จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร

จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร
เล่าประสบการณ์การลงทุนของผมที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การออมและให้เงินทำงานตอนที่ 2

          ท่านที่มีหนี้อยู่ไม่ว่าจะเป็นหนี้ในหรือนอกระบบ ที่เกิดจากการบริโภคไม่นับหนี้จากการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ท่านควรจะรีบชำระหนี้ให้หมดเร็วที่สุด เพราะว่าอัตราดอกเบี้ยจากสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค จะเป็นอัตราดอกเบี้ยที่สูงมากยิ่งถ้าเป็นหนี้นอกระบบ เจอเจ้าหนี้โหดหน่อย อาจจะเจอดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือนและหักดอกเบี้ยออกก่อน ซึ่งก็เท่ากับว่าภาระดอกเบี้ยของท่านมากกว่าร้อยละ 3 เสียอีกอยากให้ท่านที่เป็นหนี้เหล่านี้ยึดพระราชดำรัสเรื่องความพอเพียง เพื่อจะไม่ต้องก่อหนี้ประเภทนี้อีก หลักจากเคลียร์หนี้หมดแล้ว ท่านควรจะเริ่มออมเป็นเรื่องเป็นราว ผมทำ Excel เปรียบเทียบเป็น 2 รูปแบบ คือ
          1)  ออมปีละ 100,000 บาท เป็นเวลา 30 ปี
          2)  ออมปีที่ 1 – ปีที่ 5 ปีละ 100,000 บาท หลังจากนั้นทุก 5 ปี เพิ่มครั้งละ 50,000 บาท พอถึงช่วงปีที่ 25- ปีที่ 30 เงินออมตกปีละ 350,000 บาท
          สาเหตุที่ผมเริ่มจาก 100,000 บาท/ปี เนื่องจากปัจจุบันค่าแรงจบปริญญาตรีขั้นต่ำ เงินเดือนเท่ากับ 15,000 บาท ทำงานสัก 2-3 ปี เงินเดือนได้รับการปรับขึ้นเป็น 20,000 บาท หรือถ้าท่านจบบางคณะ ท่านอาจจะเริ่มต้นเงินเดือนที่ 20,000 บาท โดยผมประเมินค่าใช้จ่ายรายเดือนไว้ที่ประมาณ 12,000 บาท โดยมีที่มาจากรายการต่อไปนี้
          1)  ค่าเช่าหอพักหรืออพาร์ทเมนต์ + ค่าไฟฟ้า + ค่าน้ำ เดือนละ 3,500 บาท ถ้าสามารถหาเพื่อนมาร่วมแชร์ห้องพักได้ก็จะยิ่งประหยัดเงินส่วนนี้ ลงได้อีก และที่พักอาศัยควรจะเลือกหาที่ใกล้กับที่ทำงานมากที่สุด เพื่อที่ท่านจะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง
          2)  ค่าเดินทาง (ไป-กลับ) 1,200 บาท ซึ่งตัวเลขนี้มาจากค่ารถเมล์หรือรถไฟฟ้าผมตีให้ที่ 23 บาท/เที่ยว วันหนึ่ง 2 เที่ยว (ไป/กลับ) 1 เดือนมี 22 วันทำการ ส่วนอีก 8 วันที่เป็นวันหยุดกันเป็นค่าโดยสาร 10 บาท/เที่ยว หรือ 20 บาท/ วัน นั่นคือ (23 บาท X 2 เที่ยว X 22 วัน) + (20 บาท X 8 วัน) = 1,172 บาท ปัดเป็นตัวเลขกลมๆ ที่ 1,200 บาท
          3)  ค่าอาหาร + น้ำดื่ม 3 มื้อ 4,500 บาท โดยคิดเป็นมื้อละ 50 บาท (50 บาท X 3 มื้อ X 30 วัน)
          4)  ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 2,800 บาท
          รวมค่าใช้จ่าย / เดือน 12,000 บาท
          สำหรับท่านที่มีรายได้/เดือน 20,000 บาท หลังหักค่าใช้จ่าย 12,000 บาทก็จะมีเงินเหลือไว้ออม 8,000 บาท/เดือน 1 ปีมี 12 เดือน ดังนั้นจะมีเงินออม 96,000 บาท/ปี ผมขออนุญาตปัดขึ้นเป็น 100,000 บาท/ปี ถ้าท่านทำบัญชีค่าใช้จ่ายและควบคุมให้ดีและมีวินัย ท่านก็จะมีความสุขสบายในอนาคต  ยิ่งถ้าท่านยังอาศัยอยู่กับที่บ้าน ท่านยิ่งจะประหยัดค่าใช้จ่ายรายการที่ 1 ไปได้เลยส่วนรายการที่ 3 ที่เป็นค่าอาหารท่านอาจจะฝากท้องมื้อเช้ากับมื้อเย็นไว้ที่บ้าน ท่านก็จะมีค่าใช้จ่ายแค่มื้อเที่ยง ส่วนรายการที่ 4 ท่านก็ประหยัดลงได้อีก เนื่องจากค่าใช้จ่ายจิปาถะทางบ้านเป็นคนจัดหาให้นั่นหมายถึงท่านควรจะมีค่าใช้จ่าย/เดือน เพียงค่าเดินทาง 1,200 บาท + ค่าอาหารกลางวัน 1,500 บาท (เฉพาะมื้อเที่ยง 50X30) + ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 2,300 บาท รวมแล้วเพียง 5,000 บาท นั่นหมายถึงท่านมีเงินเหลือที่จะออมได้ถึง 15,000 บาท/เดือน กรณีที่ท่านมีเงินเดือน 20,000 บาท
          หลักจากนั้นก็เป็นเรื่องราวจัดการกับเงินออมว่าควรจะทำอย่างไร ถ้าท่านรู้จักให้เงินออมทำงาน นั่นก็หมายความว่าเมื่อเวลาผ่านไปยิ่งนาน ตัวเลขความแตกต่างระหว่างการรู้จักบริหารจัดการและเรียนรู้เรื่องการลงทุนที่ทำให้ผลตอบแทนตากเงินออมอยู่ในอัตราที่สูง เมื่อเทียบกับการฝากเงินธนาคารซึ่งปัจจุบันให้ดอกเบี้ยเงินฝากในอัตราที่ต่ำมากๆ ประมาณ 3%/ปี และยังต้องเสียภาษีจากดอกเบี้ยเงินฝากอีก 15% ในขณะที่การซื้อกองทุน LTF & RMF ท่านสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามฐานภาษีของท่านสำหรับท่านที่เพิ่งทำงานมา 2-3 ปี อายุยังน้อยผิดพลาดไปยังแก้ตัวได้ใหม่ ผมแนะนำให้ซื้อกองทุนประเภทตราสารทุน 100% ซึ่งในระยะยาวกองทุนประเภทนี้จะได้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยร่วม 10% ลองดูจากตาราง Excel จะเห็นว่าถ้าท่านไม่พยามยามเรียนรู้เรื่องการให้เงินทำงาน โดยฝากธนาคารอย่างเดียว สมมติฐานของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ 3% และไม่มีการถอนออกในกรณีที่ 1 คือออมปีละ 100,000 บาท พอครบ 30 ปี ท่านจะมีเงินออม 4,900,268 บาท ถ้าท่านเลือกกองทุนในกองทุนที่มีผลประกอบการดีได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ปี เมื่อครบ 30 ปี ท่านจะมีเงินออม 18,094,342 บาท และถ้าท่านเรียนรู้เรื่องการลงทุนและสามารถสร้างผลตอบได้ถึง 15%/ปี เมื่อครบ 30 ปี ท่านจะมีเงินออมถึง 49,995,692 คิดเป็น 9.2 เท่าของการฝากเงินทั้งที่ผลตอบแทน/ปี มากกว่ากันเพียง 5 เท่า นี่คือมหัศจรรย์ของผลตอบแทนทบต้น ในกรณีที่ 2 คือออมปีที่ 1-5 ปีละ 100,000 บาท แล้วเพิ่มทุก 5 ปี ครั้งละ 50,000 บาท ถ้าท่านฝากเงินกับธนาคาร เมื่อครบ 30 ปี ท่านจะมีเงินออม 9,983,399 บาท ถ้าลงทุนในกองทุนรวม แล้วได้ผลตอบแทน 10% ท่านจะมีเงิน 29, 613, 381 เมื่อครบ 30 ปี หรือถ้าสามารถลงทุนเองได้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยถึง 15% เมื่อครบ 30 ปี ท่านจะมีเงินออมถึง 72,412,821 บาท

