ห้องตีปิงปอง สนามเด็กเล่น ห้องที่จะขายอยู่ชั้น 30 พื้นที่ 192 ตารางเมตร พร้อมที่จอดรถส่วนตัว 1 คัน ในห้องนี้ มี 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ รับแขก ครัว ซักล้าง และห้องคนรับใช้พร้อมห้องน้ำในตัว 1 ห้อง เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า สวยมาก ครบถ้วน ขายที่ราคา 19 ล้านบาทถ้วน 

 ดู VDO ที่ผมถ่ายภายในห้อง ที่ http://www.youtube.com/watch?v=fZ5HU0HoyCY

วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ปัจจัยที่ต้องติดตามในไตรมาศ 4

                            ปัจจัยที่ต้องติดตามในไตรมาศ 4

               

ในไตรมาส 4 นี้ มีหลายปัจจัยที่นักลงทุนควนจะเฝ้าติดตามดูโดยเฉพาะการเมืองไทยในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งน่าจะเข้มข้นมาก สมัยประชุมสภาปีนี้จะสิ้นสุดในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ปัจจัยต่างๆ ดังนี้
          1.คดีเขาพระวิหารที่เป็นข้อขัดแย้งระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ซึ่งศาลโลกจะมีการอ่านคำพิพากษาในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ถ้าผลตัดสินออกมาทำให้ไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบต้องเสียเขาพระวิหารไปให้กัมพูชาทั้งหมดก็จะเป็นการสูญเสียดินแดนของไทยอีกครั้งหนึ่ง  ซึ่งจะเกิดขึ้นในสมัยพรรคเพื่อไทยรัฐบาล  กลุ่มที่ชุมนุนประท้วงที่ปักหลักกันที่อุรพงษ์คงมีประชาชนที่จะเข้ามาร่วมประท้วงรัฐบาลมากขึ้น  โดยอาจมีคนนำความสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัวชินวัตรที่มีต่อรัฐบาลมากขึ้น รวมทั้งทางด้านธุรกิจ และลูกสาวของน้องสาวคุณทักษิณชินวัตรเองก็ได้ไปแต่งงานกับทายาทหนุ่มที่เป็นกลไกสำคัญของรัฐบาลกัมพูชา แต่ถ้าศาลโลกตัดสินใจให้ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบหรือศาลโลกให้ความเห็นว่าให้คงสภาวะเดิมไว้ ก็จะเป็นบุญของประเทศและรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ คงจะหายใจได้โล่งขึ้น
          2.ที่มาของวุฒิสมาชิก (สว) ซึ่งแต่เดิมมีทั้งที่มาจากการเลือกตั้งและแต่งตั้ง นโยบายของรัฐบาลอยากจะให้ที่มาของสว. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ทำให้หลายคนค่อนแคะว่า เราจะมีสภาผัวเมีย คือสามีไปลงสมัคร สส. แล้วให้ภรรยาหรือญาติพี่น้องลงสมัคร สว. โดยอาศัยฐานเสียงสนับสนุนของสามี จริงๆ แล้ว ผมเป็นคนที่ยึดมั่นกับระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นระบอบการปกครองที่ผมเห็นว่าดีที่สุด แต่ปัญหามันมีอยู่ว่าในสังคสไทยยังมีความเหลื่อมล้ำในระดับการศึกษา และการเข้าถึงข่าวสารบ้านเมืองที่ถูกต้อง และรวดเร็ว โดยเฉพาะคนภาคอีสาน ซึ่งเป็นภาคที่มีประชาชนจำนวนมากที่มีการศึกษาระดับที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้ถูกชักจูง จากผู้ไม่หวังดีได้ง่าย ผมชื่นชมคุณทักษิณที่มองการณ์ไกลเมื่อสมัยตอนที่ท่านตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ๆ ในปีพ.