จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร

จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร
เล่าประสบการณ์การลงทุนของผมที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ถึงเวลาซื้อคอนโดที่หัวหินหรือยัง?

                                                                            ถึงเวลาซื้อคอนโดที่หัวหินหรือยัง?

          เสน่ห์ของหัวหินไม่เคยมีวันจืดจางไปจากสังคมไทย ตั้งแต่สมัยแม่พลอยในเรื่องสี่แผ่นดิน ชนชั้นสูงในสมัยนั้นก็นิยมไปพักผ่อนที่หัวหินกันมากมาย  ตราบจนปัจจุบันนี้หัวหินก็ยังเป็นที่นิยมของคนไทยทั่วไป ยิ่งปัจจุบันนี้การเดินทางไปหัวหินสะดวกขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก   ถ้าขับรถยนต์จากกรุงเทพไปหัวหิน สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง คือ
           เส้นทางแรก ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) ผ่านจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงครามแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี เข้าสู่ตัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมระยะทางประมาณ 280 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง

           เส้นทางที่สอง ใช้เส้นทางสายเพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านพุทธมณฑล นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี เข้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมระยะทางประมาณ 320 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง
           ปัจจุบันนี้มีเรือโดยสารเฟอร์รี่บริการระหว่างพัทยาและหัวหิน เป็นเรือโดยสาร Catamaran Ferry ซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชม. 40 นาที  ค่าโดยสารราคา 1,250 บาท/เที่ยว ประหยัดเวลาการเดินทางได้เกือบ 3 เท่าเมื่อเทียบกับการเดินทางโดยรถยนต์ ยิ่งปัจจุบันนี้สนามบินสัตหีบได้เปิดให้บริการแก่ผู้โดยสาร ทั้งในและต่างประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการมาเที่ยวพัทยาสามารถมาลงที่สนามบินสัตหีบได้เลย  แล้วถ้าจะเดินทางไปเที่ยวต่อที่หัวหินก็สามารถนั่งเรือเฟอร์รี่ดังกล่าว ซึ่งเป็นการประหยัดเวลาในการเดินทางและสะดวกมากเลยทีเดียว
           นอกจากนั้นโครงการในอนาคตที่รัฐบาลกำลังจะทำอีกคือ
1.รถไฟทางคู่ 5 เส้นทางหลังปรับทีโออาร์ใหม่ กำลังเปิดประมูลสายหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ 90 กม. วงเงิน 8,500 ล้านบาท
2.รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-หัวหิน ระยะทาง 211 กม. วงเงิน 94,673 ล้านบาท
        ซึ่งเมื่อทำเสร็จแล้วก็จะทำให้การเดินทางไปหัวหินมีทางเลือกมากขึ้น และสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการคาดหวังว่าจะมีทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเดินทางไปเที่ยวที่หัวหินเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก และเมื่อมองย้อนดูการเติบโตของนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนหัวหินในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา จะพบว่ามีการเติบโตในระดับปานกลาง คือจากปี 2555 ที่มีนักท่องเที่ยวที่มาเยือนหัวหินประมาณ 4.1 ล้านคน ในขณะที่ปี 2559 มีนักท่องเที่ยวที่มาเยือนหัวหินเกือบ 5 ล้านคน เพิ่มขึ้นมามากกว่า 20% โดยมีสัดส่วนระหว่างนักท่องเที่ยวไทยกับต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 80 : 20  ซึ่งเป็นสัดส่วนเดียวกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่วน Occupancy rate  จากปี 2555  ที่ 45.37%  มีอัตราการเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก โดยในปี 2558 Occupancy rate  อยู่ที่ 65.70 %  แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่พักในหัวหิน มีการเติบโตในระดับสูง   ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะจำนวนห้องพักในโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามพรบ.โรงแรมมีปริมาณลดลงโดยในปี 2555 มีจำนวนห้องพักรวมทั้งสิ้น 10,152 ห้องต่อมาปี 2558 ปริมาณห้องพักเหลือเพียง 8,969 ห้อง หรือลดลง 11.65% ในขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือนหัวหินมีปริมาณมากขึ้น 21.41% จึงทำให้ occupancy rate สูงขึ้นอย่างนั้น ตามตารางที่ 1 และจำนวนวันโดยเฉลี่ยที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เข้ามาเช่าห้องพักในโรงแรมที่หัวหินอยู่ที่ประมาณ 3 วัน
ตารางที่ 1 : สถานการณ์ที่พักในหัวหินปี 2555-2559
ปี
จำนวนผู้มาเยือน
จำนวน
ห้องพัก
Occupancy
 rate
ส่วนแบ่งที่พัก
ไทย
%
ต่างชาติ
%
รวม
%
ไทย
%
ต่างชาติ
%
2555
2556
2557
2558
2559
3,249,413
3,500,499
3,730,587
3,868,173
3,997,638