          เห็นอย่างนี้แล้วท่านจะเริ่มออมเงินและให้เงินของท่านทำงานกันหรือยังครับก่อนจบบทความนี้ ขอเตือนนักลงทุนอย่าเพิ่งรีบร้อนช้อนหุ้นนะครับ เดือนสิงหาคมหุ้นน่าจะมีการตกอีกรอบ และผมมั่นใจว่าเราน่าจะได้เห็น SET INDEX ที่ต่ำกว่า 1,400 จุดอีกรอบครับ

หนังสือ "จาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร" ยอดขายขื้นอันดับหนื่งตั้งแต่วันแรกจำหน่ายและครองอันดับ 1 ติดต่อกันมานาน

ติดตามแนวทางการลงทุนของผมได้ที่ 
Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai
Twitter : http://twitter.com/value_talk 
Youtube : http://www.youtube.com/user/wittayu9
Blog :  http://kitichai1.blogspot.com

หรือหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B6 หรือหน้า B10 และนิตยสารคนรวยหุัน, Condo Guide, Stock Review, Me(Market Evolution), Glow และ Lisa  ทุกเดือน
     

สนใจซื้ออสังหาเพื่ออยู่เองหรือเพื่อการลงทุน ลองเข้า http://www.pantipmarket.com/mall/homeproperty

ขายดาวน์คอนโดสุขุมวิทลีฟวิ่งทาวน์ อโศก เดิน 2 นาที จากรถไฟใต้ดินเพชรบุรี, 8 นาทีจากสถานีแอร์พอร์ตลิ้ง และ 1 นาทีจากท่าเรือเพชรบุรี ราคาต่ำกว่าโครงการสุด ๆ

          โครงการ มี 36ชั้น 453 ยูนิต ที่จอดรถ 540 คัน   มี สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และห้องล็อคเกอร์ ซาวน่า สตีม แยกชายหญิง
1. ห้องเลขที่ 299/40(502) ชั้น 5 แบบห้องเอ เนื้อที่ 60 ตารางเมตร ราคา 4,800,000 บาท มี   1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ  1ห้องรับแขก เฟอร์นิเจอร์บางส่วน พร้อมเครื่องปรับอากาศ  2 เครื่อง รวมทั้งที่จอดรถ 1 คัน ห้องหันทิศเหนือ ให้เช่าห้อง 22,000 บาท/เดือน พร้อมเข้าพักอาศัย

ดู VDO ที่ผมถ่ายภายในห้อง ที่ http://youtu.be/MejmuRp3pGQ

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การออมและให้เงินทำงานตอนที่ 1

