จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร

จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร
เล่าประสบการณ์การลงทุนของผมที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ

วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ยุคคนมีเงินฝากอยู่ยาก ทำไงดี? (ตอนจบ)



                                  ยุคคนมีเงินฝากอยู่ยาก ทำไงดี? (ตอนจบ)


            บทความที่แล้วจบตอนเปรียบเทียบราคาต่อตารางเมตรของคอนโดที่แพงที่สุดในประเทศไทย ช่วงก่อนต้มยำกุ้ง(ปี 2540) กับปัจจุบัน 20 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าราคาคอนโดสูงขึ้นอย่างมากสาเหตุส่วนใหญ่มาจาก COST PUSH คือราคาที่ดินที่แพงขึ้นมาก ดูง่ายๆสมัยที่กลุ่มเซ็นทรัลซื้อที่ดินจากสถานทูตอังกฤตย่านเพลินจิตในราคา 950,000 บาทต่อตารางวา ในปี 2549 บนพื้นที่ประมาณ 9 ไร่ มูลค่าประมาณ 3600 ล้านบาท ซึ่งในสมัยนั้นฮือฮามาก ต่อมาได้พัฒนาเป็นศูนย์การค้า CENTRAL EMBASSY และกำลังจะเปิดส่วนที่เป็นโรงแรม PARK HYATT เร็วๆนี้ ล่าสุดมีการซื้อขายที่ดินบริเวณใกล้ๆกันบนถนนวิทยุ ที่ผู้ซื้อคือกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ(BDMS) และผู้ขายคือเจ้าของที่ดินโรงแรมปาร์คนายเลิศ ที่ราคาตารางวาละ 1.80 ล้านบาท รวมมูลค่า 10,800 ล้านบาท บนพื้นที่ประมาณ 15 ไร่ โดยผู้ซื้อจะนำมาพัฒนาเป็น WELLNESS CENTER

       การเปลี่ยนมือของที่ดินแปลงต่างๆ ในย่าน CBD แล้วนำมาพัฒนาเป็นคอนโดเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน โรงแรม ศูนย์การค้า ฯลฯ ทำให้ที่ดินในย่านใจกลางเมืองน้อยลงมาก ในขณะที่ DEMAND ของ DEVELOPER ทั้งหลายยังมีอยู่สูง ราคาที่ดินจึงยังมีแนวโน้มถีบราคาสูงขึ้นไปอีก ยิ่งช่วงที่ภาวะดอกเบี้ยยังต่ำๆอยู่แบบนี้ ยิ่งทำให้เจ้าของที่ดินทำเลดีๆ ยอมที่จะกอดที่ดินไว้ ถ้าไม่ได้ราคาดีๆ ดูแล้วแนวโน้มคนกรุงเทพฯคงจะเหมือนคนฮ่องกง สิงคโปร์ ลอนดอน หรือมหานครอื่นๆ ที่คนกลุ่ม WHITE COLLARS ส่วนใหญ่จะไม่สามารถที่จะเป็นเจ้าของกระทั่งยูนิตขนาดเล็กของคอนโดในเมืองได้เลย จริงๆแล้วในปัจจุบันหลายๆคนก็ไม่มีปัญญาที่จะซื้อหาได้อยู่แล้ว ลองคิดดูสิครับ เงิน 12 ล้านบาท อาจจะแลกกับห้องขนาดเพียง  30 ตรม.เท่านั้น และยิ่งช่วงหลังๆมานี่ สถาบันการเงินก็ระมัดระวังในการปล่อยกู้เป็นอย่างมาก ทำให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อขึ้นสูงมากในหลายๆโครงการ บางโครงการอัตรานี้ขึ้นไปถึง 30-40% เลยทีเดียว โดยเฉพาะโครงการที่เจาะกลุ่มเป้าหมายระดับล่างถึงกลางล่าง ซึ่งยังคงจะเป็นแบบนี้ไปอีกช่วงเวลาหนึ่ง จนกว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นกว่านี้ และอัตราหนี้สินครัวเรือน/ GDP จะลดลง