7.73
6.57
3.69
3.35
866,327
916,526
930,407
967,198
999,410

5.79
1.52
3.95
3.32
4,115,740
4,417,025
4,660,994
4,835,371
4,997,048

7.32
5.52
3.74
3.34
10,152
10,133
9,157
8,969

45.37
54.47
60.84
65.70

71.68
71.16
72.55
72.41





28.32
28.84
27.45
27.59






          ถึงแม้ว่าจะมีที่พักที่ไม่ได้จดทะเบียนตามพรบ.โรงแรม เช่น Guesthouse, Homestay ฯลฯ อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งรวมทั้งอสังหาในรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์  ที่มาให้บริการผ่าน airbnb โดยมีสัดส่วนการเข้าพักในโรงแรมที่จดทะเบียนตามพรบ.โรงแรม ระหว่างคนไทยกับคนต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 72 : 28 ตามตารางที่ 2
ตารางที่ 2 : จำนวนผู้ที่ไปเที่ยวหัวหิน และจำนวนวันที่พักช่วงระหว่างปี 2555-2560
ปี
จำนวนผู้มาเยือน
จำนวนวันที่พัก
ไทย
%
ต่างชาติ
%
รวม
%
ไทย
%
ต่างชาติ
%
รวม
%
2555
2556
2557
2558
2559
3,249,413
3,500,499
3,730,587
3,868,173
3,997,638

7.73
6.57
3.69
3.35
866,327
916,526
930,407
967,198
999,410

5.79
1.52
3.95
3.32
4,115,740
4,417,025
4,660,994
4,835,371
4,997,048

7.32
5.52
3.74
3.34
3.20
3.17
3.06
2.97





3.67
3.55
3.51
3.43




3.33
3.28
3.18
3.10


          ทั้งๆที่สัดส่วนระหว่างนักท่องเที่ยวไทยกับต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 80 : 20 นี่แสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวไทยน่าจะมีที่พักเป็นของตนเอง หรืออาจจะมาพักกับญาติพี่น้อง หรืออาจจะพักกับที่พักที่ไม่ได้จดทะเบียนตามพรบ.โรงแรมประมาณ 8 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ จากสัดส่วนดังกล่าวถ้าผมเป็น Property Developer ผมคงจะพุ่งความสนใจไปที่กลุ่มคนไทยมากกว่าคนต่างชาติ จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด ทำให้เห็นว่าราคาอสังหาที่หัวหิน  อีกภายใน 5 ปีข้างหน้าน่าจะมีโอกาสที่ราคาขึ้นไปได้อีกพอสมควร ดังนั้นการลงทุนในอสังหาที่หัวหินก็ยังพอมีอนาคตอยู่  เนื่องจากที่ดินติดทะเลมีน้อยลง จากการที่พื้นที่ดังกล่าว ถูกนำไปพัฒนาไปมากแล้ว ราคาที่ดินจึงสูงขึ้นเกือบทุกปี ท่านที่คิดจะซื้อคอนโดติดทะเลที่หัวหิน ก็น่าจะศึกษาหาข้อมูลของโครงการต่างๆ เพื่อไว้เปรียบเทียบในการพิจารณาที่จะซื้อกันนะครับ
        มีอยู่โครงการหนึ่ง ที่ผมรู้สึกว่าน่าสนใจ โครงการนั้นคือ วีรันดา เรสซิเดนซ์  หัวหิน (Veranda Residence Hua-Hin)