การออมและให้เงินทำงานตอนที่ 1


          หลายคนถามผมเกี่ยวกับการออมเงินว่าควรจะออมเท่าไรดี และควรจะทำอย่างไรดีกับเงินออม นับว่าเป็นคำถามยอดฮิต ผมจึงขอสรุปให้ฟังดังนี้ครับ
          ขั้นแรกท่านควรจะเปลี่ยนทัศนคติในการออมเสียก่อน คนส่วนใหญ่พอมีรายได้หรือได้รับเงินเดือนก็จะนำไปใช้ก่อน ถ้าเหลือจึงจะออม ซึ่งเป็นวิธีที่ผิดอย่างร้ายแรง เพราะว่าธรรมชาติของคนเราชอบที่จะใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อหาสินค้าและบริการเพื่อความพึงพอใจอยู่เสมอ ยิ่งคนไหนที่มีลักษณะฟุ่มเฟือยก็แทบจะไม่มีเงินเหลือที่จะออม บางคนยิ่งร้ายไปกว่านั้น มีการกู้หนี้หยิบยืมเงินมาใช้ ทั้งหนี้นอกระบบคือไปกู้หนี้จากบุคคลหรือบริษัทห้างร้านที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน หรือหนี้บัตรเครดิตหรือกระทั่งสินเชื่อบุคคลจากสถาบันการเงิน ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ร้อยละ 10 กว่าๆ จนถึงร้อยละ 30 แล้วแต่เจอเจ้าหนี้หน้าเลือดแค่ไหน ซึ่งกลุ่มลูกหนี้เหล่านี้ ผมขอแนะนำว่ายังไม่ต้องคิดเรื่องการออมเงินให้คิดเรื่องการจ่ายหนี้ให้หมดเสียก่อน เพราะว่าการที่ท่านยังมีหนี้เหล่านี้อยู่แต่ท่านเอารายได้หรือเงินเดือนไปลงทุน ผลตอบแทนจากการลงทุนอาจจะน้อยกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ท่านต้องชำระ และหลังจากล้างหนี้หมดแล้ว ท่านควรจะสัญญากับตัวเองว่าต่อไปนี้จะไม่ก่อหนี้เพื่อเอาไปใช้อุปโภคบริโภคอีก ไม่ใช่ว่าการมีหนี้เป็นสิ่งไม่ดี แต่การเป็นหนี้เพื่อการบริโภคเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง แต่การเป็นหนี้ซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัย เป็นหนี้ที่ผมสนับสนุนเพราะว่า นอกจากเป็นการบังคับใช้ท่านออมเงินแล้ว ยังเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่ทวีมูลค่าเมื่อเวลาผ่านไปถ้าท่านมีการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมโดยค่าผ่อนที่อยู่อาจจะสูงค่าเช่าอพาร์ทเมนต์บ้างเล็กน้อย แต่ถ้าเช่าเขาอยู่กี่ปีท่านก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้เป็นเจ้าของ ขณะที่ถ้าท่านผ่อนบ้านหรือคอนโด 20 ปี ท่านก็ได้เป็นเจ้าของที่อยู่ของท่านแล้ว ผมเห็นเด็กรุ่นใหม่ที่เพิ่งทำงาน ส่วนใหญ่จะตะเกียกตะกายเพื่อจะได้เป็นเจ้าของ Smart Phone กับ Tablet ซึ่งส่วนใหญ่จะเอาไว้ Chat ใน Social Media ซึ่งเป็นกิจกรรมที่นอกจากไม่ก่อให้เกิดรายได้ แต่ทำให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายจากการใช้ Mobile Internet เสียอีก พอทำงานมาสัก 3-4 ปี ก็เริ่มที่จะซื้อรถไว้ขับไปทำงาน ซึ่งถ้าคำนวณให้ดีจะเห็นว่าค่าใช้จ่ายในการมีรถยนต์ 1 คัน เป็นจำนวนเงินที่ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว เอาไว้วันหน้าผมจะมาแจงให้ทราบว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง สิ่งที่ควรทำคือไม่ซื้อรถแต่ให้ซื้อคอนโดใกล้ที่ทำงานเพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เวลาที่ประหยัดได้ท่านอาจจะทำงานล่วงเวลา หรือรับงานพิเศษ เพื่อมีรายได้เสริม คุณภาพชีวิตก็จะดีขึ้น ไม่ต้องตื่นแต่เช้ามืด ยิ่งถ้าที่ทำงานของท่านอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS หรือรถไฟฟ้าใต้ดินท่านยิ่งจะสะดวกใหญ่ จะไปไหนมาไหนก็กะเวลาได้ง่าย ใช้เวลาในการเดินทางน้อยไม่ต้องขับรถหาที่จอดรถ ซึ่งนับวันจะหาที่จอดรถยากขึ้นเรื่อยๆ ภายหลังถ้าเริ่มมีครอบครัว ต้องการขยับขยายหาที่อยู่อาศัยใหม่ คอนโดแนวรถไฟฟ้าก็จะทำให้ขายต่อได้ไม่ยาก และน่าจะได้กำไรในระดับหนึ่ง จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับทำเลและราคาที่ซื้อมา อย่างคอนโดที่ผมอยู่ในปัจจุบัน ผมซื้อมาประมาณ 9 ปี ถ้าผมจะขายในตอนนี้ ผมจะได้กำไรประมาณ 130% ถ้าผมซื้อรถยนต์ผ่านไป 9 ปี ผมคงจะขาดทุนประมาณ 70%  นี่คือสาเหตุที่ผมย้ำแล้วย้ำอีกว่าไม่ควรจะซื้อสินทรัพย์ที่เสื่อมมูลค่า เช่น รถยนต์ แต่ควรจะซื้อสินทรัพย์ที่ทวีมูลค่าเมื่อเวลาผ่านไปอย่างเช่น อสังหาริมทรัพย์ โดยเลือกให้ถูกทำเล ในราคาที่ไม่แพงเกินไป แต่ปัจจุบันคอนโดโดยเฉพาะแนวรถไฟฟ้า ยิ่งถ้าอยู่ในเขตเมื่องชั้นใน ราคายิ่งสูงมาก ทำให้บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เกือบทุกรายต้องพยายามออกแบบให้ห้องมีขนาดเล็กลง โดยที่ฟังคัชั่นการใช้สอยยังครบถ้วน ผมเห็นบางบริษัททำห้องขนาด 22 ตารางเมตรกันแล้ว แต่การออกแบบที่ดีทำให้พอจะอยู่ได้ ผมขอแนะนำให้ซื้อคอนโดมือสอง ที่สภาพอาคารยังมีการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดี ซึ่งราคาจะถูกกว่าคอนโดใหม่มากทีเดียว ผมจะยกตัวอย่างให้ดูคอนโดในซอยสุขุมวิท 23 ผมเพิ่งจะจองไว้เก็งกำไร ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์บริษัทหนึ่ง ในราคาตารางเมตรละ 170,000 บาท ในขณะที่ผมมีคอนโดเก่าในมือซึ่งอยู่ในซอยเดียวกัน ซึ่งมีระยะทางห่างกันประมาณ 500 เมตร เท่านั้น ซึ่งผมประกาศขายเพียงตารางเมตรละ 50,000 บาทต้นๆ เท่านั้น ราคาถูกกว่าคอนโดใหม่ถึงเกือบ 70% สาเหตุที่ราคาแตกต่างกันมากเกิดจากอุปนิสัยของคนไทยที่ไม่ชอบซื้อที่อยู่อาศัยเก่า ถ้าเป็นที่อเมริกาเราจะไม่เห็นราคาที่แตกต่างกันมากขนาดนี้ เนื้อที่หมดเสียแล้วสงสัยต้องเขียนต่ออีกสัก 2 ตอนเป็นมหากาพย์

