จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร

จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร
เล่าประสบการณ์การลงทุนของผมที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ

วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562

ลงทุนอะไรดีในช่วงดอกเบี้ยเงินฝาก 1.5 เปอร์เซ็นต์ (ตอนที่ 11)

ลงทุนอะไรดีในช่วงดอกเบี้ยเงินฝาก 1.5 เปอร์เซ็นต์ (ตอนที่ 11) 




         บทความ 10 ตอนที่ผ่านมา คงทำให้ผู้อ่านมีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการลงทุนในตราสารทุน หรือเรียกกันง่ายๆว่า"หุ้น"  มากขึ้นนะครับ บทความตอนนี้ผมจะมาพูดเกี่ยวกับเรื่องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของนักลงทุน และผู้มีเงินออมทั้งหลาย เพื่อจะสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจุบัน

              ปกติผมมักจะไม่เชียร์ให้คนกู้เงินเพื่อมาใช้จ่าย แต่ถ้ากู้เพื่อซื้อบ้าน หรือซื้อคอนโด ผมเชียร์เต็มที่ เพราะอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับสินเชื่อบ้าน จะมีอัตราที่ต่ำ ยิ่งโดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ยิ่งต้องฉวยโอกาส นำเงินกู้จากธนาคารมาต่อยอดความฝันที่จะเป็นเจ้าของอสังหาไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่ออยู่เองหรือเพื่อการลงทุนก็ตาม ถ้าพิจารณาอย่างดีแล้ว คนที่ผมรู้จักหลายๆคนก็เริ่มจากผ่อนคอนโดเพื่ออยู่อาศัยเอง พอมีรายได้มากขึ้นจากการที่ได้รับการขึ้นเงินเดือน การหารายได้เสริม หรือธุรกิจที่ทำอยู่มีความเจริญรุ่งเรือง ก็โปะเพิ่มเงินที่ผ่อนค่างวดมากขึ้น จนในที่สุดก็ผ่อนหมด แล้วก็เริ่มผ่อนคอนโดใหม่อีก แต่คราวนี้ผ่อนเพื่อเอาคอนโดยูนิตเหล่านั้นไว้ปล่อยเช่า

             ยิ่ง ถ้าสามารถหาคอนโดมือสองที่ให้ผลตอบแทนจากการเช่าที่สูง 6-10 % ในภาวะดอกเบี้ยต่ำๆแบบนี้แทบจะไม่ต้องควักเงินเพื่อผ่อนค่างวดเสียด้วยซ้ำ เพียงแค่มีเงินสัก 10% ของราคาคอนโดเท่านั้นแล้วติดต่อขอสินเชื่อจากธนาคาร เพราะว่าปกติการปล่อยกู้ซื้อคอนโด ธนาคารจะปล่อยในอัตราส่วน LTV ที่ 90% ( LOAN TO VALUE ) ตามกำหนดของแบงค์ชาติ แล้วใช้ค่าเช่าไปผ่อนค่างวด ยิ่งถ้าท่านมีศักยภาพทางเครดิตสูง สามารถกู้ได้ที่ยอดเงินที่สูง ท่านอาจจะผ่อนพร้อมๆกันได้สูงสุดถึง 4 ยูนิต การกู้เพื่อไว้ใช้เป็นที่อยู่อาศัย สถาบันการเงินจะปล่อยกู้ให้มากที่สุดก็คือ 3-4 ยูนิต แล้วแต่นโยบายของสถาบันการเงินนั้นๆ จนทำให้หลายคนกลายเป็นเศรษฐีห้องเช่าแล้วเมื่อถึงเวลาที่ท่านจะ REALIZE GAIN ท่านก็น่าจะขายคอนโดเหล่านั้นได้ ในราคาที่สูงกว่าราคาที่ท่านซื้อมาด้วย ทั้งๆที่คอนโดนั้นท่านอาจจะจ่ายด้วยเงินเพียง 10% เสียด้วยซ้ำ

           ลองมาดูตัวอย่างกัน ท่านซื้อคอนโดยูนิตหนึ่งที่ราคา 2.20 ล้าน ท่านควักเงิน 220,000 บาทมัดจำให้กับผู้ขาย ส่วนที่เหลือก็กู้กับสถาบันการเงิน 1,980,000 บาท ผ่อน 20 ปี ค่าผ่อนเดือนละประมาณ 13,000 บาท สามารถนำมาปล่อยเช่าได้เดือนละ 13,000 บาท ดังนั้นค่าเช่าเพียงพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้ พอเวลาผ่านไปสัก 8-12 ปี ถ้าราคาคอนโดยูนิตนี้ขึ้นไปที่ 3 ล้านบาท ก็เท่ากับว่าท่านกำไร 2.78 ล้านบาท เมื่อคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุน =2,780,000/220,000=1,264% สมมติว่า ท่านถือครองไว้เป็นเวลา 10 ปี ผลตอบแทนเฉลี่ย = 126.64% ต่อปี หรือผลตอบแทนแบบทบต้น = 29.86% ต่อปีเลยทีเดียว ผลตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ WARREN BUFFET นักลงทุนชื่อดังก้องโลกทำได้เสียด้วยซ้ำ เห็นผลตอบแทนแบบนี้แล้ว คงอยากจะเริ่มคิดที่จะเป็นเศรษฐีห้องเช่ากันบ้างแล้ว