       ซึ่งเป็นโครงการที่พักอาศัยตากอากาศสุดพรีเมี่ยม ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 2.5 พันล้านบาท บนที่ดินแปลงใหญ่ทำเลทองผืนสุดท้าย ริมชายหาดหัวหิน พื้นที่รวมกว่า 14 ไร่ ใกล้กับเขาตะเกียบ อีกทั้งยังสะดวกสบายสำหรับการเดินทาง ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอาทิ  เพียง 3 นาทีจากท่าเรือเฟอร์รี่หัวหิน - พัทยา  และตลาดไนท์มาร์เก็ต ซิคาด้า  หรือเพียง 5 นาทีจากโรงพยาบาลกรุงเทพ หัวหิน และศูนย์การค้า บลูพอร์ต หัวหิน หรือเพียง 10 นาทีจากสวนน้ำวานา นาวา นอกจากนี้ วีรันดา เรสซิเดนซ์  หัวหิน ยังจัดเป็น First Hotel Serviced Beachfront Design Residence หรือเป็นที่พักอาศัยริมชายหาดแห่งแรก ที่มาพร้อมกับการบริการแบบโรงแรม เพราะว่าภายในโครงการจะมีส่วนของบูทีคโฮเทล ภายใต้แบรนด์น้องใหม่ “A Veranda Collection”  เพื่อสร้างมาตรฐานการบริการและมอบประสบการณ์วันพักผ่อน ที่ลูกค้าไม่เคยได้รับจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่น ที่คอนโดเหล่านั้นส่วนใหญ่ถูกบริหารโดยนิติบุคคลอาคารชุดทั่วๆไป วีรันดา เรสซิเดนซ์ หัวหิน จึงเหมาะกับการเป็นบ้านหลังที่สอง ทั้งเพื่อการพักผ่อนและการลงทุน  นอกจากนั้นโครงการยังถูกออกแบบในแนว Modern Contemporary ด้วยการนำลักษณะและศิลปะของพื้นที่ มาผสมผสานให้เข้ากับความทันสมัยที่เหมาะแก่การพักผ่อนที่เน้นการออกแบบการตกแต่งภายใน รวมถึงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์ที่มีดีไซน์เฉพาะตัว ซึ่งออกแบบโดย Quattro design



        และเสริมความโดดเด่นที่ทำให้วีรันดาแตกต่างจากโครงการคอนโดมิเนียมทั่วไปคือ การเน้นพื้นที่ของ Landscape ให้มาก ออกแบบให้มีสระว่ายน้ำเป็นองค์ประกอบหลักของพื้นที่  เรียกได้ว่าเป็นที่พักริมทะเล ที่มีพื้นที่สระว่ายน้ำมากที่สุดของหัวหินเลยทีเดียว นับว่าเจ้าของโครงการใจปล้ำมาก เพราะว่าการทำเช่นนั้น จะทำให้มีพื้นที่ขายน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งยังเป็นการเพิ่มต้นทุนในการพัฒนาโครงการให้สูงขึ้น แต่ในทางกลับกันก็เป็นผลดีกับลูกค้า ที่จะได้พื้นที่ส่วนกลางซึ่งเป็นสระว่ายน้ำมากกว่าโครงการอื่นๆ ทำให้มีความน่าอยู่มากขึ้น