          ก่อนปิดท้ายบทความฉบับนี้ ผมขอย้ำอีกครั้งนะครับเดือนสิงหาคมน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เราเห็น SET INDEX ลงไปต่ำกว่า 1,400 จุด อีกรอบ จากปัจจัยลบภายในประเทศไม่ว่าจะเป็นทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งยังไม่รวมถึงปัจจัยภายนอกประเทศอีกด้วยนะครับ กลยุทธ์ช่วงนี้ยังคงเหมือนเดิมคือขึ้นขาย ลงยังไม่ซื้อ โดย SET INDEX มีแนวด้านที่สำคัญ บริเวณ 1,520-1,540 ครับ

ผมจะจัดอบรมการลงทุนหุ้นและอสังหาเต็มวันในสไตล์เดียวกับที่ผมทำจาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน  วันที่ 28/7/56 เวลา 9.30-16.30 น. สนใจ โทร 088-2740434, 081-8359274
หนังสือ "จาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร" ยอดขายขื้นอันดับหนื่งตั้งแต่วันแรกจำหน่ายและครองอันดับ 1 ติดต่อกันมานาน

ติดตามแนวทางการลงทุนของผมได้ที่ 
https://www.facebook.com/VI.Kitichai , http://twitter.com/value_talk , http://www.youtube.com/user/wittayu9 และ http://kitichai1.blogspot.com

รายการถอดระหัสหุ้น ทุกวันจันทร์ และ วันศุกร์ เวลา 9.00-9.45 น. ทาง Truevisions(Platinum/Gold) ช่อง 87, Truevisions(Knowledge) ช่อง 53, PSI ช่อง 24, IPM ช่อง 313, GMM Z ช่อง 64, Big 4 ช่อง 90, Sunbox ช่อง 105 หรือ www.hplus.co.th
หรือหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B6 หรือหน้า B10 และนิตยสารคนรวยหุัน, Condo Guide, Stock Review, Me(Market Evolution), Glow และ Lisa  ทุกเดือน
     

สนใจซื้ออสังหาเพื่ออยู่เองหรือเพื่อการลงทุน ลองเข้า http://www.pantipmarket.com/mall/homeproperty

ขาย คอนโด วิช สามย่าน เดิน 2 นาที จาก รถไฟใต้ดิน สถานี สามย่าน ราคาต่ำกว่าโครงการสุด ๆ 2 ห้อง(ชั้น19) ราคา 4.2 ล้าน
                

   โครงการนี้มี 25 ชั้น มีจำนวนห้องทั้งหมด ประมาณ 500 ยูนิต, ถนนสี่พระยา บางรัก ห่างจาก สถานี รถไฟใต้ดิน  สามย่าน ประมาณ 100 เมตร ใกล้ อาคารจามจุรีสแควร์ ตลาดสามย่าน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เตรียมอุดมศึกษา สาธิตจุฬา อาคารชาญอิสระ โรงพยาบาลจุฬาฯ สวนลุมพินี ฯลฯ  มีสวนลอยฟ้า สระว่ายน้ำพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกาย ที่ชั้น 19    
การเดินทางโดยทางด่วน
ขึ้นลง ทางด่วนสามย่าน หัวลำโพง
ขึ้นลง ทางด่วนเชื้อเพลิง พระรามสี่
ขึ้นลง ทางด่วนสุรวงศ์ สีลม
      การเดินทางโดยรถประจำทาง สายที่ผ่าน คือ 1 , 16 ,36 , 45 , 75, 93 และ 187

   ห้องที่จะขายอยู่ชั้น 19
1.ห้อง  18/112  ชั้น 19   พื้นที่ 36.51 ตรม. ราคา 4,200,000 บาท ชั้นนี้ มีสวนลอยฟ้า     ให้เช่าห้อง 22,000 บาท/เดือน
2.ห้อง  18/113  ชั้น 19   พื้นที่ 36.51 ตรม. ราคา 4,200,000 บาท ชั้นนี้ มีสวนลอยฟ้า     ให้เช่าห้อง 22,000 บาท/เดือน

  โปรโมชั่นพิเศษ  เข้าอยู่ได้เลย ฟรีค่าใช้จ่ายทุกรายการ พร้อมของแถมเพียบ
- ฟรีเงินกองทุนคอนโด มูลค่าเกือบ 20,000 บาท
- ฟรีเงินค่าส่วนกลางล่วงหน้า
- ฟรีเงินค่ามิเตอร์น้ำ/ไฟ มูลค่า 3,250 บาท


หมายเหตุ ทุกห้องของผมวิวดี ไม่มีตึกบัง
ดู VDO ที่ผมถ่ายภายในห้อง ที่ http://youtu.be/Y9j1a7pm-xk

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Mid year outlook.

