จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร

จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร
เล่าประสบการณ์การลงทุนของผมที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ

วันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ธนาคาร นี่โคตรเอาเปรียบ(ตอนที่ 1)

                                    ธนาคารนี่ โคตรเอาเปรียบ(ตอนที่ 1)


              หลายคนชอบเปรียบเปรยธนาคารว่า เวลาแดดออกก็รีบเอาร่มมากางให้เรา แต่เวลาฝนตกหนักก็จะรีบชักร่มกลับไป หลายๆธุรกิจที่กิจการกำลังไปได้ด้วยดี เวลาไปขอสินเชื่อที่ธนาคารก็จะได้การตอบรับที่ดีสามารถกู้ได้ตามจำนวนที่ต้องการ และอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำ  หลายๆครั้งธนาคารยังอยากจะปล่อยกู้ให้กับธุรกิจเหล่านั้น ด้วยจำนวนเม็ดเงินที่มากกว่าที่ธุรกิจต้องการด้วยซ้ำ  โดยเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ ปัจจุบันนี้มีวิธีที่จะหาเม็ดเงินได้หลากหลายวิธี นอกเหนือจากการกู้ธนาคารแบบเดิมเดิม เช่นการออกหุ้นกู้ หรือออกตั๋วสัญญาใช้เงิน โดยมีระยะเวลาของตราสารหนี้ ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของธุรกิจเหล่านั้น  ต้องการใช้เม็ดเงินเหล่านั้นในระยะเวลานานเพียงใด 

         ยิ่งธุรกิจเหล่านั้นถ้ามี Credit Rating ที่ดี เวลาออกหุ้นกู้ก็จะมีการแย่งกันจับจอง เพื่อซื้อหุ้นกู้เหล่านี้ จากนักลงทุนทั้งที่เป็นสถาบัน และประชาชนทั่วไป ที่มีเงินออม และต้องการผลตอบแทน ที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ที่ต่ำติดดินในปัจจุบันนี้  ทั้งๆที่เสนออัตราดอกเบี้ย ที่ค่อนข้างต่ำ หุ้นกู้ของบางบริษัทที่ออกมาบางรายการมีอายุถึง 10 ปีเสียด้วยซ้ำ ก็ปรากฏว่าสามารถขายได้หมดเช่นกัน แสดงให้เห็นถึงความเชื่อถือที่ผู้ซื้อหุ้นกู้เหล่านี้มีต่อธุรกิจเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี ทำให้ธุรกิจที่มีเครดิตที่ดีไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือขนาดใหญ่ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นที่หมายปองของธนาคารทั้งสิ้น กลายเป็นธุรกิจที่หล่อเลือกได้  ส่วนธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ที่นอกเหนือจากกลุ่มข้างต้น ก็ยังมีช่องทางที่จะหาสินเชื่อ จากช่องทางอื่นๆ เช่นนำใบ Invoice ไปขายลดให้กับธุรกิจแฟคตอริ่งต่างๆ ฯลฯ ในยามที่ต้องใช้เงินระยะสั้น เพื่อที่จะไปสั่งซื้อวัตถุดิบ หรือเอาไว้ใช้จ่ายสำหรับขบวนการผลิตสินค้าหรือบริการเหล่านั้น

             แม้กระทั่งธุรกิจที่เป็น STARTUP ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีช่องทางหาเงินทุน ในการเริ่มต้นธุรกิจ จากบรรดา Angel investor ซึ่งสามารถระดมทุนได้ โดยใช้สื่อออนไลน์ เพียงแค่ทำวีดีโอเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการ ที่ต้องการจะนำเสนอ ให้ดูมีความน่าเชื่อถือและมีความเป็นไปได้ โอกาสที่จะระดมเงินทุนดังกล่าว ก็ไม่ยากจนเกินไป นอกจากนี้ยังมีนักลงทุนที่เป็นปัจเจกบุคคลหรือธุรกิจต่างๆที่ให้ความสนใจที่จะเป็น Angel investor  อยู่มากมาย  เพราะเห็นผลตอบแทนที่ Angel investor รุ่นก่อนๆได้รับซึ่งหลายๆธุรกิจ startup ที่หลังจากประสบความสำเร็จ แล้วมูลค่าของเงินลงทุน ของกลุ่ม Angel investor  ได้เติบโตขึ้นมาหลายพันเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเงินลงทุนครั้งแรก