  
         บริษัท วีรันดา รีสอร์ท แอนด์ สปา จำกัด เจ้าของโครงการเอง ได้ประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับโครงการวีรันดา รีสอร์ท หัวหิน, วีรันดา เชียงใหม่ เดอะ ไฮ รีสอร์ท, วีรันดา รีสอร์ท พัทยา และ วีรันดา เรสซิเดนซ์ พัทยา มาก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งยังได้รับรางวัลจาก Tripadvisor ถึง 4 ปีซ้อน


จึงสามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่สนใจจะซื้อ วีรันดา เรสซิเดนซ์  หัวหิน  ได้เป็นอย่างดี
          อนึ่ง ในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็ไม่มีการก่อสร้างโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะ Beachfront Residence ใน อ.หัวหิน อีกทั้งพื้นที่ติดทะเลริมหาดผืนใหญ่ หาได้ยากขึ้น ถึงแม้ว่าอาจจะยังมีที่ดินว่างเปล่าอยู่บริเวณ เขาเต่า ปึกเตียนและปราณบุรีอยู่บ้าง แต่พื้นที่เหล่านั้นยังไกลจากศูนย์กลางเมืองและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงหาดทรายก็ยังไม่สวยเท่าหัวหิน จึงยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก ในขณะที่ความต้องการของผู้ซื้อคอนโดติดชายหาดหัวหินยังมีจำนวนมาก การเปิดตัวของ วีรันดา เรสซิเดนซ์  หัวหิน น่าจะตอบโจทย์กลุ่มผู้สนใจที่จะซื้อคอนโดในหัวหินได้เป็นอย่างดี ทั้งในแง่ทำเล ราคา การตกแต่ง(สไตล์รีสอร์ท) และการที่มี Hotel Service ซึ่งเป็นการให้บริการแบบเหนือระดับกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ
               ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.verandaresidence.com หรือ โทร. 088-895-2121





  กิติชัย เตชะงามเลิศ
       4/5/60

  
      ติดตามสาระดีๆทั้งไลฟ์สไตล์และการลงทุนได้ที่
 Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai
 Twitter : http://twitter.com/value_talk
 Instagram : Gid_Kitichai
 Blog : http://kitichai1.blogspot.com
 You Tube : http://www.youtube.com/user/wittayu9
 Google+ : https://www.google.com/+KitichaiTaechangamlert
 Linkedin : https://www.linkedin.com/in/homeproperty
 Pinterest : http://www.pinterest.com/kitichai/
     หรือ 1.หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B6 ในคอลัมน์ "เขียนอย่างที่คิด"
              2.หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจหน้า 15 เดือนละครั้ง ในคอลัมน์ “จับช่องลงทุน”
              3.นิตยสาร Be Link ทุกเดือน
              4.นิตยสาร Me(Market Evolution) วารสารเภตรา ของสมาคมศิษย์เก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และ จุลสารเตชะสาร ของสมาคมเตชะสัมพันธ์ ทุกไตรมาส


วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2560

คอนโด 200,000 บาท/ตรม. โคตรถูก แต่คอนโด 50,000 บาท/ตรม. โคตรแพง (ตอนจบ)

 
                          คอนโด 200,000 บาท/ตรม. โคตรถูก แต่คอนโด 50,000 บาท/ตรม. โคตรแพง (ตอนจบ)