                                              ต้นกล้าของสังคมไทย
            

หลายสัปดาห์ก่อนผมได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรรับเชิญให้กับนักธุรกิจกลุ่มหนึ่งซึ่งเขาจัดนัดพบกันทุกเดือน โดยหัวข้อที่ผมไปพูดเกี่ยวกับด้านการลงทุนในหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ สิ่งหนึ่งที่ผมพบคือมีไม่ถึง 30% ของนักธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของกิจการหลากหลายประเภท ที่ลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมหลังจากผมจบคำบรรยายแล้ว ดูจากสีหน้าและความตั้งใจฟังรวมทั้งคำถามที่ถาม ผมมั่นใจว่าตลาดหลักทรัพย์คงจะมีลงทุน High Net Worth เพิ่มขึ้นอีกหลายสิบคน และในวันนั้นนักธุรกิจกลุ่มนี้ได้เรียนเชิญอาจารย์มีชัย วีระไวทยะ ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสูงในโครงการรณรงค์การใช้ถุงยางอนามัย สำหรับการคุมกำเนิด เป็นผู้ก่อตั้งสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนเมื่อปี พ.ศ.2517 ซึ่งท่านทำไว้ดีมากจากสังคมไทยในอดีตมีลูกมาก ครอบครัวหนึ่ง 5-6 คน คุณปู่ผมเองมีลูกมากกว่า 10 คน นับญาติกันไม่หมด กลายเป็นสังคมที่แต่ละครอบครัวมีลูกโดยเฉลี่ยเพียง 1-2 คน เท่านั้น ผมยังแซวท่านมีชัยว่าโครงการที่ท่านทำไว้ ทำให้ประเทศไทยเราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเร็วกว่าชาติอื่นใน ASEAN เพราะว่าปัจจุบันนี้คนไทยเรามีอายุยืนยาวขึ้นเฉลี่ย 74 ปี จากความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น กอรปกับโครงการรณรงค์ของท่านทำให้คนในกลุ่มตั้งแต่ Baby boomer ; Gen X และรุ่นหลังๆ มา เปลี่ยนค่านิยมของการมีลูกใหม่ ท่านเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเด็กไทยเสียชีวิตในอัตราที่สูงยิ่งถ้าย้อนไปสมัยรัชกาลที่ 5 จะเห็นได้ชัด ดังนั้นแต่ละครอบครัวจึงมีลูกหลายๆ คน นอกจากนั้นมีลูกมาก ยังสามารถให้ช่วยทำงานได้ โดยเฉพาะสมัยนั้น ไทยเรายังเป็นสังคมเกษตรกรรม ยังต้องการแรงงานจำนวนมาก
          จากการไปบรรยายในครั้งนั้น ท่านมีชัยได้เชิญผมและคณะนักธุรกิจไปช่วยกันบรรยายให้นักเรียนของโรงเรียนมีชัยพัฒนาของท่านที่พัทยาซึ่งเป็นสาขาที่ 2 ต่อจากสาขาแรกที่บุรีรัมย์ โดยโรงเรียนมีชัยพัฒนาที่บุรีรัมย์ จะเปิดสอนชั้นมัธยมต้น ส่วนที่พัทยาจะเปิดสอนชั้นมัธยมปลาย โดยอาศัยรายได้บางส่วนจากโรงแรมของท่านที่พัทยา ซึ่งหลักสูตรการเรียนการสอนดีมากทำให้นักเรียนกล้าคิดกล้าถามและยังสอนให้นักเรียนและโรงเรียนพึ่งพาตนเอง ปลูกผักผลไม้กินเอง ทำ BIO DIESEL เพื่อใช้เป็นพลังงานภายในโรงเรียน เป็นตัน และยังเชิญนักธุรกิจหลากหลายแขนงไปเป็นอาจารย์พิเศษ ปัจจุบันที่พัทยามีนักเรียนประมาณเกือบ 50 คน เป็นชั้น ม.4 และ ม.5 ปีหน้าก็จะเริ่มเปิดสอนชั้น ม.6 การคัดเลือกนักเรียนที่จะเข้ามาเรียนในแต่ชั้น จะใช้วิธีให้นักเรียนปัจจุบันเป็นคนตัดสินคัดเลือกกันเอง โดยจะดูจากความมีส่วนร่วมในสังคมมากกว่าความสามารถในการทำข้อสอบ และค่าเล่าเรียนก็จ่ายโดยตัวนักเรียนและผู้ปกครองคนละครึ่ง โดยไม่ได้จ่ายเป็นตัวเงิน แต่จะจ่ายเป็นการทำความดีให้กับสังคม และการสร้างรายได้จากกิจกรรมต่างๆ ในชั้นเรียน เช่น ทำน้ำยาล้างจานเป็นต้น  ผมมั่นใจว่าต้นกล้าเหล่านี้ จะเจริญเติบโตต่อไปในสังคมไทย ถ้าแนวทางการเรียนการสอนแบบนี้มีมากขึ้นในระบบการศึกษาของไทย เราคงจะมีคนที่มีคุณภาพมากขึ้นในสังคม
          ขณะที่ผมและเหล่านักธุรกิจบรรยาย จะเห็นได้ถึงความสนอกสนใจของนักเรียน และคำถามที่ถามได้แสดงถึงความใฝ่รู้ หลังจากนั้นทางผมและคณะก็ได้ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนโรงเรียน และมีความคิดที่จะไปให้ความรู้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนนี้อีกในอนาคต  ผมอยากเชิญชวนให้นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทั้งหลาย ช่วยกันสละเวลาไปเป็นผู้บรรยายให้กับนักเรียนโรงเรียนนี้ เพื่อทำให้สังคมไทยมีอนาคตที่สดใส
          เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมได้เข้าร่วมสัมมนาของ UBS ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่เก่าแก่กว่า 150 ปี ของสวิส ซึ่งบรรยายหัวข้อ “MID YEAR GLOBAL OUTLOOK” รวมทั้ง OUTLOOK ของประเทศไทย ทาง UBS เป็นห่วงผลกระทบทางการเมืองในเดือนสิงหาคม ไม่ว่าจะเป็น พรบ. 2 ล้านล้านบาท กฎหมายนิรโทษกรรม อาจจะทำให้ SET INDEX ตกลงได้มาก ซึ่งก็สอดคล้องกับความคิดของผม ซึ่งผมย้ำเสมอว่าช่วงนี้ให้ขึ้นขาย ลงยังไม่ต้องซื้อ ของถูกน่าจะได้ให้ท่านเลือกซื้อในเดือนสิงหาคม- กันยายน และจากการพูดคุยนอกรอบกับทางวิทยากรจาก UBS เขาบอกว่าอาจเห็น SET ต่ำกว่า 1,300 จุด และนักลงทุนต่างชาติน่าจะยังไม่กลับมาจนกว่าเดือนตุลาคม
          ช่วงนี้ศึกษาหาความรู้และค้นหาหุ้นดีๆ รอไว้ ตอนหุ้นตกลงมา จะได้ช้อนหุ้นดีๆ เก็บไว้ในพอร์ตกันนะครับ และผมกำลังจะจัดคอร์สอบรมเรื่องการลงทุนในหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ในสไตล์การลงทุนของผมโดยจะสอนทั้งปัจจัยพื้นฐานและทางเทคนิค ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนหน้าใหม่และนักลงทุนที่มีประสบการณ์ในการลงทุนบ้างแล้ว ในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ สนใจติดต่อ 081-8359274 หรือ 088-2740434 นะครับ

