จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร

จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร
เล่าประสบการณ์การลงทุนของผมที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ

วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต

ธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต

          ธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีการเจริญเติบโตล้อไปกับเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยธุรกิจประกันชีวิตจะมีการเติบโตในอัตราที่สูงกว่าประกันภัย ในช่วง 10 ปีธุรกิจประกันชีวิตเติบโตที่ CAGR (Compound Average Growth Rate) = 16% ซึ่งโตเป็นประมาณ 4 เท่าของ GDP ของประเทศ อนึ่ง GDP เป็นค่าเฉลี่ยรวมของภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรมและบริการ ด้วยอัตราการเติบโตดังกล่าว ทำให้ผมสนใจในธุรกิจประกันชีวิตมา 6-7 ปี แล้ว แต่น่าเสียดายในสมัยนั้นมีบริษัทประกันชีวิตเพียงบริษัทเดียว ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ต่อมาก็มีเพิ่มขึ้นมาอีก 1 บริษัท น่าเสียดายสำหรับนักลงทุนที่น่าจะมีบริษัทประกันชีวิตเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น ตลาดหลักทรัพย์และ คปภ. น่าจะกระตุ้นบริษัทประกันชีวิตทั้งหลายที่อยู่นอกตลาดให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็จะทำให้นักลงทุนมีตัวเลือกในการลงทุนมากขึ้น แต่ที่เขียนมาแบบนี้ไม่ใช่ว่าบริษัทประกันชีวิต 2 บริษัทที่อยู่ในตลาดจะไม่ดีนะครับ ผมมองว่าบริษัทประกันชีวิตที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทที่มีผลประกอบการดีถึงดีเยี่ยมทีเดียว ในช่วงที่เกิด Hamburger crisis  ที่อเมริกาแล้วแพร่กระจายไปทั่วโลก ปีนั้นบริษัทประกันชีวิตบริษัทหนึ่งกลับมีกำไรเติบโตถึง 50% ทั้งๆ ที่ในปีนั้น หลายๆ บริษัทจดทะเบียนมีผลประกอบการที่แย่ลง  หลายบริษัทถึงกับขาดทุนเสียด้วย นั่นแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจแม้แต่ในยามที่เศรษฐกิจตกต่ำแต่การที่จะมีบริษัทประกันภัยและประกันชีวิตเข้ามาจดทะเบียนมากขึ้นก็จะทำให้ Sector ประกันภัยและประกันชีวิต เป็นที่สนใจของนักลงทุนเพิ่มขึ้น ถึงแม้ข้อเสียของหุ้นในธุรกิจนี้จะมีสภาพคล่องในการซื้อขายค่อนข้างต่ำ เพราะว่านักลงทุนที่ลงทุนในกลุ่มธุรกิจนี้ส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนระยะยาว ทำให้มีหุ้นหมุนเวียนในตลาดหลักทรัพย์ไม่ค่อยมาก แต่ระยะหลังๆ มานี้  ผมสังเกตเห็นมีมูลค่าการซื้อขายต่อวันมากขึ้น ราคาหุ้นที่เคยถูกๆ ก็มีราคาสูงขึ้น จากการที่นักลงทุนโดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนที่เน้นคุณค่า (Value Investor) มีมากขึ้น จึงมีการไล่ราคาขึ้นมา ทำให้ผู้ถือหุ้นเดิมเห็นว่า มีราคาสูงขึ้นก็นำมาขาย ทำให้มีมูลค่าการซื้อขายมากขึ้น อย่างไรก็ตามผมก็ยังเห็นว่าราคาที่แม้จะขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีราคาค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน คงเป็นเพราะสภาพคล่องการซื้อขายที่ต่ำเลยโดน Discount จากนักลงทุนส่วนใหญ่ ผมมองว่าธุรกิจประกันชีวิตน่าจะเติบโตเป็น 3-4 เท่าของ GDP ไปอีกนาน จากการที่คนไทยเพียง 32% ที่ถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตเท่านั้น แต่เมื่อเทียบกับคนญี่ปุ่นที่ทำประกันชีวิตมากกว่า 100% (บางคนทำประกันชีวิตมากกว่า 1 กรมธรรม์) นั่นหมายถึงยังมีช่องว่างในการเติบโตอีกมาก ฐานอายุของคนไทยโดยเฉลี่ยสูงขึ้นเรื่อยๆ มาหลายปีแล้ว ทำให้ธุรกิจประกันชีวิตน่าจะมีเบี้ยรับเพิ่มขึ้น จากจำนวนคนที่ทำประกันชีวิตมากขึ้น และเบี้ยรับ/คนมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นด้วย การส่งเสริมของรัฐบาลก็มีต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากสมัยก่อนที่ลดหย่อนได้ 50,000 บาทกลายเป็น 100,000 บาท และคนที่ซื้อประกันบำนาญยังสามารถลดหย่อนได้เพิ่มอีกสูงสุดถึง 200,000  บาท ปัจจุบันผมยังรอดูว่าเมื่อไหร่ที่สรรพากรจะยอมให้นำเบี้ยประกันสุขภาพมาลดหย่อนได้เสียที
          ส่วนธุรกิจประกันภัยของไทยในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมามีการเติบโตที่ CAGR = 11% ถึงแม้จะต่ำกว่าประกันชีวิตก็ตาม แต่ยังโตกว่า GPP ถึง 2 เท่ากว่าๆ ซึ่งก็เป็นอีกประเภทธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจเมื่อปี 2554 ตอนน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สร้างความสูญเสียให้กับทรัพย์สินมหาศาล มีผลทำให้บริษัทประกันภัยทุกบริษัทประสบปัญหาขาดทุนบางบริษัทถึงกับเกือบล้มละลาย ถ้าไม่มีการเพิ่มทุน พอมาปี 2555 ทุกบริษัทประกันภัยก็มีการขึ้นเบี้ยประกัน แต่โชคดีปีที่แล้วน้ำไม่ท่วม ทำให้บริษัทประกันภัยหลายๆ บริษัท มีกำไรเป็นกอบเป็นกำ กอรปกับโครงการรถคันแรกจากปีที่แล้ว ทำให้มีจำนวนรถยนต์ใหม่ที่ทำประกันเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นพวกมือใหม่หัดขับ อุบัติเหตุการเคลมอาจจะมีมากขึ้น Loss Ratio ของบริษัทประกันภัยสูงขึ้น ไม่ทราบว่าสรุปแล้วจะเป็นทุกขลาภสำหรับบริษัทประกันภัยหรือไม่ ค่าสินไหมน้ำท่วมที่ Reinsurer บางรายขอต่อรองที่จะจ่ายให้ไม่เต็ม 100% ซึ่งกำลังเป็นเรื่องคาราคาซังอยู่ ทำให้บริษัทประกันภัยต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้น ซึ่งบางบริษัทก็ได้ตั้งสำรองไปบ้างแล้ว ซึ่งเมื่อ Reinsurer ชำระมาเกินกว่าที่บริษัทประกันภัยตั้งไปแล้วก็จะมีการกลับรายการมาเป็นรายรับ ทำให้กำไรดีขึ้น สิ่งที่ผมสนใจที่สุดก็จะมีการกลับรายการมาเป็นรายรับ ทำให้กำไรดีขึ้น สิ่งที่ผมสนใจที่สุดก็จะมีการกลับรายการมาเป็นรายรับ ทำให้กำไรดีขึ้น สิ่งที่ผมสนใจที่สุดก็คือ พรบ. 2 ล้านล้านกับโครงการป้องน้ำท่วม 3.50 แสนล้านบาท เป็นโครงการที่ใหญ่มาก ย่อมต้องมีการทำประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นระหว่างก่อสร้างหรือหลังก่อสร้าง ซึ่งจะเป็นเค็กก้อนใหม่ที่ใหญ่มากเพิ่มขึ้นมาสำหรับธุรกิจประกันภัย โดยบริษัทประกันภัยที่มีโอกาสจะได้รับเค็กก้อนนี้ แน่นอนต้องเป็นบริษัทประกันใหญ่ระดับ TOP5 ของประเทศ ยิ่งบริษัทประกันไหนถือหุ้นโดยหน่วยงานหรือองค์กรของรัฐมากๆ น่าจะมีโอกาสมากกว่าบริษัทอื่นๆ นักลงทุนน่าจะลองศึกษาวิเคราะห์ดูนะครับ
          ส่วนตลาดหุ้นบ้านเรายังรอปัจจัยทางการเมืองในประเทศเป็นหลัก ปัจจัยเรื่องงบประมาณและ QE ของสหรัฐเป็นเรื่องรองครับ ในช่วงนี้ผมยังยืนยันถ้า SET INDEX ลงมา เป็นจังหวะดีในการทยอยเข้ารับเพื่อลงทุนข้ามปีครับ