            กลับมาที่เรื่องการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากให้ได้อีกสัก 1-2% ที่เกริ่นไว้ในตอนที่ 1 ปัจจุบันเรามีสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ซึ่งตั้งขึ้นมาหลังจากที่ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจคราวก่อนที่สถาบันการเงินล้มไปหลายบริษัท ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นกับสถาบันการเงินถูกสั่งคลอนอย่างรุนแรง จึงทำให้ต่อมารัฐบาลได้จัดตั้งสถาบันคุ้มครองเงินฝากเพื่อสร้างความมั่นใจจากผู้ฝากเงินทั้งหลาย เมื่อปี 2551 ตาม พรบ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ.2551 โดยมีหน้าที่หลักคือ

            1.คุ้มครองเงินฝากให้แก่ผู้ฝากเงิน โดยจ่ายคืนเงินให้แก่ผู้ฝากโดยเร็วเมื่อสถาบันการเงินปิดกิจการ
            2.เก็บเงินนำส่งจากสถาบันการเงินที่ได้รับความคุ้มครอง เพื่อสะสมไว้เป็นกองทุนคุ้มครองเงินฝาก สำหรับใช้ในการจ่ายคืนเงินให้แก่ผู้ฝากเงินตามวงเงิน และระยะเวลาตามกฎหมายกำหนด หากสถาบันการเงินใดถูกปิด
            3.ชำระบัญชีสถาบันการเงินที่ถูกปิด และนำเงินที่ได้จากการชำระบัญชีจ่ายคืนให้แก่ผู้ฝากในกรณีที่มีเงินฝากเกินวงเงินที่กำหนดไว้

            ปัจจุบันมีธนาคารพาณิชย์ 30 แห่ง บริษัทเงินทุน 2 แห่ง และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ อีก 3 แห่ง อยู่ภายใต้รายชื่อสถาบันการเงินทีได้รับความคุ้มครอง โดยปัจจุบัน วงเงินคุ้มครองสูงสุดคือ 15 ล้านบาท ซึ่งจะสิ้นสุดวันที่ 10 สิงหาคม 2561 แล้ววงเงินคุ้มครองสูงสุดจะเหลือเพียง 10 ล้านบาท ในช่วงระหว่าง 11 สิงหาคม 2561 ถึง 10 สิงหาคม 2562 แล้วจะลดลงเหลือเพียง 5 ล้านบาทในช่วงระหว่าง 11 สิงหาคม 2562 ถึง 10 สิงหาคม 2563 แล้วหลังจากนั้นจะลดลงเหลือเพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น จึงเป็นโอกาสดีสำหรับคนที่มีเงินออมมากๆ และยังฝากเงินอยู่กับธนาคาร ที่จะแบ่งเงินฝากไปไว้กับสถาบันการเงินเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเงินทุน 2 แห่ง และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์อีก 3 แห่ง ที่เสนออัตราดอกเบี้ยเงินฝากในอัตราที่สูงกว่าธนาคารประมาณ 2 เท่าเลยทีเดียว

สถาบันการเงิน/ระยะเวลาฝาก
1ปี
2ปี

3ปี
1.ธนาคาร
1.30
1.45
1.60
2.บริษัทเงินทุน
2.75*
3.125*
3.25*
3.บริษัทเครดิตฟองซิเอร์
2.75
3.00
3.15

            หมายเหตุ * 2. เป็นเงินฝากประเภทบัตรเงินฝาก (CD)

            สมมติว่าท่านมีเงินฝาก 10 ล้านอยู่ที่ธนาคาร 10 ล้านบาท 3 ปี ถ้าท่านเปลี่ยนมาฝากกับบริษัทเงินทุน ท่านจะได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นปีละ 165,000 บาท 3 ปีรวมแล้วได้ดอกเบี้ยเพิ่มอีก 495,000 บาท เกือบครึ่งล้านเลยทีเดียว แล้วอย่างนี้จะฝากเงินกับธนาคารกันอีกไหมครับ

