จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร

จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร
เล่าประสบการณ์การลงทุนของผมที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ

วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ลดหย่อนภาษีเพื่อการท่องเที่ยว

                                                                             ลดหย่อนภาษีเพื่อการท่องเที่ยว


         เมื่อเร็วๆนี้มีข่าวว่าทางผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ประชุมร่วมกับภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว มีผลสรุปว่าควรจะออกมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อการท่องเที่ยว โดยมีหลักการในการให้ประชาชนนำค่าใช้จ่ายด้านท่องเที่ยว ซึ่งประกอบด้วย ค่าที่พัก อาหาร ของที่ระลึก ร้านค้าชุมชน ค่าบริการบริษัทนำเที่ยว มาหักลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งจะมีการกำหนดโซนการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองหลัก เมืองรอง  ลดหย่อนเป็นลำดับขั้นบันได โดยแบ่งเป็น

  • โซน 1 เมืองท่องเที่ยวหลัก 14 จังหวัด มีทั้งหมด 14 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นครราชสีมา กาญจนบุรี ชลบุรี เชียงใหม่ ระยอง เพชรบุรี พระนครศรีอยุธยา ขอนแก่น สงขลา ประจวบคีรีขันธ์ สระบุรี ภูเก็ต นครปฐม ลดหย่อนภาษีได้ 15,000 บาท
  • โซน 2 ได้แก่ 12 เมืองต้องห้ามพลาด จำนวน 12 จังหวัด มีทั้งหมด 12 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง น่าน เพชรบูรณ์ เลย บุรีรัมย์ จันทบุรี ตราด สมุทรสงคราม ราชบุรี ชุมพร นครศรีธรรมราช และตรัง ลดหย่อนภาษีได้ 30,000 บาท
  • โซน 3 ก็คืออีก 51 จังหวัดที่เหลือ ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อย ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 50,000 บาท
           ตามความคิดเห็นของผมเมืองท่องเที่ยวหลักในโซน 1  เป็นเมืองที่ได้รับความนิยมจากคนไทยสูงสุดอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรุงเทพซึ่งเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทั้งของคนไทยและต่างชาติอยู่แล้ว  ยิ่งไม่น่าจำเป็นที่จะต้องให้มาตรการภาษีท่องเที่ยวครอบคลุมไปด้วย  แล้วที่ทำให้ผมแปลกใจว่า ทำไมจังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่ทั้งคนต่างชาติและคนไทย นิยมไปเที่ยวกัน ไม่ว่าจะเป็นในตัวเมือง หรือเกาะต่างๆ เช่น เกาะสมุย  เกาะพงัน เป็นต้น  จึงไม่ติดอยู่ในโซน 1 ด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่า ผมอยากให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นหนึ่งในเมืองที่ถูกครอบคลุมอยู่ในมาตรการนี้ด้วย

             ในเมื่อทางฝ่ายรัฐเอง ก็น่าจะทราบดีอยู่แล้วว่า รายได้ของคนในชาติมีความเหลื่อมล้ำกันสูงมาก โดยเฉพาะคนในจังหวัดใหญ่ๆ เมื่อเทียบกับจังหวัดรองหรือจังหวัดเล็ก  แทนที่จะสร้างรายได้ให้กับจังหวัดรองและจังหวัดเล็ก เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้นมา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำดังกล่าว  ถึงแม้ว่ามาตรการดังกล่าว จะให้การลดหย่อนภาษีในอัตราที่แตกต่างกันก็ตาม ผมคิดว่าน่าจะตัดเมืองในโซน 1 ทิ้งไป แล้วเอางบในส่วนที่คิดว่าจะลดหย่อนให้กับเมืองในโซน 1 มาเพิ่มให้กับเมืองในโซน 3 จะไม่ดีกว่าหรือ โดยเพิ่มจำนวนเงินที่สามารถนำมาลดหย่อนได้ให้มากขึ้น ผมอยากให้มาตรการลดหย่อนภาษีเกี่ยวกับการท่องเที่ยวนี้ มีต่อเนื่องไปทุกปี  เพราะเป็นการกระจายรายได้ ไปยังท้องถิ่นที่มีรายได้ต่อหัว ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ ถ้ารัฐทำให้ธุรกิจต่างๆมั่นใจว่า มาตรการนี้จะเป็นมาตรการระยะยาวต่อเนื่องไปไม่ต่ำกว่า 10 ปี ก็จะเป็นการกระตุ้นทางอ้อม ให้กับธุรกิจต่างๆที่อยู่ในเมืองในโซน 2 และโซน 3  ที่อยู่ในเกณฑ์ที่ใกล้เคียง ที่จะเข้าระบบภาษี มีความมั่นใจ แล้วมาเข้าระบบกันเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะสามารถออกใบกำกับภาษีให้กับลูกค้า เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีเกี่ยวกับการท่องเที่ยวได้ รัฐเองก็เก็บภาษีได้มากขึ้น  ก็จะทำให้สามารถคงมาตรการดังกล่าว ให้มีต่อไปได้เรื่อยๆ ส่วนแม่ค้ารายเล็กรายย่อย ก็พลอยจะมีรายได้มากขึ้นไปด้วย จากการที่มีนักท่องเที่ยวต่างถิ่น เข้ามาท่องเที่ยวและจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่อยู่ในระบบภาษีก็ตาม ยิงธนูเพียงดอกเดียว แต่ได้นกตั้งหลายตัว