 กิติชัย เตชะงามเลิศ
                                                                                          30/10/56
หนังสือ "จาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร" ยอดขายขื้นอันดับหนื่งตั้งแต่วันแรกจำหน่ายและครองอันดับ 1 ติดต่อกันมานาน

ติดตามแนวทางการลงทุนของผมได้ที่ 
Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai
Twitter : http://twitter.com/value_talk 
Youtube : http://www.youtube.com/user/wittayu9
Blog :  http://kitichai1.blogspot.com
Instagram : Gid_Kitichai

หรือหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B6 หรือหน้า B10 และนิตยสารคนรวยหุัน, Condo Guide, Stock Review, Me(Market Evolution), Glow และ Lisa  ทุกเดือน
     

สนใจซื้ออสังหาเพื่ออยู่เองหรือเพื่อการลงทุน ลองเข้า http://www.pantipmarket.com/mall/homeproperty

คอนโดหรูบนถนนอโศกติดสี่แยกอโศก-สุขุมวิท (เดินครึ่งนาที จาก MRT,BTS อโศก) ราคา XX,000/ตรม.


      ขาย คอนโดลาสโคลินาส อยู่ บนถนนอโศกติดสี่แยกอโศก-สุขุมวิท (เดินครึ่งนาที จาก MRT,BTS อโศก) โครงการมีสระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส ห้องล๊อคเกอร์ ซาวน่า สตีม แยกชายหญิง สควอช 1 คอร์ท ห้องสนุกเกอร์ ห้องตีปิงปอง สนามเด็กเล่น ห้องที่จะขายอยู่ชั้น 30 พื้นที่ 192 ตารางเมตร พร้อมที่จอดรถส่วนตัว 1 คัน ในห้องนี้ มี 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ รับแขก ครัว ซักล้าง และห้องคนรับใช้พร้อมห้องน้ำในตัว 1 ห้อง เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า สวยมาก ครบถ้วน ขายที่ราคา 19 ล้านบาทถ้วน 

 ดู VDO ที่ผมถ่ายภายในห้อง ที่ http://www.youtube.com/watch?v=fZ5HU0HoyCY

วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ปัจจัยที่ต้องติดตามในไตรมาศ 4

                            ปัจจัยที่ต้องติดตามในไตรมาศ 4

               

