จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร

จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร
เล่าประสบการณ์การลงทุนของผมที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559

คนไทยกินทุเรียนแพงแต่คนทั้งโลกกินข้าวไทยถูก(ตอนมะพร้าว)

                                คนไทยกินทุเรียนแพงแต่คนทั้งโลกกินข้าวไทยถูก(ตอนมะพร้าว)


            บทความ 2 ตอนที่แล้ว ผมได้เล่าถึงสถานการณ์การส่งออกทุเรียน มังคุด และ มะพร้าว บทความนี้เรามาดูรายละเอียดเกี่ยวกับมะพร้าวกันต่อ  เมื่อเอาตัวเลขในตารางของบทความที่แล้ว สามารถคำนวณราคามะพร้าวส่งออก/กิโลกรัม ระหว่างปี 2552-2557 ได้ดังนี้
ปี
2552
2553
2554
2555
2556
2557
ราคา/กิโลกรัม
12.03
12.39
16.45
16.34
17.11
27.52

            จะเห็นได้ว่า ราคามะพร้าวเริ่มขึ้นกระโดดในปี 2554 โดยขึ้นมาถึง 32.77% และปี 2557 ราคากระโดดขึ้นมาจากปี 2556 ถึง 60.54% โดยเฉพาะปี 2557 ราคากระโดดขึ้นมากเป็นพิเศษ เพราะว่า ในปีนั้นเกิดพายุไต้ฝุ่น HAIYAN ถล่มประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกมะพร้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยครองส่วนแบ่งตลาดถึง 1 ใน 3 ทำให้กำลังการผลิตมะพร้าวในปีนั้นลดลงไปอย่างมาก ทีนี้เรามาดูว่า ประเทศที่ผลิตมะพร้าวได้มากที่สุดในโลก เป็นประเทศไหนกัน จากตัวเลขของ worldatlas.com พบว่าปัจจุบัน ประเทศอินโดนีเซียอยู่อันดับที่ 1 ส่วนอันดับ 2 คือ ฟิลิปปินส์ แต่ฟิลิปปินส์ส่งออกมะพร้าวและผลืตภัณฑ์จากมะพร้าวเป็นอันดับหนึ่งของโลก (ในปี 2557 มีผลผลิตมะพร้าวของโลกรวม 63 ล้านตัน ในพื้นที่ปลูก 400 ล้านไร่ โดยอินโดนีเซียมีพื้นที่เพาะปลูก 24 ล้านไร่ ให้ผลผลิต 25 ล้านตัน(คิดเป็น 40% ของการผลิตมะพร้าวโลก) คิดเป็นผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 1.04 ตัน/ไร่ ส่วนพื้นที่ปลูกมะพร้าวของ ฟิลิปฟินส์ มีพื้นที่เพาะปลูก 21 ล้านไร่ สามารถผลิตได้ 20 ล้านตัน มีผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 0.95 ตัน/ไร่
)ส่วนอันดับ 3 ได้แก่อินเดีย เมื่อรวมกำลังการผลิตของ 3 อันดับแรกแล้ว จะได้ 80% ของการผลิตของมะพร้าวโลก ทั้งหมด ไทยเราอยู่อันดับที่ 9 โดยประเทศที่มีผลผลิตต่อไร่สูงที่สุดในโลกคือ บราซิล 1.7 ตัน/ไร่ ถัดมาได้แก่เวียดนาม มีผลผลิตอยู่ที่ 1.5 ตัน/ไร่