 ผมจะจัดอบรมการลงทุนหุ้นและอสังหาเต็มวันในสไตล์เดียวกับที่ผมทำจาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน  วันที่ 28/7/56 เวลา 9.30-16.30 น. สนใจ โทร 088-2740434, 081-8359274
หนังสือ "จาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร" ยอดขายขื้นอันดับหนื่งตั้งแต่วันแรกจำหน่ายและครองอันดับ 1 ติดต่อกันมานาน

ติดตามแนวทางการลงทุนของผมได้ที่ 
https://www.facebook.com/VI.Kitichai , http://twitter.com/value_talk , http://www.youtube.com/user/wittayu9 และ http://kitichai1.blogspot.com

รายการถอดระหัสหุ้น ทุกวันจันทร์ และ วันศุกร์ เวลา 9.00-9.45 น. ทาง Truevisions(Platinum/Gold) ช่อง 87, Truevisions(Knowledge) ช่อง 53, PSI ช่อง 24, IPM ช่อง 313, GMM Z ช่อง 64, Big 4 ช่อง 90, Sunbox ช่อง 105 หรือ www.hplus.co.th
หรือหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B6 หรือหน้า B10 และนิตยสารคนรวยหุัน, Condo Guide, Stock Review, Me(Market Evolution), Glow และ Lisa  ทุกเดือน
     

สนใจซื้ออสังหาเพื่ออยู่เองหรือเพื่อการลงทุน ลองเข้า http://www.pantipmarket.com/mall/homeproperty


 ขายดาวน์คอนโดสุขุมวิทลีฟวิ่งทาวน์ อโศก เดิน 2 นาที จากรถไฟใต้ดินเพชรบุรี, 8 นาทีจากสถานีแอร์พอร์ตลิ้ง และ 1 นาทีจากท่าเรือเพชรบุรี ราคาต่ำกว่าโครงการสุด ๆ
        

 โครงการ มี 36ชั้น 453 ยูนิต ที่จอดรถ 540 คัน   มี สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และห้องล็อคเกอร์ ซาวน่า สตีม แยกชายหญิง
1. ห้องเลขที่ 299/40(502) ชั้น 5 แบบห้องเอ เนื้อที่ 60 ตารางเมตร ราคา 4,800,000 บาท มี   1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ  1ห้องรับแขก เฟอร์นิเจอร์บางส่วน พร้อมเครื่องปรับอากาศ  2 เครื่อง รวมทั้งที่จอดรถ 1 คัน ห้องหันทิศเหนือ ให้เช่าห้อง 22,000 บาท/เดือน พร้อมเข้าพักอาศัย

