จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร

จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร
เล่าประสบการณ์การลงทุนของผมที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

เกิดอะไรขึ้นกับ Mister Market


                                   เกิดอะไรขึ้นกับ Mister Market




          เมื่อดู #ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ที่ปิดที่ 1,301.66 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของวัน(ภาพที่ 1) ช่างน่าประหลาดใจจริงๆ เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว(2562) ตอนที่ยังไม่มีการระบาดของ #ไวรัสโควิด19 ดัชนีอยู่แถว 1,500 กว่าๆ หลังจากนั้นก็มีการระบาดของไวรัสทั่วโลก ดัชนีจึงลงมาทำจุดต่ำสุดที่ 969.08 หรือลงมาคิดเป็นประมาณ 40% เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2563 หลังจากนั้นก็ไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ จนล่าสุดเมื่อวันที่ 30 เมษายนปีนี้ปิดที่ 1,301.66 หรือขึ้นมา 34.32%ในเวลาเพียงประมาณเดือนครึ่ง ซึ่งเมื่อเทียบกับดัชนีช่วงเดือนธันวาคมปี 2562 เท่ากับว่าลงมาเพียง 10 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น คล้ายกับตลาดจะบอกว่าวิกฤตไวรัสไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตเลย แล้วจะมีการฟื้นคืนกลับมาในลักษณะวีเชพของเศรษฐกิจ 
         

        ภาพที่ 1 : ดัชนีตลาดหลักทรัพย์

          ผมกำลังสงสัยว่าตลาดอาจจะมีความเชื่อแบบผิดๆ การที่รัฐบาลทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยกำลังออกมาตรการเพื่อจะช่วยอุดหนุนคนในชาติและธุรกิจต่างๆ คุณคิดว่าเงินที่ปั๊มออกมาจะช่วยได้สักกี่เดือน ถ้าสถานการณ์ไวรัสยังอันตรายอยู่ การจะเปิดระบบเศรษฐกิจให้กลับไปเหมือนเดิมโดยเร็ว ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย รัฐบาลต่างๆทั่วโลกก็มีหนี้สินต่อ GDP อยู่ในอัตราที่สูงอยู่แล้ว ยิ่งถ้ามีการนำเงินอนาคตมาใช้เป็นจำนวนมาก แน่นอนย่อมส่งผลกระทบต่อมูลค่าเงินที่แท้จริงของระบบการเงินทั้งโลก จึงไม่แปลกใจที่ทำไมราคาทองคำถึงขึ้นมามาก และนักวิเคราะห์ยังทำนายว่ายังจะขึ้นไปได้อีกเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์จากจุดนี้ ในเมื่อเงินตราทั่วโลกจะเสื่อมมูลค่าลง 

         ที่พูดมานี้ ไม่ได้หมายความว่าจะเชียร์ให้ซื้อทองคำนะครับ เพราะแต่ไหนแต่ไร ผมมักจะแนะนำคนให้ซื้อทองคำไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ของสินทรัพย์ที่มี เพราะว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทน ตราบใดที่ #ราคาทองคำ ไม่ขึ้น คนที่ถือทองคำก็จะไม่ได้ประโยชน์อันใดเลย มิหนำซ้ำถ้าถือทองคำในรูปลักษณะที่เป็น Physical ยังจะต้องมีค่าเก็บรักษาและค่าความเสี่ยงที่จะสูญหายเสียอีกด้วย ปัจจุบันการที่จะเอาของมีค่าไปฝากตู้นิรภัยของธนาคาร คุณจะต้องซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินหรือฝากเงินกับธนาคารจำนวนหนึ่ง คุณถึงจะมีสิทธิ์เปิดใช้บริการเช่าตู้นิรภัยของธนาคารได้ ซึ่งดอกเบี้ยเงินฝากประจำวันที่ 1 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ มันน้อยนิด แน่นอนถ้าคุณสามารถหาผลตอบแทนที่ได้ดีกว่านี้ ส่วนต่างของดอกเบี้ยเงินฝากกับผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์อื่นก็คือ ต้นทุนในการถือครองทองคำของคุณนั่นเอง  ซึ่งหลายๆคนไม่เคยนำเรื่องต้นทุนค่าเสียโอกาสมาคำนวณ 