         แต่ในปัจจุบันนี้ มาตรการใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อผ่อนคลายภาวะการเก็งกำไรหรือการลงทุนมากเกินไป ของนักลงทุนและหรือนักเก็งกำไร ทำให้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์กรณีที่มีหลายๆยูนิต ต้องใช้เงินลงทุนมากขึ้น จากการที่จะต้องวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงขึ้น โดยมีการกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่่ำหรืออัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV)ดังนี้

         1.สำหรับที่อยู่อาศัยที่มีราคาต่ำกว่า 10 ล้าน LTV ยังเท่าเดิมคือ 90%  ถ้าเกิน 10 ล้าน LTV จะเท่ากับ 80% คือจะต้องวางดาวน์ 20%  

         2.กรณีผ่อนที่อยู่อาศัยพร้อมกัน 2 หลังขึ้นไป โดยหลังแรกยังผ่อนไม่ครบ 3 ปีหลังที่ 2 LTV จะเท่ากับ 80% คือจะต้องวางดาวน์ 20%  

         3.กรณีผ่อนที่อยู่อาศัยพร้อมกัน 3 หลังขึ้นไป LTV จะเท่ากับ 80% คือจะต้องวางดาวน์ 30% ในทุกระดับราคา

       จากมาตรการดังกล่าวของธนาคารแห่งประเทศไทย จะทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนต่ำลง เนื่องจากตัวหารซึ่งก็คือเงินดาวน์หรือเงินมัดจำ ที่ผู้ซื้อจะต้องออกเองเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้น ในขณะที่เงินที่จะกู้ได้จากธนาคารลดลง แถมยังมีพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่เพิ่งผ่านสภา ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค.2563 ทั้งนี้ยังมีบทเฉพาะกาลว่า ใน 3 ปีแรกของการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายฉบับนี้ ให้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีแก่เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นบุคคลธรรมดา และใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรกรรม

       ถึงกระนั้นก็ตาม ผมยังเชื่อว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ก็ยังสร้างผลตอบแทนที่ดี และแน่นอนย่อมต้องมากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของสถาบันการเงินในปัจจุบันนี้ บทความหน้าผมจะมาแนะนำว่า จะต้องลงทุนอย่างไรเพื่อจะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ได้มากที่สุด
       
    กิติชัย เตชะงามเลิศ


    21/1/62


          ถ้าท่านชอบบทความผม ท่านสามารถสมัครสมาชิกโดยกรอกอีเมลของท่าน ในช่องใต้ Follow by Email ทางด้านขวามือ เมื่อมีบทความใหม่ๆ ก็จะมีการส่งอีเมลแจ้งเตือนให้ท่านทราบ เพื่อจะได้ไม่พลาดบทความดีๆกันนะครับ





ติดตามสาระดีๆทั้งไลฟ์สไตล์และการลงทุนได้ที่


      หรือ 1.หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B6 ในคอลัมน์ "เขียนอย่างที่คิด"   
              2.วารสารเภตรา ของสมาคมศิษย์เก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และ จุลสารเตชะสาร ของสมาคมเตชะสัมพันธ์ ทุกไตรมาส



ไฮด์ สุขุมวิท 11(Hyde Sukhumvit 11) ขายพร้อมผู้เช่า ห้องมุม 2 นอน 2 น้ำ วิวสวน ผลตอบแทนจากการเช่า 6%



ห้องที่จะขายพร้อมผู้เช่า

        อาคาร A พื้นที่ 58.54 ตรม. 2 นอน 2 น้ำ เป็นห้องมุม เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน ตกแต่งสวยมาก มี ผ้าม่าน 2 ชั้น เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน แอร์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้าฝาหน้า Digital TV 49 & 32 นิ้ว เครื่องทำน้ำอุ่น และ Microwave วิวสวน ไม่ใกล้ลิฟต์ ไม่ใกล้ห้องขยะ ไม่โดนบล็อกวิว ราคา 10,200,000 บาท ขายพร้อมผู้เช่า ค่าเช่า 50,000 บาท/เดือน สัญญาเช่าสิ้นสุด 13/7/62 ผลตอบแทนจากการเช่า 6% ดู VDO ได้ที่ https://youtu.be/A3bkkoVM9rw

สามารถดาวน์โหลดรูปภาพและวีดีโอทั้งหมดของ ไฮด์ สุขุมวิท 11(Hyde Sukhumvit 11) ได้ที่ https://www.dropbox.com/sh/0uyl1ucec4y08tz/AADSOhQxZUHS8KEPAaZ9EvFQa?dl=0

หรือ https://photos.app.goo.gl/YKAdq3arAg9mxvxDA

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น