        ส่วนผลผลิตมะพร้าว/ไร่ ระหว่างปี 2552-2557 เป็นดังนี้


ปี
2552
2553
2554
2555
2556
2557
ผลผลิต(ต้น)/ไร่
0.93
0.90
0.78
0.79
0.77
0.77

            จะเห็นได้ว่าแนวโน้มพื้นที่ปลูกและผลผลิตต่อไร่ในไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะหลายปีที่ผ่านมาเกษตรกรไทยหันไปปลูกยางพารา ปลูกข้าว และปลูกปาล์ม เพราะให้ผลตอบแทนที่มากกว่า โดยข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการ
วิจัย (สกว.) พบว่า ช่วงปี 2549-2553 ยางพาราให้ผลตอบแทน 9,580 บาท
/ไร่ ทุเรียน 6,615 บาท/ไร่ สับปะรด 4,954 บาท/ไร่ ปาล์มน้ำมัน 3,982 บาท/ไร่ มะพร้าวเท่ากับ 3,129 บาท/ไร่ ผลผลิตมะพร้าวต่อไร่ของไทยต่ำกว่าทั้งอินโดนีเซียและฟิลิปฟินส์ สาเหตุหลักอันเนื่องมาจากพื้นที่ปลูกมะพร้าว มีสภาพเป็นสวนเก่า ต้นมะพร้าวมีอายุมาก ขาดการบำรุงรักษา ทำให้ผลผลิตต่อไร่ต่ำ ทั้งยังลดลงมาโดยตลอด โดยเฉพาะปี 2554 ที่ตัวเลขลดลงฮวบฮาบ น่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งคงทำให้ผลผลิตปีต่อๆมาก็ยังคงไม่ฟื้น ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะว่า กว่าที่มะพร้าวที่ปลูกทดแทนจะโตขึ้นมาให้ผลผลิตได้ต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี โดยต้นมะพร้าวจะให้ผลผลิตประมาณ 35-40 ปี          
          เนื้อที่หมดแล้ว ไว้อ่านเรื่องกล้วยที่ไม่กล้วยกับ ทำไมคนไทยต้องกินข้าวแพงในขณะที่คนทั้งโลกถึงกินข้าวไทยถูก ในบทความหน้ากันครับ


กิติชัย เตชะงามเลิศ
       20/10/59

1.คนไทยกินทุเรียนแพงแต่คนทั้งโลกกินข้าวไทยถูก(ตอนที่ 1) : http://kitichai1.blogspot.com/2016/10/1.html

 

2. คนไทยกินทุเรียนแพงแต่คนทั้งโลกกินข้าวไทยถูก(ตอนมังคุดกับมะพร้าว) : http://kitichai1.blogspot.com/2016/10/blog-post_0.html

 

3.คนไทยกินทุเรียนแพงแต่คนทั้งโลกกินข้าวไทยถูก(ตอนมะพร้าว) : http://kitichai1.blogspot.com/2016/10/blog-post_13.html

4.คนไทยกินทุเรียนแพงแต่คนทั้งโลกกินข้าวไทยถูก (ตอน กล้วยที่ไม่กล้วย) : http://kitichai1.blogspot.com/2016/10/blog-post_40.html

5.คนไทยกินทุเรียนแพง แต่คนทั้งโลกกินข้าวไทยถูก (ตอนข้าว) : http://kitichai1.blogspot.com/2016/10/blog-post_36.html

6.คนไทยกินทุเรียนแพงแต่คนทั้งโลกกินข้าวไทยถูก (ตอนจบ) : http://kitichai1.blogspot.com/2016/10/blog-post_73.html



  
      ติดตามสาระดีๆทั้งไลฟ์สไตล์และการลงทุนได้ที่
 Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai
 Twitter : http://twitter.com/value_talk
 Instagram : Gid_Kitichai
 Blog : http://kitichai1.blogspot.com
 You Tube : http://www.youtube.com/user/wittayu9
 Google+ : https://www.google.com/+KitichaiTaechangamlert
 Linkedin : https://www.linkedin.com/in/homeproperty
 Pinterest : http://www.pinterest.com/kitichai/
     หรือ 1.หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า A10 ในคอลัมน์ "เขียนอย่างที่คิด"
              2.หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจหน้า 15 เดือนละครั้ง ในคอลัมน์ “จับช่องลงทุน”
              3.นิตยสาร Tycoon ทุกเดือน
              4.นิตยสาร คนรวยหุัน  Me(Market Evolution) วารสารเภตรา ของสมาคมศิษย์เก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และ จุลสารเตชะสาร ของสมาคมเตชะสัมพันธ์ ทุกไตรมาส

 นอตติ้ง ฮิลล์ ดิ เอ็กซ์คลูซีฟ เจริญกรุง 93 (Notting Hill The Exclusive CharoenKrung 93) ห่างจากเอเชียทีคเพียง 140 เมตร