               บทความที่แล้ว พูดถึงความแตกต่างระหว่างต้นทุนในการพัฒนาคอนโดที่เป็น HIGH RISE กับ LOW RISE รวมทั้งราคาที่ดินและคอนโดในทำเลช่วงสนามบินน้ำถึง สะพานพระนั่งเกล้ากับย่านเพลินจิตในปัจจุบัน
               บทความนี้เรามาดูราคาคอนโด 2 ทำเลดังกล่าว ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาว่า มีการเปลี่ยนแปลงของราคาอย่างไรกันบ้าง โดยให้ D Condo รัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นคอนโด LOW RISE 8 ชั้น เป็นตัวแทนของคอนโดในช่วงสนามบินน้ำถึงสะพานพระนั่งเกล้า ซึ่งเริ่มเปิดขายเป็นทางการเมื่อวันที่ 17/2/55 ที่มีราคาขาย 809,000-1,476,000 บาท/ยูนิต ราคาต่อตรม = 28,386-51,790 บาท โดยมีราคาเฉลี่ยประมาณ 42,000 บาท/ตรม. โดยมีขนาด 28.50 ตรม.แบบเดียวซึ่งเป็นแบบสตูดิโอ เข้าใจว่าราคา 809,000 คงมีอยู่แค่ยูนิตเดียว เอาไว้จัดโปรโมชั่นเพื่อการโฆษณา แต่ราคาขายจริงๆ น่าจะอยู่ที่ล้านกว่าบาท/ยูนิต รวมทั้งหมดมี 6 อาคาร รวม 1,325 ยูนิต บนที่ดินประมาณ 13.5 ไร่ โครงการนี้เริ่มตั้งแต่รถไฟฟ้าสายสีม่วงยังสร้างไม่เสร็จ จนปัจจุบันรถไฟฟ้าสายนี้ก็เปิดใช้บริการแล้ว ถึงแม้ระยะเริ่มต้นยังมีปัญหาการเดินรถ ระหว่างสถานีบางซื่อ กับสถานีเตาปูนก็ตาม( THAILAND ONLY  จริงๆ)
               ในขณะที่ย่านเพลินจิต ให้คอนโด NOBLE เพลินจิตเป็นตัวแทน ซึ่งเริ่มเปิดขายเมื่อเดือนมิถุนายน 2554 โดยในช่วงนั้นมีราคาเริ่มต้นที่ 148,000-192,000 บาท/ตรม. ราคาเฉลี่ยประมาณ 178,000 บาท/ตรม. ขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 45 ตรม ถึง 244 ตรม. ราคา/ยูนิต อยู่ระหว่าง 6.70-50 ล้านบาท โครงการนี้มี 3 อาคาร บนพื้นที่ประมาณ 9 ไร่ มีจำนวนประมาณ 1,440 ยูนิต โดยตึก C สูง 45 ชั้น วิวดีกว่าเพื่อน ในขณะที่ตึก A เป็นตึกที่สูงเพียง 14 ชั้น วิวคอนโดโดนบล๊อคจากอาคารรอบด้าน  ส่วนตึก B อยู่ตรงกลาง ความสูง 51 ชั้น โครงการนี้ถือเป็นโครงการที่ HOT มากๆ ในช่วงเปิดตัวด้วยทำเลที่ดีมากๆ แต่ก็ต้องแลกด้วยต้นทุนราคาที่ดินที่ซื้อมาถึง 1.50 ล้านบาท/ตรว. ของ DEVELOPER ซึ่งเป็นที่ฮือฮามาก ว่าแพงในสมัยนั้น ต่อมาก็กลายเป็นบรรทัดฐานของราคาที่ดินในย่านนั้นไปเลย
               ทีนี้ เรามาดูราคาปัจจุบันว่า คอนโด 2 โครงการ 2 ทำเล ของ 2 บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ล้วนแต่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งคู่ ว่าราคามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เมื่อเทียบกับราคาช่วงตอนที่เปิดตัว เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว เรามาดูราคาของ D Condo กันก่อน  จากการตรวจดูราคาที่เสนอขายตามเว็บไซด์ต่างๆ ปรากฏว่า ประกาศขายกันอยู่ที่ 1,390,000-1,590,000 บาท/ยูนิต แต่ราคาสุดท้ายอาจจะต่ำกว่านี้บ้างเล็กน้อย