ในไตรมาส 4 นี้ มีหลายปัจจัยที่นักลงทุนควนจะเฝ้าติดตามดูโดยเฉพาะการเมืองไทยในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งน่าจะเข้มข้นมาก สมัยประชุมสภาปีนี้จะสิ้นสุดในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ปัจจัยต่างๆ ดังนี้
          1.คดีเขาพระวิหารที่เป็นข้อขัดแย้งระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ซึ่งศาลโลกจะมีการอ่านคำพิพากษาในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ถ้าผลตัดสินออกมาทำให้ไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบต้องเสียเขาพระวิหารไปให้กัมพูชาทั้งหมดก็จะเป็นการสูญเสียดินแดนของไทยอีกครั้งหนึ่ง  ซึ่งจะเกิดขึ้นในสมัยพรรคเพื่อไทยรัฐบาล  กลุ่มที่ชุมนุนประท้วงที่ปักหลักกันที่อุรพงษ์คงมีประชาชนที่จะเข้ามาร่วมประท้วงรัฐบาลมากขึ้น  โดยอาจมีคนนำความสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัวชินวัตรที่มีต่อรัฐบาลมากขึ้น รวมทั้งทางด้านธุรกิจ และลูกสาวของน้องสาวคุณทักษิณชินวัตรเองก็ได้ไปแต่งงานกับทายาทหนุ่มที่เป็นกลไกสำคัญของรัฐบาลกัมพูชา แต่ถ้าศาลโลกตัดสินใจให้ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบหรือศาลโลกให้ความเห็นว่าให้คงสภาวะเดิมไว้ ก็จะเป็นบุญของประเทศและรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ คงจะหายใจได้โล่งขึ้น
          2.ที่มาของวุฒิสมาชิก (สว) ซึ่งแต่เดิมมีทั้งที่มาจากการเลือกตั้งและแต่งตั้ง นโยบายของรัฐบาลอยากจะให้ที่มาของสว. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ทำให้หลายคนค่อนแคะว่า เราจะมีสภาผัวเมีย คือสามีไปลงสมัคร สส. แล้วให้ภรรยาหรือญาติพี่น้องลงสมัคร สว. โดยอาศัยฐานเสียงสนับสนุนของสามี จริงๆ แล้ว ผมเป็นคนที่ยึดมั่นกับระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นระบอบการปกครองที่ผมเห็นว่าดีที่สุด แต่ปัญหามันมีอยู่ว่าในสังคสไทยยังมีความเหลื่อมล้ำในระดับการศึกษา และการเข้าถึงข่าวสารบ้านเมืองที่ถูกต้อง และรวดเร็ว โดยเฉพาะคนภาคอีสาน ซึ่งเป็นภาคที่มีประชาชนจำนวนมากที่มีการศึกษาระดับที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้ถูกชักจูง จากผู้ไม่หวังดีได้ง่าย ผมชื่นชมคุณทักษิณที่มองการณ์ไกลเมื่อสมัยตอนที่ท่านตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ๆ ในปีพ.ศ. 2541 ท่านวิเคราะห์ได้เฉียบขาดที่ท่านเน้นหาเสียงกับคนภาคอีสานและภาคเหนือ (คุณทักษิณ เป็นคนพื้นเพที่เชียงใหม่โดยบรรพบุรุตมาจากเมือง MEIAHOU มณฑล กวางตุ้ง) โดยใช้นโยบายประชานิยมและเน้นให้ความช่วยเหลือกับคน 2 ภาคนี้เป็นพิเศษ ทำให้พรรคไทยรักไทยของท่าน ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเลือกตั้ง สามารถยึดครองฐานเสียงของคน 2 ภาคนี้ ได้อย่างเหนียวแน่นตราบจนปัจจุบันนี้ ในอดีตท่านเคยกล่าวว่า ท่านจะดูแลช่วยเหลือจังหวัดที่เลือกสส. พรรคของท่านเท่านั้นทำให้ประชาชนภาคอื่นๆ เกิดความน้อยใจ และถึงกับทำให้คนไทยบางส่วนไม่ค่อยชอบใจ เมื่อมาดูจำนวน สส. ของไทย จะเห็นได้ว่าถ้าพรรคไหนสามารถครองเสียงภาคอีสาน + ภาคเหนือได้ ก็จะมีเสียงส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนได้ทันที จนผมอดคิดไม่ได้ว่า ถ้ารัฐธรรมนูญไทยให้สิทธิผู้ที่เสียภาษีรายได้บุคคล มีเสียงมากกว่า 1 เสียงต่อคน ก็น่าจะดีนะครับ โดยกำหนดให้ผู้ที่เสียภาษีรายได้บุคคลที่ชำระภาษีเกินกว่า 10,000 บาท/ปี มีเสียง = 1.5  เสียง ผู้ที่เสียภาษีเกิน 100,000/ปี มีเสียง = 2 เสียง โดยให้ผู้ที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งที่เป็นผู้เสียภาษีที่เข้าข่ายดังกล่าว ทำหนังสือยื่นกรมสรรพากร เพื่อขอเอกสารรับรองเอาไว้ใช้ตอนที่จะไปออกเสียงเลือกตั้ง ดูแล้วอาจจะแปลกแต่ผมคิดว่าเหมาะกับสังคมไทยดี จนกว่าคนไทยทั้งประเทศมีระดับการศึกษาที่ดีขึ้นจึงกลับไปใช้วิธีเดิม ผมคิดว่าบางครั้งบางสิ่งบางอย่างที่ดี แต่ถ้าเรา Modify อีกสักนิดหน่อย จะทำให้สิ่งเหล่านั้นมีความสมบูรณ์มากขึ้น ถึงเวลานั้นถ้าพรรคเพื่อไทยยังสามารถชนะเลือกตั้งได้อีกก็จะเป็นความภาคภูมิใจของพรรคเพื่อไทยเอง ที่สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า เป็นพรรคการเมืองที่เป็นขวัญใจประชาชนอย่างแท้จริง ถ้ายังมีคนออกมาประท้วงอีก ผมจะเป็นคนแรกๆ ที่จะออกมาสนับสนุนพรรคเพื่อไทยเอง
          3.พรบ.นิรโทษกรรม ซึ่งในเนื้อหาที่แปรญัตติจะมีการนิรโทษกรรมทั้งประชาชนที่เข้าร่วมประท้วง และนักการเมืองที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายของคนที่เข้าร่วมประท้วง รวมทั้งคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากการปฎิวัติเมื่อปี พ.ศ. 2549 ไม่ว่าจะเป็นคดีที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตรประมูลที่ดินในสมัยที่คุณทักษิณเป็นนายก เป็นต้น ซึ่งอาจจะดึงผู้คนไปร่วมประท้วงด้วยอีกกลุ่มหนึ่ง โดยผู้นำพรรคบางคนของพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ว่าจะนำประชาชนเข้าร่วมประท้วงด้วย
          4.พรบ. 2 ล้านล้านบาท ผมมั่นใจว่าน่าจะผ่านสภา แต่จะไปตกม้าตายที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องติดตามดู
          5.การทุจริตในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะกรณีจำนำข้าว ซึ่งหม่อมอุ๋ย เพิ่งจะเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงท่านนายก และปปช. ก็กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ รวมทั้งพรรคฝ่ายค้านคงจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และเปิดโปงการทุจริตอย่างเข้มแข็ง
          นอกจากนี้คงต้องติดตามดูว่า FED จะเริ่ม Tapering QE เมื่อไรโดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าน่าจะเป็นไตรมาส 1 ปีหน้า และการยกเลิก QE จะเริ่มทำเมื่อไรรวมทั้งคอยเฝ้าดูว่า ธปท. จะมีการปรับลดประมาณการ GDP ลงอีก หรือไม่ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้
          ส่วนตลาดหุ้นไทย ผมยังยืนยันว่าถ้าลงมาช่วงนี้ด้วยปัจจัยข้างต้นน่าจะเป็นจังหวะดีที่นักลงทุนจะได้ทยอยเก็บสะสมหุ้น ไว้ถึงปีหน้าซึ่งผมคาดว่าตลาดหุ้นน่าจะดีกว่าปีนี้ โดยคาดหวังดัชนีที่ 1,000-1,700 จุดครับ