ห้องที่จะขายดาวน์
1.ห้อง 403 ชั้น 4 ประเภทห้อง B2 : 1 นอน 1 น้ำ ไม่ติดลิฟท์ พื้นที่ใช้สอย : 27 ตารางเมตร ระเบียงหันไปทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วิวสระว่ายน้ำ เฟอร์นิเจอร์ครบครัน ตกแต่งสวยมาก ราคา 2,700,000 บาท

2.ห้อง 410 ชั้น 4 ประเภทห้อง B4 : 1 นอน 1 น้ำ ไม่ติดลิฟท์ พื้นที่ใช้สอย : 32 ตารางเมตร ระเบียงหันไปทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไม่โดนบล็อควิว เฟอร์นิเจอร์ครบครัน ตกแต่งสวยมาก ราคา 3,200,000 บาท

3.ห้อง 810 ชั้น 8 ประเภทห้อง B4 : 1 นอน 1 น้ำ ไม่ติดลิฟท์ พื้นที่ใช้สอย : 32 ตารางเมตร ระเบียงหันไปทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไม่โดนบล็อควิว เฟอร์นิเจอร์ครบครัน ตกแต่งสวยมาก ราคา 3,300,000 บาท

ชื่อโครงการ
 นอตติ้ง ฮิลล์ ดิ เอ็กซ์คลูซีฟ เจริญกรุง 93 (Notting Hill The Exclusive CharoenKrung 93)
เจ้าของโครงการ
 บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
เนื้อที่ทั้งหมด
 1-1-79 ไร่
จำนวนตึก
 1 อาคาร
จำนวนชั้น
 8 ชั้น
จำนวนห้อง
 132 ยูนิต
ลักษณะห้องและขนาดห้อง
– 1 Bedroom : ขนาดเริ่มต้น 27.00 ตร.ม.
– 2 Bedrooms :
ขนาดเริ่มต้น 41.00 ตร.ม.
ที่จอดรถทั้งหมด
 รอข้อมูลจากโครงการ




การเดินทาง
 รถประจำทางสาย 1, 75, 15, 547 เพื่อมายังซอยเจริญกรุง 93 ซึ่งป้ายรถเมล์จะตั้งอยู่ปากซอย หรือหากอยากนั่งเรือสัมผัสบรรยากาศแบบชิลๆ ก็สามารถทำได้โดยขึ้นเรือที่ท่าสาทร (จุดเดียวกับสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน) โดยให้ขึ้นลำที่จะเดินทางมายังเอเชียทีค จากนั้นให้เดินทะลุเอเชียทีคมาที่ถนนเจริญกรุง เมื่อข้ามถนนมาก็จะเจอกับซอย โครงการ
ที่ตั้ง
 ซอยเจริญกรุง 93 แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กทม.10120 (ห่างจาก BTS สะพานตากสิน และจุดขึ้นลงทางด่วนบริเวณถนนจันทร์ 2 กม.)


ปีที่สร้างเสร็จ
 คาดว่าแล้วเสร็จปลายปี 2561




ค่าส่วนกลางและกองทุน
 รอข้อมูลจากโครงการ
สถานที่สำคัญใกล้เคียง
1.   เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ 0.1กม.
2.   โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่ (Shrewsbury International School) 1 กม.
3.   รร.วัดสุทธิฯ
4.Chatrium Riverside Bangkok 1.3 กม.
5. Four Seasons Residence และ Capella 1.5 กม.
6.โรงแรม รามาดา ริเวอร์ไซด์ และ แม่น้ำ เรสซิเดนท์ 0.6 กม.
สิ่งอำนวยความสะดวก
  • Lobby
  • สระว่ายน้ำ
  • ฟิตเนส
  • สวนหย่อม


    เส้นทางที่สามารถเข้าออกได้จากตัวโครงการ
-เจริญกรุง-เยาวราช
-
เจริญราษฏร์-สาทร
-
เจริญราษฏร์-พระราม 3
-
รัชดาภิเษก-ท่าพระ

คนไทยกินทุเรียนแพงแต่คนทั้งโลกกินข้าวไทยถูก(ตอนมังคุดกับมะพร้าว)