ศ. 2541 ท่านวิเคราะห์ได้เฉียบขาดที่ท่านเน้นหาเสียงกับคนภาคอีสานและภาคเหนือ (คุณทักษิณ เป็นคนพื้นเพที่เชียงใหม่โดยบรรพบุรุตมาจากเมือง MEIAHOU มณฑล กวางตุ้ง) โดยใช้นโยบายประชานิยมและเน้นให้ความช่วยเหลือกับคน 2 ภาคนี้เป็นพิเศษ ทำให้พรรคไทยรักไทยของท่าน ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเลือกตั้ง สามารถยึดครองฐานเสียงของคน 2 ภาคนี้ ได้อย่างเหนียวแน่นตราบจนปัจจุบันนี้ ในอดีตท่านเคยกล่าวว่า ท่านจะดูแลช่วยเหลือจังหวัดที่เลือกสส. พรรคของท่านเท่านั้นทำให้ประชาชนภาคอื่นๆ เกิดความน้อยใจ และถึงกับทำให้คนไทยบางส่วนไม่ค่อยชอบใจ เมื่อมาดูจำนวน สส. ของไทย จะเห็นได้ว่าถ้าพรรคไหนสามารถครองเสียงภาคอีสาน + ภาคเหนือได้ ก็จะมีเสียงส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนได้ทันที จนผมอดคิดไม่ได้ว่า ถ้ารัฐธรรมนูญไทยให้สิทธิผู้ที่เสียภาษีรายได้บุคคล มีเสียงมากกว่า 1 เสียงต่อคน ก็น่าจะดีนะครับ โดยกำหนดให้ผู้ที่เสียภาษีรายได้บุคคลที่ชำระภาษีเกินกว่า 10,000 บาท/ปี มีเสียง = 1.5  เสียง ผู้ที่เสียภาษีเกิน 100,000/ปี มีเสียง = 2 เสียง โดยให้ผู้ที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งที่เป็นผู้เสียภาษีที่เข้าข่ายดังกล่าว ทำหนังสือยื่นกรมสรรพากร เพื่อขอเอกสารรับรองเอาไว้ใช้ตอนที่จะไปออกเสียงเลือกตั้ง ดูแล้วอาจจะแปลกแต่ผมคิดว่าเหมาะกับสังคมไทยดี จนกว่าคนไทยทั้งประเทศมีระดับการศึกษาที่ดีขึ้นจึงกลับไปใช้วิธีเดิม ผมคิดว่าบางครั้งบางสิ่งบางอย่างที่ดี แต่ถ้าเรา Modify อีกสักนิดหน่อย จะทำให้สิ่งเหล่านั้นมีความสมบูรณ์มากขึ้น ถึงเวลานั้นถ้าพรรคเพื่อไทยยังสามารถชนะเลือกตั้งได้อีกก็จะเป็นความภาคภูมิใจของพรรคเพื่อไทยเอง ที่สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า เป็นพรรคการเมืองที่เป็นขวัญใจประชาชนอย่างแท้จริง ถ้ายังมีคนออกมาประท้วงอีก ผมจะเป็นคนแรกๆ ที่จะออกมาสนับสนุนพรรคเพื่อไทยเอง
          3.พรบ.นิรโทษกรรม ซึ่งในเนื้อหาที่แปรญัตติจะมีการนิรโทษกรรมทั้งประชาชนที่เข้าร่วมประท้วง และนักการเมืองที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายของคนที่เข้าร่วมประท้วง รวมทั้งคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากการปฎิวัติเมื่อปี พ.ศ. 2549 ไม่ว่าจะเป็นคดีที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตรประมูลที่ดินในสมัยที่คุณทักษิณเป็นนายก เป็นต้น ซึ่งอาจจะดึงผู้คนไปร่วมประท้วงด้วยอีกกลุ่มหนึ่ง โดยผู้นำพรรคบางคนของพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ว่าจะนำประชาชนเข้าร่วมประท้วงด้วย
          4.พรบ. 2 ล้านล้านบาท ผมมั่นใจว่าน่าจะผ่านสภา แต่จะไปตกม้าตายที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องติดตามดู
          5.การทุจริตในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะกรณีจำนำข้าว ซึ่งหม่อมอุ๋ย เพิ่งจะเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงท่านนายก และปปช. ก็กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ รวมทั้งพรรคฝ่ายค้านคงจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และเปิดโปงการทุจริตอย่างเข้มแข็ง
          นอกจากนี้คงต้องติดตามดูว่า FED จะเริ่ม Tapering QE เมื่อไรโดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าน่าจะเป็นไตรมาส 1 ปีหน้า และการยกเลิก QE จะเริ่มทำเมื่อไรรวมทั้งคอยเฝ้าดูว่า ธปท. จะมีการปรับลดประมาณการ GDP ลงอีก หรือไม่ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้
          ส่วนตลาดหุ้นไทย ผมยังยืนยันว่าถ้าลงมาช่วงนี้ด้วยปัจจัยข้างต้นน่าจะเป็นจังหวะดีที่นักลงทุนจะได้ทยอยเก็บสะสมหุ้น ไว้ถึงปีหน้าซึ่งผมคาดว่าตลาดหุ้นน่าจะดีกว่าปีนี้ โดยคาดหวังดัชนีที่ 1,000-1,700 จุดครับ