           Disruption ต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงินหรือที่เราเรียกกันว่า FINTECH ไม่ว่าจะเป็น Alibaba Pay, WeChat Pay, Promtpay ฯลฯ ซึ่งเป็นการลดค่าใช้จ่ายธุรกรรมทางการเงิน ทำให้ประชาชนสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายดังกล่าว ทั้งยังได้รับบริการที่สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ผมเชื่อว่าในอนาคตยังจะมี FINTECH ในรูปแบบอื่นๆที่จะมีขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ขึ้นมาแข่งขันกับธนาคาร และจะเป็นตัวเบียดบังรายได้ที่ธนาคารต่างๆ เคยได้รับมาอย่างง่ายๆเหมือนเสือนอนกิน  จนทำให้ธนาคารต้องหารายได้จากช่องทางอื่นเพิ่มขึ้น เราจึงได้เห็นค่าบริการแปลกๆ ซึ่งสมัยก่อนตอนเราเป็นเด็ก ก็ไม่เคยมีค่าบริการแบบนี้ ทั้งๆที่ธนาคารก็ให้บริการเหล่านี้ฟรี(และควรจะฟรีด้วย)มาตั้งนานแล้ว  อาทิเช่น ค่านับเหรียญ เวลาลูกค้าธนาคารนำเงินเหรียญในปริมาณที่มากหน่อย ไปฝากเงินที่ธนาคารปัจจุบันนี้มีหลายธนาคารที่เรียกเก็บค่านับเหรียญกันแล้ว  ซึ่งเป็นค่าบริการที่ทุเรศมาก 

          ลองคิดดูสิครับ ถ้าเราไปซื้อเครื่องซักผ้าที่ห้างสรรพสินค้าราคาตัวละ 15,000 บาท ถ้าเราชำระด้วยเหรียญกษาปณ์ ถามว่าห้างสรรพสินค้าจะมีการคิดค่าบริการนับเหรียญหรือไม่ แน่นอนครับว่าไม่มี แค่คุณลูกค้าไปซื้อสินค้าที่ห้าง ทางห้างก็รู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้งกับลูกค้าท่านนั้นเป็นอย่างมากอยู่แล้ว ยิ่งในสมัยนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่ได้หันไปซื้อสินค้าทางออนไลน์ค่อนข้างมาก ห้างสรรพสินค้าแทบจะกลายเป็นโชว์รูม ให้ลูกค้ามาเดินดู หรือทดสอบสินค้าเหล่านั้น แล้วกลับไปสั่งซื้อผ่านโลกออนไลน์ เพราะว่าราคาถูกกว่าซื้อจากห้างกันเกือบหมดแล้ว พูดก็พูดเถอะธุรกิจห้างสรรพสินค้า ถ้าไม่รีบหาช่องทางเพื่อจะดึงดูดลูกค้ากลับมา ใช้จ่ายในห้างอนาคตก็เป็นธุรกิจอับแสงแน่นอน  เพราะปัจจุบันนี้ศูนย์การค้าส่วนใหญ่ พื้นที่ที่ลูกค้าไปใช้บริการจับจ่ายใช้สอย ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารหรือซุปเปอร์มาร์เก็ต ส่วนร้านค้าประเภทอื่นจะเห็นว่าเงียบเหงาเหลือเกิน หลายครั้งที่ผมไปทำธุระในห้างสรรพสินค้าช่วงประมาณ 2 ทุ่มกว่าถึง 3 ทุ่ม ปรากฏว่าผมเห็นจำนวนพนักงานขายมากกว่าลูกค้าเสียอีก ทั้งๆที่เป็นห้างที่อยู่ใจกลางเมืองแท้ๆ ซึ่งเราเริ่มเห็นการปิดสาขาของร้านค้าประเภท category Killer ต่างๆในอเมริกามากขึ้นเรื่อยๆ  สินเชื่อว่าอีกไม่นานสิ่งเหล่านี้ก็จะเกิดขึ้นที่เมืองไทยเช่นกัน ติดตามอ่านตอนที่ 2 ในบทความหน้ากันนะครับ

อ่านบทความ 1. ธนาคาร นี่โคตรเอาเปรียบ(ตอนที่ 2)  ได่ที่  http://kitichai1.blogspot.com/2017/07/2.html

                      2. ธนาคารนี่โคตรเอาเปรียบ(ตอนจบ) ได่ที่  http://kitichai1.blogspot.com/2017/07/blog-post_21.html

กิติชัย เตชะงามเลิศ
      6/7/60

ถ้าท่านชอบบทความผม ท่านสามารถสมัครสมาชิกโดยเอาเม้าส์ไปทางด้านขวามือจะมีแถบแสดงออกมา แล้วเลือกคลิกไอคอนที่เขียนว่าสมัครรับข้อมูล เมื่อผมมีบทความใหม่ ท่านก็จะทราบทันที

  
      ติดตามสาระดีๆทั้งไลฟ์สไตล์และการลงทุนได้ที่

 Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai
 Twitter : http://twitter.com/value_talk
 Instagram : Gid_Kitichai
 Blog : http://kitichai1.blogspot.com
 You Tube : http://www.youtube.com/user/wittayu9
 Google+ : https://www.google.com/+KitichaiTaechangamlert
 Linkedin : https://www.linkedin.com/in/homeproperty
 Pinterest : http://www.pinterest.com/kitichai/

     หรือ 1.หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B6 ในคอลัมน์ "เขียนอย่างที่คิด"
              2.หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจหน้า 15 เดือนละครั้ง ในคอลัมน์ “จับช่องลงทุน”
              3.นิตยสาร Be Link ทุกเดือน
              4.นิตยสาร Me(Market Evolution) วารสารเภตรา ของสมาคมศิษย์เก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และ จุลสารเตชะสาร ของสมาคมเตชะสัมพันธ์ ทุกไตรมาส