ดู VDO ที่ผมถ่ายภายในห้อง ที่ http://youtu.be/MejmuRp3pGQ

วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ปัจจัยลบในไตรมาส 3

ปัจจัยลบในไตรมาส 3

          ไตรมาส 3 เป็นช่วงเวลาที่น่าหนักใจสำหรับนักลงทุนไทย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายนอกและภายในประเทศมากมาย ซึ่งผมได้รวบรวมมาไว้ในบทความสัปดาห์นี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น เราลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง โดยขอเริ่มที่ปัจจัยภายนอกก่อน
          1.  การลดเม็ดเงินของมาตรการ Q.E. ของ FED ซึ่งคาดกันว่าจะเริ่มทยอยลดลงในเดือนกันยายนนี้ แล้วจะยกเลิก Q.E. ในกลางปีหน้า โดย FED มั่นใจว่าอัตราการว่างงานของชาวอเมริกันจะลดลงเหลือ 6.5% ภายในสิ้นปีหน้า กอรปกับท่านประธาน FED นายเบน เบอร์นันเก้จะหมดสมัยลงในเดือนมกราคมปีหน้า และท่านประธานาธิบดี บารัค โอบามาก็ได้ประกาศไปแล้วว่าจะไม่ต่ออายุให้ ท่านเบน เบอร์นันเก้คงอยากจะเคลียร์มาตรการที่เกิดขึ้นในสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งให้เรียบร้อย
          2.  การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน บวกกับภาระตึงตัวของสินเชื่อ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลจีนชุดปัจจุบัน ที่ต้องการจะทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะสมดุล ไม่เน้นการเติบโตที่มากเกินไป หลายๆ ธุรกิจในจีนเริ่มมีปัญหาสภาพคล่องล่าสุดบริษัท ไซน่าหรงเฉิงเฮฟวี่ อินดัสตรี้ กรุ๊ปซึ่งเป็นบริษัทต่อเรื่อเอกชนรายใหญ่ของจีน ยังต้องร้องของความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐ ต้องจับตาดูวิกฤตหนี้ที่อาจจะรุนแรงมากขึ้น ความเสี่ยงของการลิมสลายของสินเชื่อส่วนบุคคล และของรัฐบาลท้องถิ่น ที่ใช้เงินไปลงทุนใน
โครงการที่ไม่คุ้มค่ามากมาย โดยเมื่อต้นปีนี้ ธนาคารพาณิขย์จีนต้องเลื่อนการเรียกชำระหนี้มูลค่าเกือบ
500,000 ล้านเหรียญสหรัฐของรัฐบาลท้องถิ่น นโยบายด้านเศรษฐกิจของจีนที่ใช้มาตั้งแต่เริ่มเปิดประเทศในปี 2521 ซึ่งทำให้ประเทศจีนกลายเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลกซึ่งดูดทรัพยากรของโลกมาใช้อย่างมากมายคงจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแล้วเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นได้ การที่ทางการจีนระงับมาตรการอัดฉีดสินเชื่อเข้าสู่ระบบเพื่อลดปัญหาการผลิตส่วนเกินที่มากเกินไป โดยทางการจีนกำลังพยายามยุติระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาการลงทุนบนสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว ทำให้ความต้องการสินค้านำเข้าลดลง ซึ่งจีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย เราจึงเห็นตัวเลขการส่งออกจากไทยไปจีนเติบโตติดลบเมื่อเดือนที่ผ่านมา
          3.  ปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองระหว่างประเทศ เช่น เกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ สิทธิสภาพทางทะเลของจีนกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงปัญหาความไม่มีเสถียรภาพการปกครองในอียิปต์
ปัจจัยในประเทศ
          1.  การส่งออกเติบโตลดลงมาก ต่ำกว่าที่หลายหน่วยงานคาดการณ์ไว้ทำให้มีการปรับการคาดการณ์การส่งออกปีนี้ว่าอาจจะโตเพียง 3-5% เท่านั้น ถึงแม้ว่าค่าเงินบาทจะอ่อนตัวลงมา แถว 31 บาทกว่าต่อดอลลาร์แล้วก็ตาม
          2.  อัตราการเติบโตของ GDP ไทย ไตรมาสที่ 1 น่าผิดหวัง กอรปกับตัวเลขส่งออกที่แย่และการบริโภคภายในประเทศก็เติบโตลดลงหลังจากหมดอานิสงค์ของโครงการรถคันแรก ซึ่งทำให้คนไทยเป็นหนี้มากขึ้น จึงต้องลดการบริโภคลง ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ก็มีผลกระทบไปด้วยจากรถคันแรก และภาวะหุ้นที่ตกลงมากในช่วงนี้ หลายหน่วยงานมีการปรับคาดการณ์เติบโตของ GDP ไทยจากเดิมเฉลี่ย 4.80-5.30% เป็น 3.80-4.70%
          3.  ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยประจำเดือนมิถุนายนของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยอยู่ที่ระดับ 81.60% ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และต่ำสุดในรอบ 6 เดือน สะท้อนถึงความกังวลต่อเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 2 GDP ไทยอาจโตเพียง 2-3%
          4.  คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก) มีความเห็นว่า พรบ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทขัดรัฐธรรมนูญ ถ้ารัฐบาลยังดึงดันจะทำต่อ ก็จะเปิดเวทีสาธารณะและกลุ่ม 40สว จะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจแน่ว่าขัดรัฐธรรมนูญไหม แต่รัฐบาลพยายามเร่ง พรบ.นี้เพื่อให้เสร็จโดยเร็ว คาดว่าน่าจะเข้าสู่ภาวะ 3 ในเดือนกันยายนนี้ ถ้าไม่ผ่านสภา ตามมารยาทรัฐบาลก็ต้องลาออกหรือนายกอาจจะใช้วิธียุบสภาซึ่งก็จะเกิดสูญญากาศทางการเมืองขึ้นทันที
          5.  โครงการป้องกันน้ำท่วมมูลค่า 3.5 แสนล้านบาทถูกศาลปกครองสั่งให้ทำ Public Hearing ทำให้โครงการกว่าจะเริ่มได้คงเป็นปีหน้า เศรษฐกิจไทยต้องการตัวจักรที่จะมาช่วยปั๊มการเติบโตในครึ่งปีหลังนี้ ถ้าขาดโครงการน้ำกับ Mega Project 2ล้านล้านบาท เพื่อช่วยเศรษฐกิจที่เริ่มอ่อนตัวลง
          6.  แม้ยอดขอ BOI ใน 5 เดือนแรกที่มีถึง 919 โครงการเพิ่มขึ้น 18% มูลค่าเงินลงทุนรวม 5.65 แสนล้านบาทเพิ่มขึ้น 70% โดยเป็น FDI 526 โครงการมูลค่าลงทุน 2.56 แสนล้านบาทซึ่งเพิ่มขึ้น 24.40% ก็ตาม แต่ถ้าปัจจัยข้อ 4 และ ข้อ 5 รุนแรงขี้นกอรปกับกฎหมายปรองดอง, การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นให้การเมืองบนท้องถนน คุกรุ่นมากขึ้น ถ้าเสถียรภาพทางการเมืองไม่มั่นคง อาจทำให้ยอดการลงทุนจริงอาจจะไม่ถึงตัวเลขดังกล่าว จากปกติจะมีการลงทุนจริงประมาณ 80-90% ของยอดขอ B0I และนักลงทุนก็ใช้เวลา 1-2 ปีในการตัดสินใจลงทุน
          7.  การประชุม กนง.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 10 กรกฎาคมนี้ คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้คงเดิมแม้ตัวเลขการเติบโตของ GDP และการส่งออกยังน่าเป็นห่วง แต่หนี้ครัวเรือนที่ 78% ของ GDP และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น

          จากปัจจัยที่กล่าวมาทำให้ตลาดหุ้นไทยที่เคยเป็นสุดที่รักของนักลงทุนต่างชาติ ปัจจุบันถูกเทขายมากสุดในเดือนที่แล้วถึง 55,492 ล้านบาท และตลาดตราสารหนี้ก็โดนเทขายไป 46,314 ล้านบาท กลยุทธช่วงนี้คือขึ้นขายลงยังไม่ซื้อเหมือนเดิมครับ

ผมจะจัดอบรมการลงทุนหุ้นและอสังหาเต็มวันในสไตล์เดียวกับที่ผมทำจาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน  วันที่ 28/7/56 เวลา 9.30-16.30 น. สนใจ โทร 088-2740434, 081-8359274
หนังสือ "จาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร" ยอดขายขื้นอันดับหนื่งตั้งแต่วันแรกจำหน่ายและครองอันดับ 1 ติดต่อกันมานาน

ติดตามแนวทางการลงทุนของผมได้ที่ 
https://www.facebook.com/VI.Kitichai , http://twitter.com/value_talk , http://www.youtube.com/user/wittayu9 และ http://kitichai1.blogspot.com

รายการถอดระหัสหุ้น ทุกวันจันทร์ และ วันศุกร์ เวลา 9.00-9.45 น. ทาง Truevisions(Platinum/Gold) ช่อง 87, Truevisions(Knowledge) ช่อง 53, PSI ช่อง 24, IPM ช่อง 313, GMM Z ช่อง 64, Big 4 ช่อง 90, Sunbox ช่อง 105 หรือ www.hplus.co.th
หรือหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B6 หรือหน้า B10 และนิตยสารคนรวยหุัน, Condo Guide, Stock Review, Me(Market Evolution), Glow และ Lisa  ทุกเดือน
     

สนใจซื้ออสังหาเพื่ออยู่เองหรือเพื่อการลงทุน ลองเข้า http://www.pantipmarket.com/mall/homeproperty


ขาย คอนโด สุขุมวิท(เดิน 4 นาที จาก สถานี BTS อ่อนนุช) เฟอร์ครบ ห้องสวยมาก ราคาต่ำสุด ๆ เพียง 2,200,000 บาท แถมเครื่องใช้ไฟฟ้าเพียบ!!! 
            