การที่ผู้ติดเชื้อ #โควิด19 ในเมืองไทยเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง คือเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขหลักเดียวต่อวัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราล็อกดาวประเทศ แต่เมื่อทยอยปลดล็อคดาวน์ รวมทั้งอนุญาตให้มีคนต่างชาติหรือกระทั่งคนไทยที่มาจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศได้ การระบาดรอบ 2 ก็มีความเป็นไปได้สูง ช่วงเกิดการระบาดของไข้หวัดสเปนเมื่อ 100 ปีที่แล้ว ปรากฏว่าการระบาดรอบที่ 2 ทำให้ผู้คนล้มตายไปมากกว่ารอบแรกเสียอีก การที่จะให้มีการกักตัว 14 วันหลังจากที่เข้ามาประเทศไทย ถามจริงเถอะ จะมีนักท่องเที่ยวคนไหนจะเข้ามาประเทศไทย ตราบใดที่ยังมีผู้ติดเชื้อบนโลกนี้เป็นหลักล้านคน และยังไม่มีวัคซีนที่จะป้องกันและรักษาได้ ซึ่ง #องค์การอนามัย #WHO ก็บอกแล้วว่า จะมีวัคซีนได้เร็วสุดก็คือปีหน้า อย่าลืมนะครับ กว่าจะผลิตวัคซีนเพื่อจะฉีดให้กับประชากรทั้งโลก ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนเกือบ 7,800 ล้านคน ขั้นตอนการทดสอบและผลิต ย่อมต้องใช้เวลานาน
   
          #Fauci บอกว่าไวรัส #โควิด19 น่าจะระบาดประมาณ 2 ปี ระหว่างนี้จะควบคุมไม่ได้ จนกว่าจะมีประชากร 2 ใน 3 ของโลกติดเชื้อแล้ว หรือเกิด Herd immunity การระบาดจะเกิดเป็นระลอก ที่น่ากลัวก็คือ สายพันธุ์ที่ยุโรปอเมริกาและเอเชียคนละสายพันธุ์กัน และคนที่เคยติดแล้วยังสามารถกลับมาติดเชื้อนี้ใหม่ได้อีก การคาดหวังเรื่องวัคซีนในระยะสั้น เป็นการเล็งผลเลิศเกินไป

             ผมเชื่อว่ากว่าสถานการณ์ไวรัสจะสงบลง คงจะต้องใช้เวลาอีกอย่างเร็วสุดก็คือปลายปีนี้ แต่ผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสจะยังคงอยู่จนถึงปีหน้า การที่หลายคนเชื่อว่าความต้องการที่อัดอั้นในปีนี้จะไประเบิดในปีหน้า อาจจะเป็นความหวังในแง่ดีเกินไป เพราะว่าวิกฤตครั้งนี้จะทำให้ความมั่งคั่งของคนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ลดลง ทำให้การใช้จ่ายจะมีการระมัดระวังมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าคงทนหรือการท่องเที่ยวและอื่นๆ คนส่วนใหญ่จะเลือกซื้อแต่สิ่งของที่จำเป็นเท่านั้น อะไรที่ยังพอใช้ได้ก็จะทนใช้ต่อไป 