 หาอสังหาทั้งถูกและดีเพื่ออยู่เองหรือเพื่อการลงทุน ได้ที่  http://www.pantipmarket.com/mall/homeproperty


 นอตติ้ง ฮิลล์ ดิ เอ็กซ์คลูซีฟ เจริญกรุง 93 (Notting Hill The Exclusive CharoenKrung 93) 3 ยูนิตสุดสวย ราคาพิเศษ ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากเอเชียทีคเพียง 140 เมตร



ห้องที่จะขายดาวน์
1.ห้อง 403 ชั้น ประเภทห้อง B2 : 1 นอน น้ำ ไม่ติดลิฟท์ พื้นที่ใช้สอย 27 ตารางเมตร ระเบียงหันไปทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วิวสระว่ายน้ำ เฟอร์นิเจอร์ครบครัน ตกแต่งสวยมาก ราคา 2,700,000 บาท

2.ห้อง 410 ชั้น ประเภทห้อง B4 : 1 นอน น้ำ ไม่ติดลิฟท์ พื้นที่ใช้สอย 32 ตารางเมตร ระเบียงหันไปทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไม่โดนบล็อควิว เฟอร์นิเจอร์ครบครัน ตกแต่งสวยมาก ราคา 3,200,000 บาท

3.ห้อง 810 ชั้น ประเภทห้อง B4 : 1 นอน น้ำ ไม่ติดลิฟท์ พื้นที่ใช้สอย 32 ตารางเมตร ระเบียงหันไปทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไม่โดนบล็อควิว เฟอร์นิเจอร์ครบครัน ตกแต่งสวยมาก ราคา 3,300,000 บาท
ชื่อโครงการ
 นอตติ้ง ฮิลล์ ดิ เอ็กซ์คลูซีฟ เจริญกรุง 93 (Notting Hill The Exclusive CharoenKrung 93)

เจ้าของโครงการ
 บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

เนื้อที่ทั้งหมด
 1-1-79 ไร่

จำนวนตึก
 1 อาคาร

จำนวนชั้น
 8 ชั้น

จำนวนห้อง
 132 ยูนิต

ลักษณะห้องและขนาดห้อง
– 1 Bedroom : ขนาดเริ่มต้น 27.00 ตร.ม.
– 2 Bedrooms : ขนาดเริ่มต้น 41.00 ตร.ม.

ที่จอดรถทั้งหมด
 รอข้อมูลจากโครงการ







การเดินทาง
 รถประจำทางสาย 1, 75, 15, 547 เพื่อมายังซอยเจริญกรุง 93 ซึ่งป้ายรถเมล์จะตั้งอยู่ปากซอย หรือหากอยากนั่งเรือสัมผัสบรรยากาศแบบชิลๆ ก็สามารถทำได้โดยขึ้นเรือที่ท่าสาทร (จุดเดียวกับสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน) โดยให้ขึ้นลำที่จะเดินทางมายังเอเชียทีค จากนั้นให้เดินทะลุเอเชียทีคมาที่ถนนเจริญกรุง เมื่อข้ามถนนมาก็จะเจอกับซอย โครงการ

ที่ตั้ง
 ซอยเจริญกรุง 93 แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กทม.10120 (ห่างจาก BTS สะพานตากสิน และจุดขึ้นลงทางด่วนบริเวณถนนจันทร์ กม.)




ปีที่สร้างเสร็จ
 คาดว่าแล้วเสร็จ กรกฎาคม 2560







ค่าส่วนกลางและกองทุน
 รอข้อมูลจากโครงการ

สถานที่สำคัญใกล้เคียง
  1. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ 0.1กม.
  2. โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่ (Shrewsbury International School) 1 กม.
  3. รร.วัดสุทธิฯ
4.Chatrium Riverside Bangkok 1.3 กม.
5. Four Seasons Residence และ Capella 1.5 กม.
6.โรงแรม รามาดา ริเวอร์ไซด์ และ แม่น้ำ เรสซิเดนท์ 0.6 กม.

สิ่งอำนวยความสะดวก
  • Lobby
  • Mailbox
  • สระว่ายน้ำ
  • ฟิตเนส
  • สวนหย่อม
  • Access Card Control
  • CCTV
  • รปภ. 24 ชม.




    เส้นทางที่สามารถเข้าออกได้จากตัวโครงการ
-เจริญกรุง-เยาวราช
-เจริญราษฏร์-สาทร
-เจริญราษฏร์-พระราม 3
-รัชดาภิเษก-ท่าพระ

วันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

อสังหาที่เขาใหญ่น่าลงทุนหรือไม่

                                                                         อสังหาที่เขาใหญ่น่าลงทุนหรือไม่


            การไปพักผ่อนที่เขาใหญ่เป็นสิ่งที่คนไทย โดยเฉพาะคนกรุงเทพและปริมณฑล  นิยมกันมาเป็นเวลานานแล้ว เพราะใช้เวลาในการเดินทางไม่นานนัก แค่ 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว ยิ่งถ้ารถไฟความเร็วสูงสายอีสาน เฟสแรก "กรุงเทพฯ-นครราชสีมา" ระยะทาง 250 กิโลเมตร ซึ่งมีทั้งหมด 6 สถานี เริ่มที่ "บางซื่อ ดอนเมือง พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ปากช่อง นครราชสีมา" เปิดใช้ ก็ยิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่จะไปพักผ่อนที่เขาใหญ่ได้มากยิ่งขึ้น ทำให้พอจะคาดได้ว่า หลังจากที่มีการเปิดใช้รถไฟความเร็วสูงสายดังกล่าว น่าจะทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยว ทั้งไทยและเทศ ที่จะไปพักผ่อนหย่อนใจบนเขาใหญ่มากขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก

         เรามาดูสถิติการท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมา( กรมการท่องเที่ยวไม่ได้ทำตัวเลขแยกเฉพาะของเขาใหญ่) ตามตาราง พอจะเห็นภาพเลาๆ ของการท่องเที่ยวที่เขาใหญ่ได้บ้าง ปรากฏว่า ปี 2555 มีนักท่องเที่ยวไทยที่ไปเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา(ทั้งในเมืองและวังน้ำเขียว) 6,082,187 คน นักท่องเที่ยวต่างชาติ 116,571 คน เมื่อรวมทั้งไทยและเทศคิดเป็น 6,198,758 คน มีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี  จนกระทั่งถึงปี 2559 มีนักท่องเที่ยวไทย 8,173,186 คน เพิ่มขึ้น 34.38 % นักท่องเที่ยวต่างชาติ 147,453 คน เพิ่มขึ้น 26.49% เมื่อรวมทั้งไทยและเทศ คิดเป็น 8,321,239 คน เพิ่มขึ้น 34.24%  ตามตารางที่ 1  โดยมีสัดส่วนค่อนข้างคงที่ระหว่างคนไทย : ต่างชาติ = 98 : 2 จำนวนห้องพักของโรงแรมที่จดทะเบียนตามพรบ.โรงแรม ปี 2555 มีทั้งหมด 12,165 ห้อง เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งปี 2559 มีทั้งหมด 16,458 ห้อง เพิ่มขึ้นมา 35.29% เป็นสัดส่วนใกล้เคียงกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่แขกที่เข้าพัก ที่เป็นคนไทยในปี 2555 มีทั้งหมด 2,970,203 คน  คนต่างชาติ 71,561 คน รวมทั้งไทยและเทศ 3,041,764 คน เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งปี 2559 มีแขกที่เข้าพัก ที่เป็นคนไทย 4,501,322 คน เพิ่มขึ้น 51.55% คนต่างชาติ 97,182 คน เพิ่มขึ้น 35.80% รวมทั้งไทยและเทศ 4,598,504 คน เพิ่มขึ้น 51.18% จากตัวเลขดังกล่าวแสดงว่านักท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะพักค้างแรมในจังหวัดนครราชสีมามากขึ้นโดยมีสัดส่วนค่อนข้างคงที่ระหว่างคนไทย : ต่างชาติ = 98 :2 เช่นกัน



        นักท่องเที่ยวไทยสร้างรายได้ให้กับจังหวัดนครราชสีมาในปี 2555  10,828,ล้านบาท นักท่องเที่ยวต่างชาติ 408 ล้านบาท รวมทั้งไทยและเทศ 11,236 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งปี 2559 นักท่องเที่ยวไทยสร้างรายได้ให้กับจังหวัดนครราชสีมา 16,866 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.76% นักท่องเที่ยวต่างชาติ 532 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.39% รวมทั้งไทยและเทศ 17,418 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.02%  โดยสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวไทย : ต่างชาติ = 97 : 3  แสดงว่ามีการจับจ่ายใช้สอยรวมทั้งค่าที่พักของคนต่างชาติมากกว่าของคนไทย

        จากตัวเลขข้างต้นแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของการท่องเที่ยวเขาใหญ่ นอกจากนั้นโอกาสทางการท่องเที่ยวของเขาใหญ่ ยังมีมากขึ้นจากการที่คนไทยเริ่มให้ความสนใจกับสุขภาพมากขึ้น จึงวิ่งเข้าหาธรรมชาติมากขึ้น  ยิ่งฐานอายุของคนไทยโดยเฉลี่ยสูงขึ้นเรื่อยๆ ในปีหน้าเรากำลังจะมีคนไทย ที่อายุเกิน 60 ปี มากถึง 20 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งหมด นั่นหมายถึงว่าถ้าคุณเดินสวนกับคน 5 คนจะมีหนึ่งคน ที่อายุเกิน 60 ปี คนสูงวัยส่วนใหญ่จะแสวงหาธรรมชาติ  โดยเฉพาะสถานที่ ที่มีต้นไม้อยู่เป็นจำนวนมาก เขาใหญ่จึงตอบโจทย์กับเทรนด์ของคนไทยที่ใฝ่หาธรรมชาติมากขึ้น ส่วนข้อเสียอย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวเขาใหญ่ คือนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมที่จะไปเที่ยวเขาใหญ่เฉพาะวันสุดสัปดาห์ แล้วที่เขาใหญ่ ในช่วงที่ผ่านมา ยังมีกิจกรรมให้ทำค่อนข้างน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ แต่ปัจจุบันนี้ เริ่มมีนักธุรกิจไปสร้างแหล่งท่องเที่ยวประเภทต่างๆ ในบริเวณเขาใหญ่เพิ่มขึ้น  ก็น่าจะมีส่วนที่จะกระตุ้นการท่องเที่ยวได้มากขึ้น นอกจากนี้ในช่วงที่มีอากาศหนาว จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นกว่าช่วงปกติด้วย

