จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร

จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร
เล่าประสบการณ์การลงทุนของผมที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

สมาคมโบรคเกอร์คิดผิด ?



                                                สมาคมโบรคเกอร์คิดผิด ?

            จริงๆแล้ว บทความสัปดาห์นี้ผมตั้งใจจะเขียนเรื่องผลตอบแทนจากหุ้นตอนที่3 ซึ่งจะพูดถึงกลุ่มสื่อสาร แต่อดรนทนไม่ไหวกับมาตรการในการปฎิบัติงานของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแบบใหม่ที่เกี่ยวกับเรื่องช่องทางการรับเงินจากลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งแต่เดิม เมื่อลูกค้าจะนำเงินฝากเข้าบัญชีของตนเองที่เปิดไว้กับทางบริษัทหลักทรัพย์(บล.) ลูกค้าก็เพียงแต่นำเงินเข้าบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์ที่ตนเองเป็นลูกค้าอยู่ แล้วแจ้งให้กับมาร์เก็ตติ้งที่ดูแลบัญชีของลูกค้ารายนั้นๆ แล้วมาร์เก็ตติ้งก็จะแจ้งกับฝ่ายปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องเพื่อเครดิตเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากที่ลูกค้าเปิดบัญชีไว้กับ บล ดังกล่าว อาจจะมีการให้ลูกค้ายืนยันโดย FAX SLIP เงินโอนดังกล่าวให้บล.นั้นๆ หรือส่งผ่าน EMAIL เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่ลูกค้าโอนมาจริง ซึ่งเราใช้แนวทางปฏิบัติแบบนี้มานานหลายสิบปี แต่ล่าสุดทางสมาคม บล. ได้มีแนวทางปฏิบัติแบบใหม่กับทุกบล.ให้แจ้งแก่ลูกค้าได้ทราบถึงแนวทางปฏิบัติแบบใหม่สำหรับช่องทางการฝากเงินของลูกค้าเพื่อป้องกันการทุจริตแอบอ้างเป็นเงินของบุคคลอื่น โดยมีเนื้อความดังนี้ ทางบริษัทขอแจ้งให้ทราบว่าตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 เป็นต้นไป บริษัท จะรับเงินลูกค้าโดยวิธีการหักผ่านบัญชีเงินฝากอัตโนมมัติเท่านั้น (Automated Transfer System /ATS) หรือการหักจากบัญชีแคชบาลานซ์ของลูกค้า ( CASH BALANCE)  เท่านั้นยกเว้นลูกค้าที่เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ใหม่กับทางบริษัท และอยู่ระหว่างรอผลการหักบัญชีอัตโนมัติจากธนาคาร จะสามารถชำระค่าซื้อขายหลักทรัพย์ได้โดยวิธีการโอนเงินเข้าบัญชีบริษัท(ไม่เกิน  1 เดือนตามข้อบังคับตลาด)
            หมายเหตุ 1) การหักบัญชีเงินฝากธนาคารของลูกค้าดังกล่าวให้แจ้งภายในเวลา 17.00 น. เท่านั้น
                          2) กรณีที่ลูกค้าไม่ดำเนินการตามวิธีที่กล่าวข้างต้น แต่ใช้วิธีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของบริษัท ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคืนเงินโอนดังกล่าวให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามประกาศของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย โดยลูกค้าจะได้รับเงินคืนภายในวันทำการถัดไป (T+1) และบริษัท จะไม่รับผิดชอบกรณีที่เกิดความเสียหายจากความล่าช้าในการคืนเงินดังกล่าว