 กิติชัย เตชะงามเลิศ
                                                                                          16/10/56
หนังสือ "จาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร" ยอดขายขื้นอันดับหนื่งตั้งแต่วันแรกจำหน่ายและครองอันดับ 1 ติดต่อกันมานาน

ติดตามแนวทางการลงทุนของผมได้ที่ 
Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai
Twitter : http://twitter.com/value_talk 
Youtube : http://www.youtube.com/user/wittayu9
Blog :  http://kitichai1.blogspot.com
Instagram : Gid_Kitichai

หรือหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B6 หรือหน้า B10 และนิตยสารคนรวยหุัน, Condo Guide, Stock Review, Me(Market Evolution), Glow และ Lisa  ทุกเดือน
     

สนใจซื้ออสังหาเพื่ออยู่เองหรือเพื่อการลงทุน ลองเข้า http://www.pantipmarket.com/mall/homeproperty


ขาย คอนโด สุขุมวิท(เดิน 4 นาที จาก สถานี BTS อ่อนนุช) เฟอร์ครบ ห้องสวยมาก ราคาต่ำสุด ๆ เพียง 2,300,000 บาท แถมเครื่องใช้ไฟฟ้าเพียบ!!!     
       
      โครงการ มาย คอนโด สุขุมวิท 81 นี้มี 8 ชั้น มีจำนวนห้องทั้งหมด 146 ยูนิต, ห่างจาก สถานี BTS อ่อนนุช , ห้างโลตัสอ่อนนุช ประมาณ 200 เมตร และ 600 เมตรจากห้างคาร์ฟูร์อ่อนนุช ใกล้ทางด่วน สุขุมวิท 50 และสุขุมวิท62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร
1).ห้องที่จะขายอยู่ชั้น 3 ห้องเลขที่ 44/26(3004) พื้นที่ 34.81 ตรม. ห้องหันทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
มี 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 1 คัน ห้องสวย เฟอร์นิเจอร์ครบถ้วน พร้อมเครื่องปรับอากาศ 2 เครื่อง
ขายในราคา 2,300,000 บาท   พร้อมผู้เช่า 13,000 บาท/เดือน เริ่มเช่า 1/10/55 ครบกำหนด 30/9/56


2).ห้องที่จะขายอยู่ชั้น 3 ห้องเลขที่ 44/24(3002) พื้นที่ 34.59 ตรม. ห้องหันทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
มี 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 1 คัน ห้องสวย  เฟอร์นิเจอร์ครบถ้วน พร้อมเครื่องปรับอากาศ 2 เครื่อง
ขายในราคา 2,300,000 บาท   พร้อมผู้เช่า 12,000 บาท/เดือน เริ่มเช่า /11/55 ครบกำหนด 30/11/56