               พอจะได้ราคาสรุปคร่าวๆอยู่ที่ 47,931-54,828 บาท/ตรม. โดยมีราคาเฉลี่ย ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 51,379 บาท/ตรม. ราคาที่ตกลงสุดท้ายเฉลี่ย คาดว่าจะอยู่ที่ 50,000 บาท/ตรม. เมื่อตอนขายโครงการในปี 2555 จะพบว่ามีราคาขึ้นมาประมาณ 8,000 บาท/ตรม. หรือขึ้นมา 19% ภายในเวลา  5 ปี แต่เมื่อสังเกตุให้ดีจะพบว่าราคาที่ประกาศขาย 1,590,000 เป็นห้องที่อยู่ชั้น 6 วิวสระว่ายน้ำ ซึ่งจัดเป็นยูนิตที่อยู่ตำแหน่งที่ดี และชั้นค่อนข้างสูง (โครงการนี้ชั้นสูงสุดคือชั้น 8 ) ยูนิตนี้ช่วงสมัยเปิดจองใหม่ๆ น่าจะอยู่ที่ราคาไม่ต่ำกว่า 1.40 ล้าน แสดงว่า 5 ปีที่ผ่านมาราคาของยูนิตที่แม้จะอยู่ตำแหน่งที่ดียังขึ้นมาเพียง 190,000 บาท นี่ยังไม่นับค่าตกแต่งเพิ่มเติม เท่ากับว่าขึ้นมาประมาณ 10% เท่านั้นเอง
               ส่วน NOBLE เพลินจิตเมื่อดูจากราคาที่ประกาศขายกัน พบว่ามีห้องที่ประกาศขายอยู่ที่ชั้น 39 พื้นที่ 56 ตรม. ราคาขาย 15,800,000 บาท คิดเป็น 282,143 บาท/ตรม. เมื่อมาดูราคาเฉลี่ยช่วงเปิดโครงการใหม่ๆที่ 178,000 /ตรม. เท่ากับว่าขึ้นมาถึง 820,074 บาท/ตรม. หรือประมาณ 46% เลยทีเดียว
               จะเห็นได้ว่า ราคาคอนโดในเมืองช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ขึ้นมามากว่าคอนโดชานเมืองพอสมควร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าราคาที่ดินในเมืองขึ้นแรงกว่าราคาที่ดินชานเมือง ทำให้คอนโดที่เปิดขายในพักหลังๆนี้ ราคาสูงขึ้นมาก พลอยทำให้โครงการที่เปิดขายก่อนหน้าพลอยมีราคาปรับสูงขึ้นด้วย กอรปกับสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าโครงการระดับล่างถึงกลางบน เนื่องจากมีหนี้เสียสูง จึงทำให้มีอัตราปฏิเสธสินเชื่อสูง ซึ่งก็มีส่วนทำให้ราคาคอนโดระดับดังกล่าว มีการปรับราคาขึ้นไม่มากนัก และยอดขายก็ไม่ดีเท่าที่ควรด้วย ในขณะที่คอนโดเกรดพรีเมื่ยม ยอดขายยังคงไปได้เรื่อยๆ ยิ่งโครงการที่อยู่ในทำเลดีๆ ยอดขายยังดีอยู่ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ทำให้ผู้มีอันจะกินแทนที่จะฝากเงินไว้ที่ธนาคาร ก็เจียดเงินส่วนหนึ่งมาซื้อคอนโดเกรดพรีเมี่ยมดังกล่าว ไว้เป็นสินทรัพย์ เพื่อใช้เป็นบ้านหลังหนึ่ง หรือหลังที่ 2 หรือซื้อไว้เพื่อลงทุน รวมทั้งซื้อไว้เพื่อปล่อยเช่า อ่านมาถึงบรรทัดนี้ คงมีความรู้สึกว่า คอนโด 200,000 บาท/ตรม. โคตรถูก คอนโด 50,000 บาท/ตรม.โครตรแพงเหมือนผมกันบ้างแล้วนะครับ
 