          จากจำนวนนักท่องเที่ยว 8.3 ล้านคนที่ไปเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา ย่อมต้องมีบางคนที่คิดจะเป็นเจ้าของอสังหาบนเขาใหญ่ เพียงแค่ 0.1% ของตัวเลขนักท่องเที่ยว ก็คิดเป็นจำนวน 8,300 ยูนิตแล้ว ซึ่งมากกว่าจำนวนยูนิตที่ออกขายในแต่ละปี หรือจำนวนยูนิตรอขายสะสมทั้งหมด  ดังนั้นคุณคงได้คำตอบแล้วนะครับว่า อสังหาที่เขาใหญ่น่าลงทุนหรือไม่

กิติชัย เตชะงามเลิศ
      30/6/60

ถ้าท่านชอบบทความผม ท่านสามารถสมัครสมาชิกโดยเอาเม้าส์ไปทางด้านขวามือจะมีแถบแสดงออกมา แล้วเลือกคลิกไอคอนที่เขียนว่าสมัครรับข้อมูล เมื่อผมมีบทความใหม่ ท่านก็จะทราบทันที

  
      ติดตามสาระดีๆทั้งไลฟ์สไตล์และการลงทุนได้ที่
 Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai
 Twitter : http://twitter.com/value_talk
 Instagram : Gid_Kitichai
 Blog : http://kitichai1.blogspot.com
 You Tube : http://www.youtube.com/user/wittayu9
 Google+ : https://www.google.com/+KitichaiTaechangamlert
 Linkedin : https://www.linkedin.com/in/homeproperty
 Pinterest : http://www.pinterest.com/kitichai/
     หรือ 1.หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B6 ในคอลัมน์ "เขียนอย่างที่คิด"
              2.หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจหน้า 15 เดือนละครั้ง ในคอลัมน์ “จับช่องลงทุน”
              3.นิตยสาร Be Link ทุกเดือน
              4.นิตยสาร Me(Market Evolution) วารสารเภตรา ของสมาคมศิษย์เก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และ จุลสารเตชะสาร ของสมาคมเตชะสัมพันธ์ ทุกไตรมาส



 นอตติ้ง ฮิลล์ ดิ เอ็กซ์คลูซีฟ เจริญกรุง 93 (Notting Hill The Exclusive CharoenKrung 93) 3 ยูนิตสุดสวย ราคาพิเศษ ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากเอเชียทีคเพียง 140 เมตร



ห้องที่จะขายดาวน์
1.ห้อง 403 ชั้น 4 ประเภทห้อง B2 : 1 นอน 1 น้ำ ไม่ติดลิฟท์ พื้นที่ใช้สอย : 27 ตารางเมตร ระเบียงหันไปทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วิวสระว่ายน้ำ เฟอร์นิเจอร์ครบครัน ตกแต่งสวยมาก ราคา 2,700,000 บาท

2.ห้อง 410 ชั้น 4 ประเภทห้อง B4 : 1 นอน 1 น้ำ ไม่ติดลิฟท์ พื้นที่ใช้สอย : 32 ตารางเมตร ระเบียงหันไปทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไม่โดนบล็อควิว เฟอร์นิเจอร์ครบครัน ตกแต่งสวยมาก ราคา 3,200,000 บาท

3.ห้อง 810 ชั้น 8 ประเภทห้อง B4 : 1 นอน 1 น้ำ ไม่ติดลิฟท์ พื้นที่ใช้สอย : 32 ตารางเมตร ระเบียงหันไปทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไม่โดนบล็อควิว เฟอร์นิเจอร์ครบครัน ตกแต่งสวยมาก ราคา 3,300,000 บาท
ชื่อโครงการ
 นอตติ้ง ฮิลล์ ดิ เอ็กซ์คลูซีฟ เจริญกรุง 93 (Notting Hill The Exclusive CharoenKrung 93)

เจ้าของโครงการ
 บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

เนื้อที่ทั้งหมด
 1-1-79 ไร่

จำนวนตึก
 1 อาคาร

จำนวนชั้น
 8 ชั้น

จำนวนห้อง
 132 ยูนิต

ลักษณะห้องและขนาดห้อง
– 1 Bedroom : ขนาดเริ่มต้น 27.00 ตร.ม.
– 2 Bedrooms : ขนาดเริ่มต้น 41.00 ตร.ม.