อ่าน ยุคคนมีเงินอยู่ยาก ทำไงดี? (ตอนที่ 1 ) ได้ที่ http://kitichai1.blogspot.com/2017/02/1.html

กิติชัย เตชะงามเลิศ
       15/2/60

  
      ติดตามสาระดีๆทั้งไลฟ์สไตล์และการลงทุนได้ที่

 Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai
 Twitter : http://twitter.com/value_talk
 Instagram : Gid_Kitichai
 Blog : http://kitichai1.blogspot.com
 You Tube : http://www.youtube.com/user/wittayu9
 Google+ : https://www.google.com/+KitichaiTaechangamlert
 Linkedin : https://www.linkedin.com/in/homeproperty
 Pinterest : http://www.pinterest.com/kitichai/

     หรือ 1.หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B6 ในคอลัมน์ "เขียนอย่างที่คิด"
              2.หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจหน้า 15 เดือนละครั้ง ในคอลัมน์ “จับช่องลงทุน”
              3.นิตยสาร Tycoon ทุกเดือน
              4.นิตยสาร คนรวยหุัน  Me(Market Evolution) วารสารเภตรา ของสมาคมศิษย์เก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และ จุลสารเตชะสาร ของสมาคมเตชะสัมพันธ์ ทุกไตรมาส





ห้องที่จะขายดาวน์และปล่อยเช่า

1. ห้อง 1 นอน 1 น้ำ ชั้น 20, 59.29 ตารางเมตร เป็นมุมที่สวยของตึก ตกแต่งสวยมาก วิวสวยมาก เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน ตกแต่งสวยมาก มี ผ้าม่าน เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน แอร์ 2 ตัว ตู้เย็น 7.9 คิว เครื่องซักผ้าฝาหน้า Digital TV 40 นิ้ว เครื่องทำน้ำร้อน และ Microwave ไม่ติดลิฟท์และห้องขยะ ราคา 7.20 ล้านบาท และให้เช่า ค่าเช่า 32,000 บาท/เดือน ดู VDO @ https://youtu.be/FTxuVzynJjI

2. ห้อง 2 นอน 2 น้ำ ชั้น 20, 80.71 ตารางเมตร เป็นมุมที่สวยที่สุดของตึก ตกแต่งสวยมาก วิวสวยมาก เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน ตกแต่งสวยมาก มี ผ้าม่าน เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน แอร์ - ตัว ตู้เย็น 7.9 คิว เครื่องซักผ้าฝาหน้า Digital TV 40 และ 32 นิ้ว เครื่องทำน้ำร้อน และ Microwave ไม่ติดลิฟท์และห้องขยะ ราคา 9.70 ล้านบาท ค่าเช่า 42,000 บาท/เดือน

ห้องที่จะขายดาวน์พร้อมผู้เช่า

3. ห้อง 1 นอน 1 น้ำ ชั้น 24, 59.29 ตารางเมตร เป็นมุมที่สวยของตึก ตกแต่งสวยมาก เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน ตกแต่งสวยมาก มี ผ้าม่าน เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน แอร์ 2 ตัว ตู้เย็น 7.9 คิว เครื่องซักผ้าฝาหน้า Digital TV 43 นิ้ว เครื่องทำน้ำร้อน และ Microwave ไม่ติดลิฟท์และห้องขยะ ราคา 7.40 ล้านบาท ขายพร้อมผู้เช่า ค่าเช่า 32,000 บาท/เดือน ครบสัญญา 23/10/61 ผลตอบแทนจากการเช่า = 5.19%


     ทั้ง 3 unit ปัจจุบันยังโอนลอยอยู่ ผู้ซื้อจะเสียเพียง 1% ของราคาคอนโดสำหรับค่าโอน รวมทั้งเงินกองทุนคอนโดและค่าส่วนกลางที่จ่ายล่วงหน้าเท่านั้น
CALL   : 081-8118229
LINE   : gid_kitichai
Wechat : gid_kitichai
EMAIL  : gid1998@gmail.com


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น