 กิติชัย เตชะงามเลิศ
                                                                                          16/10/56
หนังสือ "จาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร" ยอดขายขื้นอันดับหนื่งตั้งแต่วันแรกจำหน่ายและครองอันดับ 1 ติดต่อกันมานาน

ติดตามแนวทางการลงทุนของผมได้ที่ 
Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai
Twitter : http://twitter.com/value_talk 
Youtube : http://www.youtube.com/user/wittayu9
Blog :  http://kitichai1.blogspot.com
Instagram : Gid_Kitichai

หรือหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B6 หรือหน้า B10 และนิตยสารคนรวยหุัน, Condo Guide, Stock Review, Me(Market Evolution), Glow และ Lisa  ทุกเดือน
     

สนใจซื้ออสังหาเพื่ออยู่เองหรือเพื่อการลงทุน ลองเข้า http://www.pantipmarket.com/mall/homeproperty


ขาย คอนโด สุขุมวิท(เดิน 4 นาที จาก สถานี BTS อ่อนนุช) เฟอร์ครบ ห้องสวยมาก ราคาต่ำสุด ๆ เพียง 2,300,000 บาท แถมเครื่องใช้ไฟฟ้าเพียบ!!!     
       
      โครงการ มาย คอนโด สุขุมวิท 81 นี้มี 8 ชั้น มีจำนวนห้องทั้งหมด 146 ยูนิต, ห่างจาก สถานี BTS อ่อนนุช , ห้างโลตัสอ่อนนุช ประมาณ 200 เมตร และ 600 เมตรจากห้างคาร์ฟูร์อ่อนนุช ใกล้ทางด่วน สุขุมวิท 50 และสุขุมวิท62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร
1).ห้องที่จะขายอยู่ชั้น 3 ห้องเลขที่ 44/26(3004) พื้นที่ 34.81 ตรม. ห้องหันทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
มี 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 1 คัน ห้องสวย เฟอร์นิเจอร์ครบถ้วน พร้อมเครื่องปรับอากาศ 2 เครื่อง
ขายในราคา 2,300,000 บาท   พร้อมผู้เช่า 13,000 บาท/เดือน เริ่มเช่า 1/10/55 ครบกำหนด 30/9/56


2).ห้องที่จะขายอยู่ชั้น 3 ห้องเลขที่ 44/24(3002) พื้นที่ 34.59 ตรม. ห้องหันทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
มี 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 1 คัน ห้องสวย  เฟอร์นิเจอร์ครบถ้วน พร้อมเครื่องปรับอากาศ 2 เครื่อง
ขายในราคา 2,300,000 บาท   พร้อมผู้เช่า 12,000 บาท/เดือน เริ่มเช่า /11/55 ครบกำหนด 30/11/56

เหมาะแก่การลงทุน ผลตอบแทน ประมาณ 7% ต่อปี

ทุกห้องมี โทรทัศน์ 29 นิ้ว ซัมซุง รุ่น CS29Z50ML8  ตู้เย็นซัมซุง รุ่น RA19FASS  เครื่อง ไมโครเวฟ(Samsung)รุ่นMW83Y  เครื่องทำน้ำอุ่น 

ราคานี้รวม :  ค่าเงินกองทุน (500 บาทต่อ ตร..)
                ค่าใช้จ่ายทรัพย์ส่วนกลาง  ( 38 บาท/ตร.. ถืง ธค.56)
                ค่าติดตั้งและค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า 3,250 บาท      เรียบร้อยแล้ว
    ห้องที่จะขายเป็นห้องที่พร้อมอยู่จริง ๆ แต่งแบบจะอยู่เอง จัดให้แม้กระทั่งโคมไฟ ผ้าม่านในห้องรับแขก ห้องนอน และผ้าม่านในห้องน้ำ ต้นไม้พร้อมกระถาง ทั้งในห้องและระเบียง(สวนน่ารักมากที่ระเบียง) โทรทัศน์ 29 นิ้ว ซัมซุง รุ่น CS29Z50ML8 ตู้เย็นซัมซุง รุ่น RA19FASS ไมโครเวฟ(Samsung)รุ่นMW83Y  เครื่องทำน้ำอุ่น 

รายการเครื่องใช้ตกแต่งภายในและอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า
โครงการ MyCondo สุขุมวิท 81

ลำดับ____ตำแหน่งที่ตั้ง___________รายการ________________________จำนวน (หน่วย)
1._____ห้องนั่งเล่น_____ตู้โชว์__________________________________1
2._____ห้องนั่งเล่น_____โต๊ะวางTV และชั้นวางของ____________________1
3._____ห้องนั่งเล่น_____โต๊ะข้างโซฟา_____________________________1
4._____ห้องนั่งเล่น_____โซฟา ขนาด 1.60x0.725 เมตร________________1
5._____ห้องนั่งเล่น_____โต๊ะทานข้าวแบบพับเก็บได้ พร้อมชั้นวางของ_________1
6._____ห้องนั่งเล่น_____เก้าอี้รุ่น "TAGA"___________________________2
7._____ห้องนอน______โต๊ะวางTV และชั้นวางของ_____________________1
8._____ห้องนอน______โต๊ะหัวเตียง_______________________________1
9._____ห้องนอน______เตียงนอนขนาด 5 ฟุต________________________1
10._____ห้องนอน______โต๊ะทำงาน และชั้นวางของ_____________________1
11._____ห้องนอน______เก้าอี้รุ่น "TUTTO"__________________________1
12._____ห้องนอน______ตู้เสื้อผ้า_________________________________1
13._____ห้องนอน______ที่นอนขนาด 5 ฟุต รุ่น "Silver Class"____________1
14._____ห้องนอน______ชั้นวางของ_______________________________1
15._____ห้องนอน______ชุดผ้าปูที่นอน 3 ชิ้น (สีขาว)____________________1
16._____ห้องนอน______หมอนหนุน_______________________________2
17._____ห้องครัว______ชุดครัวพร้อมซิงค์ล้างจาน______________________1
18._____ห้องนอน______เครื่องปรับอากาศ___________________________1
19._____ห้องนั่งเล่น_____เครื่องปรับอากาศ___________________________1