ที่จอดรถทั้งหมด
 รอข้อมูลจากโครงการ







การเดินทาง
 รถประจำทางสาย 1, 75, 15, 547 เพื่อมายังซอยเจริญกรุง 93 ซึ่งป้ายรถเมล์จะตั้งอยู่ปากซอย หรือหากอยากนั่งเรือสัมผัสบรรยากาศแบบชิลๆ ก็สามารถทำได้โดยขึ้นเรือที่ท่าสาทร (จุดเดียวกับสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน) โดยให้ขึ้นลำที่จะเดินทางมายังเอเชียทีค จากนั้นให้เดินทะลุเอเชียทีคมาที่ถนนเจริญกรุง เมื่อข้ามถนนมาก็จะเจอกับซอย โครงการ

ที่ตั้ง
 ซอยเจริญกรุง 93 แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กทม.10120 (ห่างจาก BTS สะพานตากสิน และจุดขึ้นลงทางด่วนบริเวณถนนจันทร์ 2 กม.)




ปีที่สร้างเสร็จ
 คาดว่าแล้วเสร็จ กรกฎาคม 2560







ค่าส่วนกลางและกองทุน
 รอข้อมูลจากโครงการ

สถานที่สำคัญใกล้เคียง
  1. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ 0.1กม.
  2. โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่ (Shrewsbury International School) 1 กม.
  3. รร.วัดสุทธิฯ
4.Chatrium Riverside Bangkok 1.3 กม.
5. Four Seasons Residence และ Capella 1.5 กม.
6.โรงแรม รามาดา ริเวอร์ไซด์ และ แม่น้ำ เรสซิเดนท์ 0.6 กม.

สิ่งอำนวยความสะดวก
  • Lobby
  • Mailbox
  • สระว่ายน้ำ
  • ฟิตเนส
  • สวนหย่อม
  • Access Card Control
  • CCTV
  • รปภ. 24 ชม.




    เส้นทางที่สามารถเข้าออกได้จากตัวโครงการ
-เจริญกรุง-เยาวราช
-เจริญราษฏร์-สาทร
-เจริญราษฏร์-พระราม 3
-รัชดาภิเษก-ท่าพระ

วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560

TRUE....อีกแล้วเหรอ?(ตอนอวสาน)

                                  TRUE....อีกแล้วเหรอ?(ตอนอวสาน)


         บทความตอนที่แล้วผมพูดถึงกรณี California wow ที่ปิดไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ตามมาด้วยกรณีของกลุ่มทรูที่เพิ่งปิดบริการทุกประเภท ที่ให้บริการในประเทศไทยไปเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยไม่มีการแถลงว่าจะรับผิดชอบและเยียวยาสมาชิกที่ยังมีสมาชิกภาพและบริการต่างๆ ที่ได้ชำระเงินไว้ล่วงหน้าแล้ว คือปิดสถานบริการไปแบบหน้าตาเฉย  โดยที่ไม่มีการแจ้งล่วงหน้ากับสมาชิก ตามหลักการของธุรกิจที่ดี ขนาดที่ว่าเจ้าของสถานที่ ที่กลุ่มทรูได้ไปเช่าพื้นที่ยังต้องติดป้ายประกาศว่า "ทางอาคารไม่ได้รับการแจ้งจากกลุ่มทรู ว่าจะไม่เปิดให้บริการในวันนี้ ทางฝ่ายอาคารกำลังพยายามติดต่อกับทางกลุ่มทรู เพื่อฟังเหตุผลที่เป็นทางการ" การรับผิดชอบต่อลูกค้าอย่างทันท่วงที ถือว่าเป็นคุณลักษณะของธุรกิจที่ดี มีจรรยาบรรณและมีบรรษัทภิบาลที่ดี  แต่กลับไม่พบคุณสมบัติเช่นนี้จากกลุ่มทรู ซึ่งในบทความที่แล้วผมได้เปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างของความรับผิดชอบของกลุ่มทรูที่มาเลเซียกับของไทย ที่ต่างก็ปิดกิจการไปไล่ๆกัน ซึ่งแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง   ทำให้เห็นถึงความใส่ใจที่แตกต่างกัน

           ลองมาดูรายได้ของทรูฟิตเนสกันครับ เมื่อปี 2556 บริษัทมีรายได้ 379 ล้านบาท หลังจากนั้นก็มีรายได้ก็ลดลงมาโดยตลอด ปี 2557 รายได้ 308 ล้านบาท ต่อมาปี 2558 รายได้ลดลงเหลือ 276 ล้านบาท  คงเป็นเหตุผลที่ทำให้มีการปิด True Fitness ที่ Zen เมื่อปีที่แล้ว ส่วนรายได้ของ True Spa เมื่อปี 2556 มีรายได้รวม 231 ล้านบาท ต่อมาปี 2557 มีรายได้รวม  188 ล้านบาท ปี 2558 รายได้ลดลงเหลือเพียง 149 ล้านบาท ( หมายเหตุ : บริษัททรูฟิตเนสจำกัด ดำเนินธุรกิจ True Fitness ส่วนบริษัททรูสปาจำกัด ดำเนินธุรกิจ True Spa และ True Est)  โดยบริษัททรูสปาจำกัด  ถึงแม้จะมีรายได้ลดลงก็ตาม แต่ก็มีกำไรมาตลอด โดยปี 2556 มีกำไรสุทธิ 30.4 ล้านบาท ปี 2557 มีกำไรสุทธิลดลงเหลือ 6.6 ล้านบาท แล้วมาขาดทุนในปี 2558 โดยขาดทุนถึง 28 ล้านบาท คงเป็นเหตุผลที่ทำให้มีการปิด True Spa และ True Est ที่ Zen เมื่อปีที่แล้วเช่นกัน