              จากตารางที่ จะเห็นได้ว่ารายได้ครัวเรือนต่อเดือนของคนไทยในปี 2558 เฉลี่ยเท่ากับ 26,915 บาท โดยจังหวัดที่มีรายได้ของครัวเรือนมากกว่า 40,000 บาทต่อเดือน มี 3 จังหวัดได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และนครปฐม จังหวัดที่มีรายได้ของครัวเรือน อยู่ในระหว่าง 30,000 แต่ไม่ถึง 40,000 บาทต่อเดือน มี 6 จังหวัดได้แก่ นนทบุรี ระยอง จันทบุรี กระบี่ ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี ส่วนจังหวัดที่มีรายได้ครัวเรือนต่อเดือนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมี 59 จังหวัด เมื่อเห็นตัวเลขเหล่านี้แล้วเมืองที่ควรจะอยู่ในโซน 2 และ ควรจะเป็นเมืองที่อยู่ในรายชื่อ 59 จังหวัดดังกล่าว ไม่ควรจะมีเมืองที่อยู่ในโซน 1 เลย แล้วนำเมืองใน 59 จังหวัดดังกล่าว มาจัดเป็นโซน 2 และ 3 โดยเมืองที่มีรายได้ครัวเรือนต่อเดือนต่ำกว่า 20,000 บาท ให้อยู่ในโซน 3 ส่วนที่เหลือก็เป็นโซน พร้อมทั้งเร่งให้ทางททท.พยายามค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็น unseen แล้วโปรโมทสถานที่เหล่านั้น ผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในคนไทยและต่างชาติ มาตรการเหล่านี้ควรจะรีบประกาศเพื่อให้ธุรกิจต่างๆในเมืองที่อยู่ในโซน 2 และโซน 3 ได้รีบเตรียมตัว เพื่อจะรับมือกับปริมาณนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้น รวมทั้งธุรกิจที่คิดจะเข้าสู่ระบบภาษี เพื่อหวังที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยว จะได้มีเวลาในการเตรียมตัว และจดทะเบียนเข้าสู่ระบบภาษีดังกล่าวได้ทันท่วงที แล้วผมยังเห็นว่ามาตรการนี้ ไม่ควรจะจำกัดอยู่ในช่วงระยะเวลาใดระยะเวลาหนึ่ง ควรเป็นมาตรการที่ ให้นักท่องเที่ยวสามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นวันใดๆก็ตามในรอบปีภาษีนั้นๆ มาลดหย่อนภาษีได้ เพื่อจะได้เป็นการกระจายรายได้เฉลี่ยทั้งปีของเมืองท่องเที่ยวนั้นๆ ไม่ใช่ไปกระจุกกันเพียงแค่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของปี หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ต่อไปนี้การออกมาตรการใดๆของรัฐในอนาคต จะมองเป็นระบบบูรณาการ เพื่อแก้ไขปัญหาของชาติทั้งระบบ อย่าให้เหมือนกับที่แล้วๆมาอีกเลย