      โครงการ มาย คอนโด สุขุมวิท 81 นี้มี 8 ชั้น มีจำนวนห้องทั้งหมด 146 ยูนิต, ห่างจาก สถานี BTS อ่อนนุช , ห้างโลตัสอ่อนนุช ประมาณ 200 เมตร และ 600 เมตรจากห้างคาร์ฟูร์อ่อนนุช ใกล้ทางด่วน สุขุมวิท 50 และสุขุมวิท62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร
1).ห้องที่จะขายอยู่ชั้น 3 ห้องเลขที่ 44/26(3004) พื้นที่ 34.81 ตรม. ห้องหันทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
มี 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 1 คัน ห้องสวย เฟอร์นิเจอร์ครบถ้วน พร้อมเครื่องปรับอากาศ 2 เครื่อง
ขายในราคา 2,200,000 บาท   พร้อมผู้เช่า 12,000 บาท/เดือน เริ่มเช่า 1/10/55 ครบกำหนด 30/9/56


2).ห้องที่จะขายอยู่ชั้น 3 ห้องเลขที่ 44/24(3002) พื้นที่ 34.59 ตรม. ห้องหันทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
มี 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 1 คัน ห้องสวย  เฟอร์นิเจอร์ครบถ้วน พร้อมเครื่องปรับอากาศ 2 เครื่อง
ขายในราคา 2,200,000 บาท   พร้อมผู้เช่า 13,000 บาท/เดือน เริ่มเช่า /11/55 ครบกำหนด 30/11/56

เหมาะแก่การลงทุน ผลตอบแทน ประมาณ 7% ต่อปี

ทุกห้องมี โทรทัศน์ 29 นิ้ว ซัมซุง รุ่น CS29Z50ML8  ตู้เย็นซัมซุง รุ่น RA19FASS  เครื่อง ไมโครเวฟ(Samsung)รุ่นMW83Y  เครื่องทำน้ำอุ่น 

ราคานี้รวม :  ค่าเงินกองทุน (500 บาทต่อ ตร..)
                ค่าใช้จ่ายทรัพย์ส่วนกลาง  ( 38 บาท/ตร.. ตั้งแต่ 1 .. 2552 -ปัจจุบัน)
                ค่าติดตั้งและค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า 3,250 บาท      เรียบร้อยแล้ว
    ห้องที่จะขายเป็นห้องที่พร้อมอยู่จริง ๆ แต่งแบบจะอยู่เอง จัดให้แม้กระทั่งโคมไฟ ผ้าม่านในห้องรับแขก ห้องนอน และผ้าม่านในห้องน้ำ ต้นไม้พร้อมกระถาง ทั้งในห้องและระเบียง(สวนน่ารักมากที่ระเบียง) โทรทัศน์ 29 นิ้ว ซัมซุง รุ่น CS29Z50ML8 ตู้เย็นซัมซุง รุ่น RA19FASS ไมโครเวฟ(Samsung)รุ่นMW83Y  เครื่องทำน้ำอุ่น 

รายการเครื่องใช้ตกแต่งภายในและอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า
โครงการ MyCondo สุขุมวิท 81

ลำดับ____ตำแหน่งที่ตั้ง___________รายการ________________________จำนวน (หน่วย)
1._____ห้องนั่งเล่น_____ตู้โชว์__________________________________1
2._____ห้องนั่งเล่น_____โต๊ะวางTV และชั้นวางของ____________________1
3._____ห้องนั่งเล่น_____โต๊ะข้างโซฟา_____________________________1
4._____ห้องนั่งเล่น_____โซฟา ขนาด 1.60x0.725 เมตร________________1
5._____ห้องนั่งเล่น_____โต๊ะทานข้าวแบบพับเก็บได้ พร้อมชั้นวางของ_________1
6._____ห้องนั่งเล่น_____เก้าอี้รุ่น "TAGA"___________________________2
7._____ห้องนอน______โต๊ะวางTV และชั้นวางของ_____________________1
8._____ห้องนอน______โต๊ะหัวเตียง_______________________________1
9._____ห้องนอน______เตียงนอนขนาด 5 ฟุต________________________1
10._____ห้องนอน______โต๊ะทำงาน และชั้นวางของ_____________________1
11._____ห้องนอน______เก้าอี้รุ่น "TUTTO"__________________________1
12._____ห้องนอน______ตู้เสื้อผ้า_________________________________1
13._____ห้องนอน______ที่นอนขนาด 5 ฟุต รุ่น "Silver Class"____________1
14._____ห้องนอน______ชั้นวางของ_______________________________1
15._____ห้องนอน______ชุดผ้าปูที่นอน 3 ชิ้น (สีขาว)____________________1
16._____ห้องนอน______หมอนหนุน_______________________________2
17._____ห้องครัว______ชุดครัวพร้อมซิงค์ล้างจาน______________________1
18._____ห้องนอน______เครื่องปรับอากาศ___________________________1
19._____ห้องนั่งเล่น_____เครื่องปรับอากาศ___________________________1

โปรโมชั่นพิเศษ จ่ายเพียง 2.2 ล้านบาท เข้าอยู่ได้เลย ฟรีค่าใช้จ่ายทหลายรายการ พร้อมของแถมเพียบ
-
ฟรีเงินกองทุนคอนโดมูลค่า 17,415 บาท
-
ฟรีเงินค่าส่วนกลางล่วงหน้าถึง 31 ธค 55
-
ฟรีเงินค่ามิเตอร์น้ำ/ไฟ มูลค่า 3,250 บาท
-
แถมเครื่องใช้ไฟฟ้า 4 ชิ้น ได้แก่ โทรทัศน์ 29 นิ้ว ตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องทำน้ำอุ่น