             การปิดให้บริการของกลุ่มทรู  ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับสมาชิกและผู้ที่ซื้อบริการ  จึงมีสมาชิกกลุ่มหนึ่ง ได้ไปร้องเรียนกับศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โดยนางนฤมล เมฆบริสุทธิ์ หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค กล่าวว่า การปิดดำเนินการโดยไม่แจ้งสมาชิกล่วงหน้า พร้อมทั้งไม่มีมาตรการเยียวยา เข้าข่ายผิดสัญญา ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค 2521 ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ “ธุรกิจนี้ถือเป็นธุรกิจสัญญา โดยมีการเรียกเก็บเงินผู้บริโภคล่วงหน้า การจะปิดปรับปรุงก็ต้องแจ้งให้สมาชิกทราบและมีแผนรองรับสมาชิกว่าจะไปใช้บริการที่ไหน มีกำหนดเปิดหลังการปรับปรุงที่แน่นอน ไม่ใช่ปิดหายเงียบไป ติดต่อผู้ประกอบการก็ไม่ได้ สร้างความเดือดร้อนให้ผู้บริโภค ซึ่งผู้บริโภคบางรายเพิ่งซื้อคอร์สและใช้งานไปเพียงไม่กี่ครั้ง ขอให้บริษัททรู สปา ฯ ออกมารับผิดชอบรวมถึงเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น หรือไม่ก็คืนเงินส่วนที่เหลือให้กับผู้บริโภคก่อน เมื่อปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงเปิดรับสมาชิกใหม่อีกครั้ง” หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภคกล่าว

            นอกจากนี้ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าหากทางบริษัททรู สปา ยังไม่ยอมออกมาเยียวยาผู้บริโภคโดยปิดตัวเงียบหายไปนั้นอาจเข้าข่าย ฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 นั่นคือกระทำด้วยการแสดงข้อความ อันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้บริโภคที่มีปัญหาดังกล่าวสามารถร้องเรียนเข้าที่ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ด้วยตัวเองโดยเตรียมเอกสารต่างๆ เช่นสัญญาการเป็นสมาชิก หลักฐานการจ่ายเงิน และเพื่อความรวดเร็วเขียนลำดับสถานการณ์ตั้งแต่วันสมัคร การใช้งานคอร์สต่างๆ จนถึงวันเกิดปัญหา เป็นต้น หรือร้องเรียนปรึกษาทางโทรศัพท์หมายเลข 02-2483737 เวลา 09.00 – 17.00 ร้องทุกข์ที่ complaint@consumerthai.org หรือร้องทุกข์ออนไลน์ https://goo.gl/lESHRR

            นอกจากนั้นยังมีการรวมตัวของกลุ่มผู้เสียหาย จากการที่กลุ่มทรูปิดการให้บริการ ซึ่งมีจำนวนสมาชิกประมาณ 500 คน ได้มีการสร้าง LINE Group และ Facebook Page(https://www.facebook.com/TrueFitnessTrueSpaTrueEst/  รวมคนที่ได้รับผลกระทบจาก True Fitness True Spa True Est) เพื่อให้ผู้เสียหายได้มารวมตัวกัน และติดตามความคืบหน้าว่า ทางกลุ่มทรูจะรับผิดชอบกับผู้เสียหายอย่างไร โดยล่าสุดได้มีการไปร้องเรียนที่สคบ. สภาทนายความแห่งประเทศไทย สำนักพิทักษ์สิทธิด้านกฎหมายภาคพลเมือง ปปง. DSI และกองปราบปรามคุ้มครองผู้บริโภค แล้ว และทางกลุ่มยังจะไปขอความช่วยเหลือจาก ท่านรองผบ.ตร. และ คสช. อีกด้วย

             นอกจากนั้นยังกระทบชิ่งไปยังกองทุน Thailand Prime Property Freehold and Leasehold Real Estate Investment Trust หรือเรียกสั้น ๆ ว่า TPRIME  ที่บริหารจัดการโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย หรือ KASSET  ซึ่งเป็นกอง REIT (รีท) โดยมีทรัพย์สินที่ลงทุนคือ Exchange Tower ณ แยกอโศก และ Mercury Tower แยกชิดลม  ไม่ทราบว่ามีค่าเช่าค้างชำระอยู่หรือไม่ นอกจากนั้นกว่าทางฝ่ายบริหารโครงการ จะเข้าไปปรับปรุงเพื่อจะเปิดให้เช่าใหม่ คงจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งด้วย  จึงส่งผลกระทบไปถึงผู้ที่ถือหน่วยลงทุนกองทุนนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



           ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่หน่วยงานรัฐจะต้องออกกฎหมายให้เข้มงวดและรัดกุม โดยเฉพาะกับสถานให้บริการ ที่มีการชำระค่าบริการล่วงหน้าเป็นระยะเวลานานๆ  อย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาอีกเลย เพราะนอกจากที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจส่วนบุคคล แล้วยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของชาติด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าเป็นธุรกิจต่างชาติแล้วมาสร้างความเสียหายให้กับคนไทย ควรจะมีบทลงโทษที่หนักหนาสาหัส ไม่ใช่ล้มบนฟูกเหมือนกับที่ผ่านๆมา

          สามารถอ่านบทความเรื่องนี้ตอนที่ 1 ได้ที่ 
TRUE....อีกแล้วเหรอ?(ตอนที่ 1)

หมายเหตุ : กลุ่มทรูที่ผมกำลังกล่าวถึง ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับทรูคอร์ปเลยแม้แต่น้อยนะครับ

กิติชัย เตชะงามเลิศ
       16/6/60

  
      ติดตามสาระดีๆทั้งไลฟ์สไตล์และการลงทุนได้ที่
 Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai
 Twitter : http://twitter.com/value_talk
 Instagram : Gid_Kitichai
 Blog : http://kitichai1.blogspot.com
 You Tube : http://www.youtube.com/user/wittayu9
 Google+ : https://www.google.com/+KitichaiTaechangamlert
 Linkedin : https://www.linkedin.com/in/homeproperty
 Pinterest : http://www.pinterest.com/kitichai/
     หรือ 1.หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B6 ในคอลัมน์ "เขียนอย่างที่คิด"
              2.หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจหน้า 15 เดือนละครั้ง ในคอลัมน์ “จับช่องลงทุน”
              3.นิตยสาร Be Link ทุกเดือน
              4.นิตยสาร Me(Market Evolution) วารสารเภตรา ของสมาคมศิษย์เก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และ จุลสารเตชะสาร ของสมาคมเตชะสัมพันธ์ ทุกไตรมาส

คอนโด เอดจ์ (Edge) ประสานมิตร ยูนิตที่ได้วิวสวนลอยฟ้าที่สวยที่สุด
สุขุมวิท 23 เดิน 1 นาทีจาก MRT 2 นาทีจาก BTS ขายดาวน์ถูกสุดใน 3 โลก
ที่ตั้งโครงการ : ซอยสุขุมวิท 23 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนากรุงเทพมหานคร
ประเภทโครงการ : คอนโดมิเนียม สูง 35 ชั้น มีสโมสร สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ร้านค้า มินิมาร์ท เนื้อที่โครงการ : 2 ไร่ 217 ตารางวา
ห้องที่จะขาย
   ห้อง 8/271(011315) ชั้น 12A ประเภทห้อง 1A : 1 นอน 1 น้ำ ฝ้าเพดานสูง 2.9 เมตร Fully Furnished มี เตาไฟฟ้าแบบCeramic เครื่องดูดควัน แอร์ 2 ตัว ตู้เย็น Digital TV 43 นิ้ว เครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำร้อน Microwave ไม่ติดลิฟท์และห้องขยะ พื้นที่ใช้สอย : 30 ตารางเมตร ระเบียงหันไปทิศเหนือ วิวสวนสวยมาก ราคา 6,300,000 บาท หรือเช่า 30,000/เดือน

ฟรี  1.ค่าส่วนกลาง 72 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือนเป็นเวลา1ปี สิ้นสุด 28/2/61
      2.ค่ากองทุน 500 บาทต่อตารางเมตร
      3.ค่าโอน 1% และค่าใช้จ่ายอื่นๆในการโอน
      4.ค่าขอและเงินมัดจำมิเตอร์ไฟฟ้า
รวมทั้งหมดมูลค่าประมาณ 100,000 บาท




ประเภทโครงการ : คอนโดมิเนียม สูง 35 ชั้น 443 ยูนิต ล็อบบี้ ชั้น G และ Sky Lounge ที่ชั้น 27F / 27M ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว ลิฟท์บริการ 1 ตัว  และอาคารจอดรถ 9 ชั้น(มีลิฟท์ 2 ตัว)  ชั้นส่วนกลางที่ 27F และชั้นลอย มีสระว่ายน้ำ, จากุซซี่, ฟิตเนสบนชั้น 27M ที่มองลงมาเห็นสระว่ายน้ำได้ มีการออกแบบที่ดีและสวยงาม ดีไซน์วงโค้งๆเป็นอกลักษณ์ของตึกเลย  ดาดฟ้าลานจอดรถ ทำเป็นพื้นที่นั่งเล่น ดื่ม และปาร์ตี้ได้นะครับ  สำหรับคนชอบสังสรรค์ สำหรับลูกบ้านเท่านั้น จำนวนห้องต่อชั้นสูงสุด 15 ห้อง เนื้อที่โครงการ : 2 ไร่ 217 ตารางวา ค่าส่วนกลาง 72 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ค่ากองทุน 500 บาทต่อตารางเมตร