เหมาะแก่การลงทุน ผลตอบแทน ประมาณ 7% ต่อปี

ทุกห้องมี โทรทัศน์ 29 นิ้ว ซัมซุง รุ่น CS29Z50ML8  ตู้เย็นซัมซุง รุ่น RA19FASS  เครื่อง ไมโครเวฟ(Samsung)รุ่นMW83Y  เครื่องทำน้ำอุ่น 

ราคานี้รวม :  ค่าเงินกองทุน (500 บาทต่อ ตร..)
                ค่าใช้จ่ายทรัพย์ส่วนกลาง  ( 38 บาท/ตร.. ถืง ธค.56)
                ค่าติดตั้งและค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า 3,250 บาท      เรียบร้อยแล้ว
    ห้องที่จะขายเป็นห้องที่พร้อมอยู่จริง ๆ แต่งแบบจะอยู่เอง จัดให้แม้กระทั่งโคมไฟ ผ้าม่านในห้องรับแขก ห้องนอน และผ้าม่านในห้องน้ำ ต้นไม้พร้อมกระถาง ทั้งในห้องและระเบียง(สวนน่ารักมากที่ระเบียง) โทรทัศน์ 29 นิ้ว ซัมซุง รุ่น CS29Z50ML8 ตู้เย็นซัมซุง รุ่น RA19FASS ไมโครเวฟ(Samsung)รุ่นMW83Y  เครื่องทำน้ำอุ่น 

รายการเครื่องใช้ตกแต่งภายในและอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า
โครงการ MyCondo สุขุมวิท 81

ลำดับ____ตำแหน่งที่ตั้ง___________รายการ________________________จำนวน (หน่วย)
1._____ห้องนั่งเล่น_____ตู้โชว์__________________________________1
2._____ห้องนั่งเล่น_____โต๊ะวางTV และชั้นวางของ____________________1
3._____ห้องนั่งเล่น_____โต๊ะข้างโซฟา_____________________________1
4._____ห้องนั่งเล่น_____โซฟา ขนาด 1.60x0.725 เมตร________________1
5._____ห้องนั่งเล่น_____โต๊ะทานข้าวแบบพับเก็บได้ พร้อมชั้นวางของ_________1
6._____ห้องนั่งเล่น_____เก้าอี้รุ่น "TAGA"___________________________2
7._____ห้องนอน______โต๊ะวางTV และชั้นวางของ_____________________1
8._____ห้องนอน______โต๊ะหัวเตียง_______________________________1
9._____ห้องนอน______เตียงนอนขนาด 5 ฟุต________________________1
10._____ห้องนอน______โต๊ะทำงาน และชั้นวางของ_____________________1
11._____ห้องนอน______เก้าอี้รุ่น "TUTTO"__________________________1
12._____ห้องนอน______ตู้เสื้อผ้า_________________________________1
13._____ห้องนอน______ที่นอนขนาด 5 ฟุต รุ่น "Silver Class"____________1
14._____ห้องนอน______ชั้นวางของ_______________________________1
15._____ห้องนอน______ชุดผ้าปูที่นอน 3 ชิ้น (สีขาว)____________________1
16._____ห้องนอน______หมอนหนุน_______________________________2
17._____ห้องครัว______ชุดครัวพร้อมซิงค์ล้างจาน______________________1
18._____ห้องนอน______เครื่องปรับอากาศ___________________________1
19._____ห้องนั่งเล่น_____เครื่องปรับอากาศ___________________________1

โปรโมชั่นพิเศษ จ่ายเพียง 2.3 ล้านบาท เข้าอยู่ได้เลย ฟรีค่าใช้จ่ายทหลายรายการ พร้อมของแถมเพียบ
-
ฟรีเงินกองทุนคอนโดมูลค่า 17,415 บาท
-
ฟรีเงินค่าส่วนกลางล่วงหน้าถึง 31 ธค 56
-
ฟรีเงินค่ามิเตอร์น้ำ/ไฟ มูลค่า 3,250 บาท
-
แถมเครื่องใช้ไฟฟ้า 4 ชิ้น ได้แก่ โทรทัศน์ 29 นิ้ว ตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องทำน้ำอุ่น