                                  คนไทยกินทุเรียนแพงแต่คนทั้งโลกกินข้าวไทยถูก(ตอนที่ 2)
               บทความที่แล้ว ผมได้เล่าถึงสถานการณ์การส่งออกทุเรียนไปแล้ว ดังนั้นจะไม่พูดถึงราชินีแห่งผลไม้(มังคุด)ได้อย่างไร ในเมื่อคนโบราณสอนไว้ว่าให้กินมังคุดตบท้ายทุเรียน เพื่อช่วยสมดุลระหว่างภาวะหยางจากทุเรียน ด้วยภาวะหยินจากมังคุด เรามาดูว่าการส่งออกมังคุดในช่วง 7 ปีที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง


         จากรูปที่ 1 จะเห็นได้ว่า มีมูลค่า และปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้นทุกปี ยกเว้นปี 2558 ที่ปริมาณส่งออกมังคุดลดลงนิดหน่อย เมื่อเทียบกับปี 2557 เช่นเดียวกันกับทุเรียน ผมลองเอาปริมาณไปหารมูลค่าเพื่อจะได้ตัวเลขราคาเฉลี่ยต่อกิโลกรัม พบว่าราคาเฉลี่ยของมังคุดส่งออกตั้งแต่ปี 2553 จนถึง กรกฎาคม 2559 เป็นดังนี้
ปี พ.ศ.
2553
2554
2555
2553
2557
2558
2559
ราคา
16.36
18.53
19.54
19.80
24.69
24.34
28.38

               จะเห็นได้ว่าราคามังคุดส่งออกต่อกิโลกรัมมีราคาสูงขึ้นตลอด แล้วมาเพิ่มแบบก้าวกระโดดในปี 2557 เช่นเดียวกับทุเรียน เข้าใจว่าน่าจะเป็นปีที่มีการส่งออกไปจีนเป็นจำนวนมาก แต่การเพิ่มขึ้นของราคามังคุดยังขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าทุเรียนทั้งๆที่ราคาเมื่อปี 2553 ราคาผลไม้ส่งออก 2 ชนิดอยู่ที่ราคาใกล้เคียงกัน แต่พอมาปีปัจจุบัน ราคาทุเรียนสูงกว่ามังคุดประมาณ 50% เลยทีเดียว
               ส่วนมะพร้าวผมสังเกตว่าตั้งแต่ที่ Trend การรักสุขภาพโดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากมะพร้าวไม่ว่าจะเป็นยาสระผม น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเพื่อบริโภค รวมทั้งการทานมะพร้าวสดที่ Celeb ระดับโลกไม่ว่าจะเป็น Madonna หรือใครต่อใคร ก็ให้สัมภาษณ์ถึงการรับประทานมะพร้าวสดๆและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว หลังจากนั้นราคามะพร้าวทั่วโลกก็ขึ้นมาเรื่อยๆ สำหรับประเทศไทยเองช่วงหลายปีที่ผ่านมา พื้นที่เพาะปลูกมะพร้าวกลับลดลง ยิ่งซ้ำเติมทำให้ Supply ของมะพร้าวลดลง ตามภาพที่ 2



กอรปกับราคามะพร้าวในตลาดโลกที่ขึ้นมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็ยิ่งทำให้ราคามะพร้าวในประเทศไทยก็พลอยสูงขึ้นไปด้วย และเมื่อมาดูตัวเลขปริมาณมูลค่าส่งออกมะพร้าวของประเทศไทยระหว่างปี 2552-2557



จากภาพที่ 3 มีปริมาณ และมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงระหว่างปี 2555-2556 แต่ในขณะที่ปี 2557 กลับตกลงอย่างน่าใจหาย ด้านปริมาณ ลดลงไปถึง 93.65% ส่วนมูลค่าส่งออก ลดลงไป 89.78%

               เนื้อที่หมดแล้ว ไว้อ่านเรื่องมะพร้าวกันต่อ และกล้วยที่ไม่กล้วย ในบทความหน้ากันครับ

กิติชัย เตชะงามเลิศ
       20/10/59

1.คนไทยกินทุเรียนแพงแต่คนทั้งโลกกินข้าวไทยถูก(ตอนที่ 1) : http://kitichai1.blogspot.com/2016/10/1.html

 

2. คนไทยกินทุเรียนแพงแต่คนทั้งโลกกินข้าวไทยถูก(ตอนมังคุดกับมะพร้าว) : http://kitichai1.blogspot.com/2016/10/blog-post_0.html

 