กิติชัย เตชะงามเลิศ
       13/3/60

  
      ติดตามสาระดีๆทั้งไลฟ์สไตล์และการลงทุนได้ที่
 Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai
 Twitter : http://twitter.com/value_talk
 Instagram : Gid_Kitichai
 Blog : http://kitichai1.blogspot.com
 You Tube : http://www.youtube.com/user/wittayu9
 Google+ : https://www.google.com/+KitichaiTaechangamlert
 Linkedin : https://www.linkedin.com/in/homeproperty
 Pinterest : http://www.pinterest.com/kitichai/
     หรือ 1.หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B6 ในคอลัมน์ "เขียนอย่างที่คิด"
              2.หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจหน้า 15 เดือนละครั้ง ในคอลัมน์ “จับช่องลงทุน”
              3.นิตยสาร Be Link ทุกเดือน
              4.นิตยสาร Me(Market Evolution) วารสารเภตรา ของสมาคมศิษย์เก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และ จุลสารเตชะสาร ของสมาคมเตชะสัมพันธ์ ทุกไตรมาส
 
Altitude Define    ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสามย่าน เพียง 200 เมตร และ 600 เมตร จาก BTS สถานีศาลาแดง


ห้องที่จะขายดาวน์
1.ห้อง 409 ชั้น 4 ประเภทห้อง B2 : 2 นอน 1 น้ำ ไม่ติดลิฟท์และห้องขยะ พื้นที่ใช้สอย: 43.5 ตารางเมตร ระเบียงหันไปทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่โดนบล็อควิว เฟอร์นิเจอร์ครบครัน ตกแต่งสวยมาก ราคา 7,200,000 บาท

2.ห้อง 708 ชั้น 7 ประเภทห้อง A1 : 1 นอน 1 น้ำ ไม่ติดลิฟท์ พื้นที่ใช้สอย : 28.4 ตารางเมตร ระเบียงหันไปทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่โดนบล็อควิว เป็นซิตี้วิว เฟอร์นิเจอร์ครบครัน ตกแต่งสวยมาก ราคา 4,900,000 บาท

3.ห้อง 803 ชั้น 8 ประเภทห้อง B4 : 1 นอน 1 น้ำ ไม่ติดลิฟท์ พื้นที่ใช้สอย : 35.5 ตารางเมตร ระเบียงหันไปทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไม่โดนบล็อควิว เป็นซิตี้วิว เฟอร์นิเจอร์ครบครัน ตกแต่งสวยมาก ราคา 6,200,000 บาท

  • อาคารชุด 8 ชั้น และชั้นใต้ดิน ลึก 3 ระดับ 59 ห้องชุด บนที่ดิน 218 ตารางวา
  • พื้นที่ใช้สอย 28.4 – 48.3 ตร.ม.
พื้นที่ส่วนกลาง : สระว่ายน้ำ สวนสาธารณะ ห้องสมุด ซาวน่า และ สปอร์ตคลับ / ฟิตเนส

สถานที่สำคัญใกล้เคียง
1. จามจุรีสแควร์ 250 เมตร
2. รร.เตรียมอุดมศึกษา 600 เมตร
3. รร.สาธิตจุฬา 600 เมตร
4. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 300 เมตร
5. ย่านธุรกิจสีลม 450 เมตร
6. สวนลุมพินี 600 เมตร

                ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 9 ยูนิต
  ที่จอดรถ  59 คัน คิดเป็น 100 %
  คาดว่าจะแล้วเสร็จ : กุมภาพันธ์ 2560
สิ่งอำนวยความสะดวก
  • Lobby
  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ + Jacuzzi + Pool Lounge
  • ห้องออกกำลังกาย + Sauna
  • Double Volume Lobby
  • Sky Deck
  • Roof Garden
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • ลิฟท์โดยสาร 1 ตัว
·        จอดรถ  59 คัน คิดเป็น 100 %
  • ระบบ CCTV / Access Card
รายการวัสดุ