            ผมเห็นว่าแนวทางปฏิบัติการดังกล่าว สมาคม บล.คิดถึงแต่ตัวเองฝ่ายเดียว ผมเข้าใจว่า คงเกิดความผิดพลาดหลายครั้งจนสมาคม บล. ต้องออกแนวทางใหม่ดังกล่าวมา แทนที่จะแก้ที่ต้นเหตุว่าความผิดพลาดเกิดจากอะไร แต่มาแก้ที่ปลายเหตุซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุใหม่ที่จะเกิดความผิดพลาดอีกแบบหนึ่งขึ่นมาได้ โดยคราวนี้ ความผิดพลาดที่เกิดขึ่น จะเป็นความเสียหายของลูกค้าโดยตรง
            ผมยกตัวอย่างดูให้เห็นภาพความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น สมมติว่า บล. A มีลูกค้าอยู่ 30,000 ราย มีการทำรายการคำสั่งฝากเงินจากลูกวันละ 10% เท่ากับ 3,000 ราย/วัน 1 ปีมีประมาณ 240 วันทำการ นั่นหมายความว่ามีรายการที่เจ้าหน้าที่ของ บล. ที่จะต้องทำการหักบัญชี ATS ปีละ 720,000 รายการ ซึ่งนั่นหมายถึง โอกาสที่จะเกิดการผิดพลาดย่อมสูงตามไปด้วย เช่น ลูกค้าสั่งฝากเงิน 1 แสนบาทโดยเงินในบัญชีของลูกค้ามีอยู่ 1 ล้านบาท โดยเงินส่วนที่เหลือในบัญชีของลูกค้าเหลือไว้เพื่อจะใช้ส่วนตัว ซึ่งอาจจะมีการตัดค่าใช้จ่ายบัตรเครดิต และค่าผ่อนดาวน์บ้าน รวมทั้งเงินที่จะโอนไปบัญชีกระแสรายวันสำหรับเช็คที่ลูกค้าตีออกไป ซึ่งบังเอิญเป็นวันเดียวกันกับที่จะฝากเงินเข้ากับ บล. แต่บังเอิญเจ้าหน้าที่ บล. ส่งคำสั่งตัดเงินผิดไปเป็น 1 ล้าน (เลข 0 ต่างกันแค่ตัวเดียว) กรณีนี้ทำให้เงินในบัญชี ATS มีไม่พอที่จะโอนไปบัญชีกระแสรายวันสำหรับเช็คที่ลูกค้าตีออกไป รวมทั้งรายการบัตรเครดิตและค่าผ่อนดาวน์อสังหาก็ไม่สามารถตัดบัญชีได้ เช็คของลูกค้าเด้ง เสียเครดิตที่เคยมีกับธนาคารและผู้รับเช็ค ซ้ำยังต้องเสียค่าธรรมเนียมเช็คเด้ง ลูกค้าต้องเป็นคนจ่าย ขอถามว่าใครจะรับผิดชอบ ถึงแม้ บล.จะโอนเงินกลับคืนให้ลูกค้า วันรุ่งขึ้น แต่เช็คก็เด้งไปเสียแล้ว ระบบแบบนี้ไม่รู้คิดขึ้นมาได้อย่างไร ที่ให้อำนาจ บล มีสิทธิมาหักบัญชีเงินฝากลูกค้าโดยตรง ถ้าเป็นการชำระหนี้ยัง ok แต่นี่เป็นการฝากเงิน ที่ใช้ๆกันมีแต่การหักเพื่อชำระหนี้เท่านั้น ไม่ว่าหนี้สินเชื่อต่างๆ ไม่เคยเห็นมีการตัดบัญชีเพื่อฝากเงินเลย คิดผิดคิดใหม่ได้นะครับ


กิติชัย เตชะงามเลิศ
        2/2/59



ติดตามสาระดีๆทั้งไลฟ์สไตล์และการลงทุนได้ที่
 Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai
 Twitter : http://twitter.com/value_talk
 Instagram : Gid_Kitichai
 Blog : http://kitichai1.blogspot.com
 You Tube : http://www.youtube.com/user/wittayu9
 Google+ : https://www.google.com/+KitichaiTaechangamlert
 Linkedin : https://www.linkedin.com/in/homeproperty
 Pinterest : http://www.pinterest.com/kitichai/
 หรือ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B8หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ และนิตยสารคนรวยหุัน, Condo Guide, Glow, และ Me(Market Evolution) ทุกเดือน 
ถ้าท่านชอบบทความผม ท่านสามารถสมัครสมาชิกโดยเอาเม้าส์ไปทางด้านขวามือจะมีแถบแสดงออกมา แล้วเลือกคลิกไอคอนที่เขียนว่าสมัครรับข้อมูล เมื่อผมมีบทความใหม่ ท่านก็จะทราบทันที



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น