3.คนไทยกินทุเรียนแพงแต่คนทั้งโลกกินข้าวไทยถูก(ตอนมะพร้าว) : http://kitichai1.blogspot.com/2016/10/blog-post_13.html

4.คนไทยกินทุเรียนแพงแต่คนทั้งโลกกินข้าวไทยถูก (ตอน กล้วยที่ไม่กล้วย) : http://kitichai1.blogspot.com/2016/10/blog-post_40.html

5.คนไทยกินทุเรียนแพง แต่คนทั้งโลกกินข้าวไทยถูก (ตอนข้าว) : http://kitichai1.blogspot.com/2016/10/blog-post_36.html

6.คนไทยกินทุเรียนแพงแต่คนทั้งโลกกินข้าวไทยถูก (ตอนจบ) : http://kitichai1.blogspot.com/2016/10/blog-post_73.html


  
      ติดตามสาระดีๆทั้งไลฟ์สไตล์และการลงทุนได้ที่
 Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai
 Twitter : http://twitter.com/value_talk
 Instagram : Gid_Kitichai
 Blog : http://kitichai1.blogspot.com
 You Tube : http://www.youtube.com/user/wittayu9
 Google+ : https://www.google.com/+KitichaiTaechangamlert
 Linkedin : https://www.linkedin.com/in/homeproperty
 Pinterest : http://www.pinterest.com/kitichai/
     หรือ 1.หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า A10 ในคอลัมน์ "เขียนอย่างที่คิด"
              2.หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจหน้า 15 เดือนละครั้ง ในคอลัมน์ “จับช่องลงทุน”
              3.นิตยสาร Tycoon ทุกเดือน
              4.นิตยสาร คนรวยหุัน  Me(Market Evolution) วารสารเภตรา ของสมาคมศิษย์เก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และ จุลสารเตชะสาร ของสมาคมเตชะสัมพันธ์ ทุกไตรมาส

คอนโด เอดจ์ (Edge) ประสานมิตร สุขุมวิท 23 เดิน 1 นาทีจาก MRT 2 นาทีจาก BTS ขายดาวน์ถูกสุดใน 3 โลก


ห้องที่จะขาย
   ห้อง 011315 ชั้น 13 ประเภทห้อง 1A : 1 นอน 1 น้ำ ฝ้าเพดานสูง 2.9 เมตร อุปกรณ์มาตรฐาน Fully Fitted มีครัวและซิงก์ เตาและเครื่องดูดควัน แอร์ ไม่ติดลิฟท์ พื้นที่ใช้สอย : 29.5 ตารางเมตร ระเบียงหันไปทิศเหนือ ราคา 5,900,000 บาท

ที่ตั้งโครงการ : ซอยสุขุมวิท 23 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนากรุงเทพมหานคร

ประเภทโครงการ : คอนโดมิเนียม สูง 35 ชั้น 443 ยูนิต ล็อบบี้ ชั้น G และ Sky Lounge ที่ชั้น 27F / 27M ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว ลิฟท์บริการ 1 ตัว  และอาคารจอดรถ 9 ชั้น(มีลิฟท์ 2 ตัว)  ชั้นส่วนกลางที่ 27F และชั้นลอย มีสระว่ายน้ำ, จากุซซี่, ฟิตเนสบนชั้น 27M ที่มองลงมาเห็นสระว่ายน้ำได้ มีการออกแบบที่ดีและสวยงาม ดีไซน์วงโค้งๆเป็นอกลักษณ์ของตึกเลย  ดาดฟ้าลานจอดรถ ทำเป็นพื้นที่นั่งเล่น ดื่ม และปาร์ตี้ได้นะครับ  สำหรับคนชอบสังสรรค์ สำหรับลูกบ้านเท่านั้น จำนวนห้องต่อชั้นสูงสุด 15 ห้อง เนื้อที่โครงการ : 2 ไร่ 217 ตารางวา คาดว่าก่อสร้างแล้วเสร็จ : ต้นปี พ.ศ. 2560 ภายในห้อง ความสูงฝ้าเพดาน 2.9 เมตร อุปกรณ์มาตรฐาน Fully Fitted มีครัวและซิงก์ เตาและเครื่องดูดควัน ค่าส่วนกลาง 72 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ค่ากองทุน 500 บาทต่อตารางเมตร