โปรโมชั่นพิเศษ จ่ายเพียง 2.3 ล้านบาท เข้าอยู่ได้เลย ฟรีค่าใช้จ่ายทหลายรายการ พร้อมของแถมเพียบ
-
ฟรีเงินกองทุนคอนโดมูลค่า 17,415 บาท
-
ฟรีเงินค่าส่วนกลางล่วงหน้าถึง 31 ธค 56
-
ฟรีเงินค่ามิเตอร์น้ำ/ไฟ มูลค่า 3,250 บาท
-
แถมเครื่องใช้ไฟฟ้า 4 ชิ้น ได้แก่ โทรทัศน์ 29 นิ้ว ตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องทำน้ำอุ่น

วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2556

AEC กับการท่องเที่ยว

AEC กับการท่องเที่ยว


          มนุษย์เรากับการท่องเที่ยวเป็นของคู่กัน หลายๆ คนให้การท่องเที่ยวเป็นรางวัลของชีวิต ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น หลายคนพยายามอดออมเงินโดยตัดค่าใช้จ่ายบางอย่างลง เพื่อที่จะมีเงินเพียงพอสำหรับทริปในฝัน ผมเริ่มท่องเที่ยวไปในโลกกว้างตั้งแต่อายุ 19 ปี จากเงินน้ำพักน้ำแรงของผมเองที่เริ่มทำงานมาตั้งแต่อายุ 12 ปี หลังจากที่คุณพ่อคุณแม่ผมจากไป ครั้งแรกผมเดินทางท่องเที่ยวไปกับคณะทัวร์ เพราะว่ายังไม่กล้าที่จะเดินทางด้วยตนเอง หลังจากนั้นมาผมก็ท่องเที่ยวปีละครั้งหรือสองครั้ง บางปียุ่งหน่อยก็ไม่ได้เดินทาง การท่องเที่ยวทำให้เราได้เห็นและเรียนรู้ภาษา ศิลปะและวัฒนธรรมรวมทั้งความเป็นอยู่ อาหารการกินของชนชาติต่างๆ ที่เราเดินทางไป ผมสังเกตเห็นลูกทัวร์หลายคนมักจะพกมาม่าหรือมิฉะนั้น หัวหน้าทัวร์เองก็จะพกไปไว้เผื่อลูกทัวร์บางคนจะทานอาหารท้องถิ่นไม่ถูกปาก ซึ่งผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่น่าเสียดาย เพราะคนเหล่านั้นพลาดที่จะได้เรียนรู้อาหารชาติอื่นๆ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญสำหรับการท่องเที่ยวในความคิดเห็นของผม บางครั้งคณะทัวร์ที่ผมร่วมเดินทางไปด้วย เลือกที่จะไปช็อปปิ้งมากกว่าที่จะไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นที่แสดงศิลปะวัตถุต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงอารยธรรมของชาชาตินั้นๆ และพัฒนาการในหลายๆ ด้าน บางครั้งผมพลอยอดที่จะไปพิพิธภัณฑ์เพราะว่าเสียงส่วนใหญ่ของคณะทัวร์เลือกที่จะช็อปปิ้งแทน ทำให้ผมมีความคิดที่จะเดินทางท่องเที่ยวไปในโลกกว้างด้วยตัวเอง แต่ความที่ผมไม่เคยไปศึกษาหรือใช้ชีวิตในต่างแดน และภาษาอังกฤษผมก็ไม่เก่งมากนักในขณะนั้นผมจึงไปสมัครเรียนคอร์สมัคคุเทศก์ทันทีที่เพื่อนของผมคนหนึ่งชวน หลังจากเรียนจบได้ใบประกาศนียบัตร ผมก็ไปสมัครเป็นหัวหน้าทัวร์ฟรีแลนซ์ที่บริษัททัวร่แห่งหนึ่ง เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ในการเดินทางการติดต่อกับโรงแรม Local Guide ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ผมได้มีโอกาสฝึกหัดและใช้ภาษาอังกฤษทำให้ผมทราบว่า บางครั้งหัวหน้าทัวร์ก็ไม่ได้รู้อะไรมากมายนักจำได้ครั้งหนึ่งผมเคยพาคณะทัวร์ไปเที่ยวประเทศออสเตรเลีย โดยที่ผมเองก็ยังไม่เคยเดินทางไปประเทศนี้มากก่อนเช่นกัน ผมต้องศึกษาเมืองและเส้นทางการเดินทางที่จะไปจากหัวหน้าทัวร์รุ่นพี่อย่างละเอียดเพื่อให้คณะทัวร์เดินทางไปอย่างราบรื่น ปรากฏว่าหลังจากสิ้นสุดการเดินทาง ลูกทัวร์มาถามผมว่าคุณกิ๊ตคงเดินทางมาออสเตรเลียจนเบื่อเลย ในใจอยากจะตอบว่านี่ก็เป็นครั้งแรกในชีวิตผมที่มาออสเตรเลียเหมือนกันครับ หลังจากทำงานหัวหน้าทัวร์ Part time  2-3 ปี  ผมเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น หลังจากนั้นผมก็เลิกทำงานทัวร์ แล้วเริ่มเดินทางไปต่างประเทศคนเดียวจนถึงปัจจุบัน ซึ่งทำให้ประสบการณ์การเดินทางด้วยตัวเองมีมากกว่าการเดินทางไปกับคณะทัวร์ ผมได้ติดต่อสื่อสารกับคนท้องถิ่น ชิมอาหารจากร้านอาหารที่ไม่ใช่ทำเพื่อคณะทัวร์ไปในสถานที่ที่อยากไปไม่ต้องไปสถานที่ที่ไม่อยากไป ใช้เวลานานแค่ไหนในสถานที่ที่ชื่นชอบก็ได้ ไม่ใช่ทัวร์บนรถบัส แล้วแวะเที่ยวสถานที่ละครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ซึ่งผมมักจะเรียกทัวร์แบบนี้ว่าทัวร์คมๆ