- พื้น Engineering Wood
- กลอนประตู Digital Door Lock High Security Lock
- Kitchen Counter
- Built-in Closet
-Loose Furniture Set
- Double Glass Window (front side only)
- ระบบห้องน้ำ Automation จาก American Standard
- ระบบน้ำร้อน Heat Water System
- เครื่องปรับอากาศ Daikin หรือเทียบเท่า
- อุปกรณ์ไฟฟ้าจาก Siemen ระบบ LED Lighting ทั้งอาคาร รวมถึงการติดตั้งแผง Solar Cell บนดาดฟ้า
- ผนังห้อง Wallpaper
พร้อม Wall Decoration

คอนโด 200,000 บาท/ตรม. โคตรถูกแต่คอนโด 50,000 บาท/ตรม. โคตรแพง (ตอนที่ 1)



          คอนโด 200,000 บาท/ตรม. โคตรถูกแต่คอนโด 50,000 บาท/ตรม. โคตรแพง (ตอนที่ 1)


               ผมจั่วหัวข้อบทความนี้ หลายคนสงสัยว่า มันจะเป็นไปได้ไงใช่ไหมครับ คอนโดก็เหมือนกับสินทรัพย์ หรือสินค้าอื่นๆ ที่เราจะเปรียบเทียบเพียงแค่ดูที่ราคา โดยไม่ดูที่คุณภาพ หรือประเภทวัสดุที่ใช้ ความมีชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์คงไม่ได้ อย่างเช่น กระเป๋าบางยี่ห้อ ที่บางใบมีราคาเป็นล้าน จะนำมาเปรียบเทียบกับกระเป๋าที่ขายในย่านประตูน้ำคงไม่ได้ เพราะว่าคุณภาพของวัสดุ การตัดเย็บ ดีไซน์ และความเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียง สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคที่มีอันจะกิน ยังยินดีที่จะจ่ายเงินเป็นหลักล้านเพื่อเป็นเจ้าของกระเป๋าใบนั้น นอกจากผลทางจิตใจแล้ว ในยุคสมัยนี้การแชร์ความร่ำรวย ด้วยการเป็นเจ้าของกระเป๋าราคาประมาณนั้น บนโลกโซเชียลมีเดีย ก็ยังเป็นสิ่งที่คนสมัยนี้นิยมทำกัน ถึงแม้ว่าที่จริงแล้ว ราคาที่แท้จริงไม่ควรจะถึงขนาดนั้นก็ตาม จึงทำให้มีใครหลายคนคิดเหมือนกันว่า กระเป๋าแพงๆแบบนั้น ไม่ใช่แค่เพียงรวยเท่านั้นที่จะซื้อได้ แต่ต้อง ...ด้วย! ต้องนับถือเจ้าของแบรนด์เหล่านั้นที่สามารถทำให้คนรวยและไม่ค่อยรวยกลุ่มหนึ่ง ยอมจ่ายสตางค์เป็นแสนเป็นล้านเพื่อที่จะได้ครอบครองกระเป๋าแบรนด์เนมเหล่านั้น แม้กระทั่งคนที่ไม่มีปัญญาซื้อสินค้าเหล่านั้น ก็ยังอุตส่าห์ขวนขวายไปหาเช่ามาถืออวดกันวันสองวันก็ยังมี จนทำให้มีธุรกิจร้านเช่าสินค้าแบรนด์เนมผุดขึ้นมาหลายร้าน แล้วลามไปยังการให้เช่าผ่าน FACEBOOK , LINE อีกด้วย ในยุคสมัยที่ราคาเครื่องดื่มชาเขียวปั่นขนาดใหญ่ราคาถ้วยละ 190 บาท ในร้านกาแฟแบรนด์นอก 1 ถ้วยเท่ากับราคาข้าวแกงที่มีกับข้าว 2 อย่างใน FOOD COURT บน TERMINAL 21 ที่ผมทานอยู่เป็นประจำ ถึง 61 จานกว่าๆ หมายความว่าชาเขียวปั่นถ้วยนั้นบนมือใครบางคน สามารถที่จะทำให้คนยากจนอิ่มได้ 2 วันเต็มๆเลยทีเดียว พระเจ้าช่วยกล้วยทอดจริงๆ