กิติชัย เตชะงามเลิศ
     18/8/60

ถ้าท่านชอบบทความผม ท่านสามารถสมัครสมาชิกโดยเอาเม้าส์ไปทางด้านขวามือจะมีแถบแสดงออกมา แล้วเลือกคลิกไอคอนที่เขียนว่าสมัครรับข้อมูล เมื่อผมมีบทความใหม่ ท่านก็จะทราบทันที

  
      ติดตามสาระดีๆทั้งไลฟ์สไตล์และการลงทุนได้ที่

 Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai
 Twitter : http://twitter.com/value_talk
 Instagram : Gid_Kitichai
 Blog : http://kitichai1.blogspot.com
 You Tube : http://www.youtube.com/user/wittayu9
 Google+ : https://www.google.com/+KitichaiTaechangamlert
  Pinterest : http://www.pinterest.com/kitichai/

      หรือ 1.หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B6 ในคอลัมน์ "เขียนอย่างที่คิด"   
              2.หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจหน้า 15 เดือนละครั้ง ในคอลัมน์ “จับช่องลงทุน” 
              3.นิตยสาร Be Link ทุกเดือน 
              4.นิตยสาร GQ เดือนเว้นเดือน
              5.นิตยสาร Me(Market Evolution) วารสารเภตรา ของสมาคมศิษย์เก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และ จุลสารเตชะสาร ของสมาคมเตชะสัมพันธ์ ทุกไตรมาส

หาอสังหาทั้งถูกและดีเพื่ออยู่เองหรือเพื่อการลงทุน ได้ที่  http://www.pantipmarket.com/mall/homeproperty

ขายดาวน์คอนโด ริทึ่ม (RHYTHM) รางน้ำ 4 ยูนิตสุดสวย ราคาพิเศษ 2 นาที จาก BTS สถานีอนุสาวรีย์ชัย       






               ห้องที่จะขาย

                              1. A08B02 ชั้น 8 1 ห้องนอน 1ห้องน้ำ 35 ตรม. เฟอร์นิเจอร์บางส่วน หันไปทางทิศเหนือ วิวสวนสวยมาก ไม่ใกล้ลิฟต์ และห้องขยะ  ราคา 6,600,000 บาท
                              2. A09B02 ชั้น 9 1 ห้องนอน 1ห้องน้ำ 35 ตรม. เฟอร์นิเจอร์บางส่วน หันไปทางทิศเหนือ วิวสวนสวยมาก ไม่ใกล้ลิฟต์ และห้องขยะ  ราคา 6,700,000 บาท
                              3.A16A16 ชั้น 16 แบบ STUDIO  28 ตรม. เฟอร์นิเจอร์บางส่วน หันไปทางทิศใต้ ลมเย็นตลอดปี ไม่ใกล้ลิฟต์ วิวสวย ไม่โดนบล็อกวิว ราคา 5,600,000 บาท
                              4.A18B10 ชั้น18 1 ห้องนอน 1ห้องน้ำ 35 ตรม. เฟอร์นิเจอร์บางส่วน หันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ รับลมตลอดทั้งปี วิวสวย ไม่โดนบล็อกวิว ไม่ใกล้ลิฟต์ และห้องขยะ  ราคา 6,900,000 บาท
รายละเอียดโครงการ  ขนาด 1-3-93 ไร่ 28 ชั้น แขวงพญาไท เขตพญาไท  ห้องพักอาศัย 385 ยูนิต ร้านค้า 1 ร้าน ที่จอดรถ 171 คัน (ไม่รวมซ้อนคัน) = 44%
-สวน KARESANSUI และ READING GARDEN ชั้น G และชั้น 6
-สระว่ายน้ำแบบ INFINITY EDGE 180 องศา
- SKY FITNESS และ STEAM ROOM ที่ชั้น 27-28
- ค่าส่วนกลางและกองทุน 58 บาท/ตร.ม.และ 450 บาท/ตร.ม. ตามลำดับ
- คาดว่าจะแล้วเสร็จ ธค. 2560

รีวิวคอนโด ริทึ่ม รางน้ำ(Rhythm Rangnam) https://www.youtube.com/watch?v=YHWeVkKek94

และ https://www.youtube.com/watch?v=FspXRsq6G7Q&list=PL15DD38FD6F2D7874&index=12

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น