          ปลายปี 2558 เราจะมี AEC แล้ว เราคงจะเห็นการเดินทางมาทำงานหรือทำธุรกิจและท่องเที่ยวระหว่างประชากรใน ASEAN มากขึ้น ค่าใช้จ่ายในการเดินทางในปัจจุบันก็ถูกลงมาก โดยเฉพาะค่าตั๋วเครื่องบินของมาเลเซียหลังจากที่มี LOWCOST AIRLINE เกิดขึ้นโดยเฉพาะสายการบิน AIR ASIA ที่เป็นผู้นำในด้านนี้ ปัจจุบันนี้มี BUDGET AIRLINE ท้องถิ่นมากมายไม่ว่าจะเป็น LION AIR ของอินโดนีเซีย , JETSTAR (บริษัทลูกของ QUANTAS), TIGER AIRWAYS ของสิงคโปร์  และ AIRASIA เองก็ได้ไปร่วมทุนกับนักธุรกิจท้องถิ่น นำสายการบิน LOWCOST ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อินเดีย และญี่ปุ่น มีที่ญี่ปุ่นประเทศเดียวที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ อาจจะเป็นเพราะชาวญี่ปุ่นไม่คุ้นเคยกับการจองตั๋วแบบนี้ ยังนิยมจองตั๋วกับเอเยนต์หรือซื้อทัวร์เสียมากกว่า ธุรกิจโรงแรมเอง โดยเฉพาะในเมืองไทยคึกคักน่าดู เนื่องจากปีนี้ไทยเราไม่มีปัญหาการประท้วงหรือความวุ่นวายทางการเมืองมากนัก  ภัยพิบัติต่างๆ ถึงแม้จะมีแต่ก็ไม่รุนแรงเหมือนปี 2554 ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากเป็นประวัติการณ์ โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนมีการเติบโตสูง และอยู่อันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทย จากอานิสงค์ภาพยนตร์เรื่อง “LOST IN THAILAND” หนังต้นทุนต่ำที่ทำรายได้ถล่มทลายในประเทศจีนเมื่อปีก่อน ซึ่งมาถ่ายทำที่เมืองไทยในหลายจังหวัดโดยเฉพาะเชียงใหม่ ทำให้เชียงใหม่ สองปีนี้ไม่มี LOW SEASON นักท่องเที่ยวจีนเริ่มกระจายไปเที่ยวเมืองต่างๆ มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา ฯลฯ ทำให้ไม่กระจุกตัวเพียงแค่บางเมือง TREN ของโรงแรมที่น่าจะตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ASEAN รุ่นใหม่น่าจะเป็น BUDGET HOTEL อย่างเช่น IBIS HOTEL ปัจจุบันนักท่องเที่ยวต้องการแค่โรงแรมที่สะอาด ปลอดภัยอยู่ในตัวเมืองใกล้ MASS COMMUNICA TION อย่างเช่นรถไฟฟ้า หรือสถานีรถไฟ ในราคาที่ประหยัด ธุรกิจที่ได้รับประโยชน์ไปด้วย คือ พวกร้านอาหาร สปา ห้างสรรพสินค้าร้านค้า โดยเฉพาะ DUTY FREESHOP วันก่อนผมไปทำธุระที่ KING POWER ผมเห็นนักท่องเที่ยวจีนเต็มไปหมด ประมาณด้วยสายตาน่าจะมากกว่า 80% ของลูกค้าของ DUTY FREESHOP แห่งนี้ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น กิจกรรมต่างๆ เป็นต้น
          นอกจากนี้ สนามบินก็จะพลอยได้รับประโยชน์จากค่าธรรมเนียมในการใช้สนามบินของนักเดินทางและสายการบินต่างๆ ยิ่งการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ซึ่งบริการสนามบินหลัก 6 เมือง จะขึ้นค่าธรรมเนียม Passenger Service Charge (PSC) สำหรับสนามบินนานาชาติจาก 700 เป็น 800 บาท และสนามบินท้องถิ่นจาก 100 เป็น 150 บาท ในเร็วๆ นี้ น่าจะยิ่งเป็นปัจจัยบวกเสริมจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้น บวกกับค่าธรรมเนียม PSC ที่สูงขึ้น สำหรับท่านที่สนใจลงทุนในตลาดหุ้น มีหลายบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในตลาดหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยว ลองนำมาวิเคราะห์ต่อยอดดูนะครับ เผื่อจะได้กำไรจากการลงทุนเป็นค่าเดินทางในทริปต่อไปก็ได้นะครับ สำหรับท่านที่เป็นนักลงทุน การเดินทางท่องเที่ยวไปในประเทศต่างๆ อาจทำให้เห็นช่องทางในการลงทุน ไม่ว่าจะนำสินค้าเข้ามาขายหรือนำสินค้าไทยไปขายในช่องทางต่างๆ ที่ประเทศนั้นๆ หรือบางครั้งยังเห็นธุรกิจบางอย่างที่สามารถนำมาทำในประเทศไทย หรือกระทั่งการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่างแดน
          กลับมาที่ตลาดหุ้นช่วงนี้ ตลาดยังรีรอเรื่องงบประมาณ สหรัฐที่ยังหาจุดลงตัวไม่ได้กับเรื่อง QE ว่าจะ TAPERING และยกเลิกเมื่อใด แต่แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ทยอยฟื้นตัว ทำให้ช่วงนี้เป็นช่วงที่นักลงทุนควรจะสะสมหุ้นเข้าไว้ในพอร์ตเมื่อเวลาตลาดหุ้นอ่อนตัวลงมาไว้ทำกำไรในปีหน้ากันนะครับ
          
กิติชัย เตชะงามเลิศ
                                                                                          16/10/56
หนังสือ "จาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร" ยอดขายขื้นอันดับหนื่งตั้งแต่วันแรกจำหน่ายและครองอันดับ 1 ติดต่อกันมานาน

ติดตามแนวทางการลงทุนของผมได้ที่ 
Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai
Twitter : http://twitter.com/value_talk 
Youtube : http://www.youtube.com/user/wittayu9
Blog :  http://kitichai1.blogspot.com
Instagram : Gid_Kitichai

หรือหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B6 หรือหน้า B10 และนิตยสารคนรวยหุัน, Condo Guide, Stock Review, Me(Market Evolution), Glow และ Lisa  ทุกเดือน
     

สนใจซื้ออสังหาเพื่ออยู่เองหรือเพื่อการลงทุน ลองเข้า http://www.pantipmarket.com/mall/homeproperty
          
                คอนโดหรูในซอยสุขุมวิท 23 (ประสานมิตร) (เดิน 6 นาที จาก MRT,BTS อโศก) ราคา 50,000/ตรม.


ขาย-เช่า คอนโดเพรสทรีจคอนโด อยู่ในซอยสุขุมวิท 23 (ประสานมิตร) ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดิน (สุขุมวิท) และสถานีรถไฟฟ้า BTS (อโศก) ไม่ถึง 500 เมตร ทางไปตึกเริ่มจากปากซอยสุขุมวิท23(ซอยนี้เป็นทางลัดไปออกสุขุมวิท55ทองหล่อและถนนเพชรบุรีได้)ตรงเข้าซอยไป200ม.ถึง3แยกเลี้ยวขวา ตรงไป50ม.เป็น4แยกเล็กๆเลี้ยวซ้าย ตรงไป100ม.เป็น4แยกเล็กๆให้ตรงไปอีก30ม.ตึกอยู่ขวามีอ ในโครงการมีสระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส ห้องล๊อคเกอร์แยกชายหญิง ห้องที่จะขายอยู่ชั้น 5 อาคาร B เลขที่ห้อง 168/40 พื้นที่ 174.49 ตารางเมตร พร้อมที่จอดรถส่วนตัว 1 คัน ในห้องนี้ มี 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ รับแขก ครัว ซักล้าง และห้องคนรับใช้พร้อมห้องน้ำในตัว 1 ห้อง เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า สวยมาก ครบถ้วน ขายที่ราคา 8.5 ล้านบาทถ้วน  ให้เช่าห้อง 35,000 บาท/เดือน ค่าส่วนกลางเดือนละ4,300บาท 
***Still available. ติดต่อ 081-5549777


วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ธุรกิจถ่านหิน กับโซลาร์รูฟ

ธุรกิจถ่านหิน กับโซลาร์รูฟ


          หลายปีมานี้ เราจะเห็นการตื่นตัวทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการพยายามหาแหล่งพลังงานทางเลือก หลังจากราคาน้ำมันถ่านหินในช่วงหลายปีก่อนพุ่งกระฉูด เท่าที่ผมจำได้ ราคาน้ำมันเคยขึ้นไปมากกว่า 140$/บาร์เรล ราคาถ่านหินก็ขึ้นเอาขึ้นเอา บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลายบริษัทไปซื้อเหมืองถ่านหินในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย อินโดนีเซีย พม่า มองโกเลีย พอเศรษฐกิจโลกฟุบ เกิด Hamburger Crisis ที่สหรัฐอเมริกาในปี 2551 ตามมาด้วยวิกฤตเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยุโรปทำให้ราคาถ่านหินลดลงอย่างรวดเร็วจากราคาที่เคยไปทำ High ที่ 140$/ตัน ในปี 2551 หล่นลงมา 40-60$/ตัน ทำให้ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ทำธุรกิจพลังงาน โดยเฉพาะถ่านหินลดลงอย่างมาก หลายบริษัทถึงกับมีผลประกอบการที่ขาดทุน บริษัทที่เดิมทำธุรกิจ อื่นอยู่พอเห็นธุรกิจถ่านหินดีก็แห่มาทำ ในที่สุดก็พลอยแย่ไปกับเขาด้วย ยิ่งมีปัจจัยอื่นมาเสริมทำให้ ราคาพลังงาน จากนี้ไปน่าจะไม่เห็นการเหวี่ยงขึ้นแรงๆ ได้อีก จากปัจจัยดังต่อไปนี้
1. เศรษฐกิจของสหรัฐยังฟื้นตัวแบบช้าๆ ขณะที่ยุโรปเราได้เห็น Bottom ไปแล้ว ส่วนจีนยังมีภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ดูแล้วมีญี่ปุ่นที่เห็นพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากนโยบายของนายกคนใหม่ นายชินโสะ อาเบะ กับนโยบายธนู 3 ดอก และยังมีข่าวดีที่ได้รับคัดเลือกเป็นประเทศเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิคเป็นทางการในปี 2563 ซึ่งจะกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่นและสร้างระดับความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี เราคงคาดหวังว่าจะมีการสร้างสาธารณูปโภค รวมทั้งโรงแรม สนามกีฬาใหม่ ในกรุงโตเกียว และปริมณฑล เพื่อรองรับการแข่งขันกีฬานี้ที่จะจัดขึ้นที่กรุงโตเกียว
  2. การรณรงค์เรื่อง Low Carbon เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมและ Global Warming เป็นเรื่องที่หลายประเทศหันมาออกกฎเกณฑ์ลงโทษอุตสาหกรรมที่ปล่อย Carbon ออกมา และให้รางวัลกับธุรกิจที่ลดการใช้ Carbon จนถึงกับมีธุรกิจตัวกลางซื้อขายคาร์บอนระหว่างอุตสาหกรรมที่ปล่อย Carbon กับอุตสาหกรรมที่ลด Carbon โดยประเทศในกลุ่ม EU มีการรณรงค์เรื่องนี้อย่างเข้มข้น มีการเรียกเก็บค่าปล่อย Carbon ของเครื่องบินทุกสายการบินที่บินผ่านน่านฟ้าของประเทศยุโรป ซึ่งยังเป็นเรื่องคาราคาซังอยู่ เพราะว่าประเทศใหญ่ๆ อย่างสหรัฐและจีนไม่เห็นด้วยและจะไม่ยอมให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมนี้
3. ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศว่าจะไม่ส่งเสริมธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินอีกต่อไป หลังจากนั้นไม่นานผู้อำนวยการ IMF ก็ออกมาประกาศว่าต่อไปนี้ IMF จะไม่สนับสนุนธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหิน เช่นกัน
4. Shale Gas และ Shale Oil เป็นแหล่งพลังงานใหม่ที่พบมากในหลายประเทศ โดยจีนและสหรัฐมีสำรอง Shale Gas มากที่สุดในโลก ส่วน Shale Oil พบมากในรัสเซีย อาร์เจนตินา แอลจีเรีย และสหรัฐ ถ้ามีเทคโนโลยีในการขุดเจาะนำขึ้นมาใช้ โดยไม่กระทบสิ่งแวดล้อมด้วยต้นทุนที่ถูกลง จะทำให้ราคาพลังงานทั่วโลกไม่ขึ้นไปอย่างที่เราได้เห็นในปี 2551 แต่การลงทุนวางท่อทั่วประเทศก็น่าจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่นักลงทุนต้องคำนึงเช่นกัน อย่าลืมนะครับว่า สหรัฐกับจีน 2 ประเทศนี้ อุปโภคพลังงานมากที่สุดในโลก ถ้า 2 ประเทศนี้เอาจริงเอาจังที่จะใข้แหล่งพลังงานนี้จากประเทศของตนเอง Demand ของพลังงานเดิมๆ ก็จะลดลงอย่างมากเลยทีเดียวนะครับ
เกริ่นมาตั้งนานผมขอเข้าเรื่อง Solar Roof ดีกว่า โครงการนี้เป็นนโยบายของรัฐ ที่ต้องการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนให้มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าจากลาว, ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซ จากต่างประเทศ โดยกำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ Feed-in Tariff (FIT) ซึ่งผ่านการเห็นชอบจากครม. เมื่อเดืนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยให้การไฟฟ้าภูมิภาค (กฟภ) และธนาคารออมสินเป็นผู้สนับสนุนโครงการ โดยรอบแรกการไฟฟ้านครหลวง (กฟน) และกฟภ. รับซื้อที่ 200 เมกะวัตต์ (MW) แต่ปรากฎว่ามีเอกชนที่สนใจเข้าร่วมเสนอขายไฟฟ้า 600 MW โดยแยกเป็นกลุ่มบ้านที่อยู่อาศัย 1,368 ราย และกลุ่มอาคารและโรงงาน 1,285 ราย ปรากฎการณ์นี้แสดงว่ามีการตั้งราคารับซื้อไม่เหมาะสม แพงเกินไป ราคาที่เหมาะสมควรจะเป็นราคาที่เมื่อประกาศแล้ว มีคนมาขายไฟฟ้าประมาณ 150% ไม่ใช่ 300% อย่างที่เห็น ทำให้รัฐเสียงบประมาณที่ต้องนำมาอุดหนุนโครงการนี้มากไป ถ้าตั้งราคารับซื้อต่ำ รัฐยังสามารถขยายปริมาณไฟฟ้าที่รับซื้อได้อีกมากในปริมาณเงินที่เท่ากัน ถ้าผมเป็นผู้ตั้งราคา ผมจะรู้สึกละอายใจมาก ที่ตั้งราคาดังกล่าว

H

ส่วนตลาดหุ้นไทยยังคงต้องลุ้นระทึกว่าภายในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ ทางรัฐสภากับประธนาธิบดีสหรัฐจะตกลงกันได้หรือไม่ อย่างไรช่วงนี้ ถ้า SET INDEX ลงมาแถว 1,400 จุดบวกลบเป็นจุดที่น่าทยอยซื้อเพื่อการลงทุนข้ามปีนะครับ

กิติชัย เตชะงามเลิศ
                                                                                          09/10/56
หนังสือ "จาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร" ยอดขายขื้นอันดับหนื่งตั้งแต่วันแรกจำหน่ายและครองอันดับ 1 ติดต่อกันมานาน

ติดตามแนวทางการลงทุนของผมได้ที่ 
Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai
Twitter : http://twitter.com/value_talk 
Youtube : http://www.youtube.com/user/wittayu9
Blog :  http://kitichai1.blogspot.com
Instagram : Gid_Kitichai

หรือหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B6 หรือหน้า B10 และนิตยสารคนรวยหุัน, Condo Guide, Stock Review, Me(Market Evolution), Glow และ Lisa  ทุกเดือน
     

สนใจซื้ออสังหาเพื่ออยู่เองหรือเพื่อการลงทุน ลองเข้า http://www.pantipmarket.com/mall/homeproperty
ขาย คอนโด วิช สามย่าน เดิน 2 นาที จาก รถไฟใต้ดิน สถานี สามย่าน ราคาต่ำกว่าโครงการสุด ๆ 2 ห้อง(ชั้น19) ราคา 4.2 ล้าน

                
   โครงการนี้มี 25 ชั้น มีจำนวนห้องทั้งหมด ประมาณ 500 ยูนิต, ถนนสี่พระยา บางรัก ห่างจาก สถานี รถไฟใต้ดิน  สามย่าน ประมาณ 100 เมตร ใกล้ อาคารจามจุรีสแควร์ ตลาดสามย่าน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เตรียมอุดมศึกษา สาธิตจุฬา อาคารชาญอิสระ โรงพยาบาลจุฬาฯ สวนลุมพินี ฯลฯ  มีสวนลอยฟ้า สระว่ายน้ำพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกาย ที่ชั้น 19    
การเดินทางโดยทางด่วน
ขึ้นลง ทางด่วนสามย่าน หัวลำโพง
ขึ้นลง ทางด่วนเชื้อเพลิง พระรามสี่
ขึ้นลง ทางด่วนสุรวงศ์ สีลม
      การเดินทางโดยรถประจำทาง สายที่ผ่าน คือ 1 , 16 ,36 , 45 , 75, 93 และ 187

   ห้องที่จะขายอยู่ชั้น 19
1.ห้อง  18/112  ชั้น 19   พื้นที่ 36.51 ตรม. ราคา 4,200,000 บาท ชั้นนี้ มีสวนลอยฟ้า     ให้เช่าห้อง 22,000 บาท/เดือน
2.ห้อง  18/113  ชั้น 19   พื้นที่ 36.51 ตรม. ราคา 4,200,000 บาท ชั้นนี้ มีสวนลอยฟ้า     ให้เช่าห้อง 22,000 บาท/เดือน

  โปรโมชั่นพิเศษ  เข้าอยู่ได้เลย ฟรีค่าใช้จ่ายทุกรายการ พร้อมของแถมเพียบ
- ฟรีเงินกองทุนคอนโด มูลค่าเกือบ 20,000 บาท
- ฟรีเงินค่าส่วนกลางล่วงหน้าถึง 31 ธค. 56 มูลค่าเกือบ 20,000 บาท
- ฟรีเงินค่ามิเตอร์น้ำ/ไฟ มูลค่า 3,250 บาท

พิเศษสุด!!! สำหรับท่านผู้สนใจที่ตัดสินใจภายในวันที่ 31/1/56 แถมเครื่องใช้ไฟฟ้า 3 ชิ้น ได้แก่ โทรทัศน์ Samsung smart TV จอ L.E.D. 3มิติรุ่นล่าสุด 40 นิ้ว 1 เครื่อง  เครื่องทำน้ำอุ่น 1 เครื่อง ไมโครเวฟ 1 เครื่อง มูลค่าเกือบ 40,000 บาท

หมายเหตุ ทุกห้องของผมวิวดี ไม่มีตึกบัง
ดู VDO ที่ผมถ่ายภายในห้อง ที่ http://youtu.be/Y9j1a7pm-xk