          การเดินทางของคนทั้งโลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนที่จะป้องกันและรักษาไวรัสตัวนี้ได้ เครื่องบินหรือพาหนะที่ใช้เคลื่อนย้ายและขนส่งคน จะมีการใช้ capacity ลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง เพราะว่าจะต้องมีการจัดการเกี่ยวกับ physical Distancing  ยังไม่นับอุปสงค์ที่จะลดลงจากการที่จะเดินทางเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ระบบการใช้การประชุมออนไลน์ในปัจจุบันก็มีเครื่องไม้เครื่องมือที่อำนวยความสะดวกมากมาย รวมทั้งการเดินทางเพื่อสันทนาการจะลดลงเป็นอย่างมาก ลองถามตัวเองสิครับว่า จะให้นั่งรถทัวร์หรือขึ้นเครื่องบินนานๆ แล้วมีคนนั่งติดอยู่กับคุณทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย ด้านขวา ขอให้คุณใส่หน้ากากอนามัยด้วย คุณจะรู้สึกอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้  ผมจึงไม่แปลกใจว่าทำไม #วอร์เรนบัฟเฟตต์ ถึงขายทิ้ง #หุ้นกลุ่มสายการบิน ในพอร์ตออกไปทั้งหมด เพราะว่าจะมีหลายบริษัทในกลุ่มนี้เจ๋งไปในที่สุด ถึงแม้ว่าจะมีบริษัทที่รอดก็ตาม แต่เมื่อหลังจากการระบาด #โควิด19 ลดลง ความที่ธุรกิจนี้มี Barrier of Entry ต่ำ ดังนั้นใครที่มีเงินก็สามารถที่จะเปิดบริษัทสายการบินใหม่  จึงเป็นธุรกิจที่ไม่น่าสนใจในการลงทุน

        ธุรกิจที่จะล้มหายตายจากไปก่อนก็คือธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะสายการบินและโรงแรม ขนาดที่ว่าในช่วงภาวะปกติ #การบินไทย ก็จะเจ๊งมิเจ๊งแหล่อยู่แล้ว ยิ่งมาเจอสถานการณ์แบบนี้ ถ้าไม่ใช่ธุรกิจที่รัฐบาลอุ้มชู ก็ต้องเจ๊งแน่นอน คิดดูสิครับ ถ้าไวรัสยังระบาดแบบนี้ Physical distancing จะทำให้เครื่องบินแต่ละลำ รับผู้โดยสารได้ลดลงไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันจะลดลง แต่ต้นทุนอื่นๆไม่ได้ลดลงตาม ในขณะที่รายได้หายไปไม่ต่ำกว่า 50% เผลอๆน่าจะต่ำกว่า 70% เสียด้วยซ้ำ เพราะว่าคนส่วนใหญ่ก็ยังขยาดที่จะต้องนั่งอยู่บนเครื่องบินที่มีพื้นที่จำกัดและการระบายอากาศก็ไม่ดี ไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลจะต้องไปอุ้มชูธุรกิจที่อ่อนแอปวกเปียกแบบนี้ หรือว่ามีผลประโยชน์ค้ำคอกันอยู่ พี่จะแจกเงินช่วยเหลือประชาชน #เราไม่ทิ้งกัน 5,000 บาท กลับแจกยากแจกเย็นขนาดนั้น 

         ร้านอาหารภัตตาคารก็เป็นอีกกลุ่มธุรกิจนึงที่จะได้รับผลกระทบอย่างสูง โดยเฉพาะจิ้มจุ่มและชาบู รวมทั้งไลน์บุฟเฟ่ ถ้าสถานการณ์ระบาดยังคงดำเนินต่อ นอกจากจะทำให้ผู้คนไม่กล้าที่จะเข้าไปนั่งทานในร้านแล้ว ที่ร้านเองก็ยังต้องจัดที่นั่งให้ผู้ที่เข้ามารับประทานอาหารนั่งห่างกัน ยังไม่นับรวมถึงการทำความสะอาดหลังจากที่ลูกค้าออกจากร้านไปอีก น่าจะทำให้รายได้ลดลงไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง ถ้าไปขึ้นราคาอาหาร ก็จะทำให้ปริมาณลูกค้าลดลง ในขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น การที่รัฐอนุญาตให้เปิดร้านอาหารอีกครั้ง ก็ไม่แน่ว่าจะทำให้ธุรกิจจะอยู่รอดได้หรือไม่ ธุรกิจที่มีสายป่านสั้นคงไม่น่าจะรอด การลดจำนวนพนักงานและการเพิ่มช่องทางขายออนไลน์ คงจะเป็นทางเลือกที่พอจะมีอยู่อันน้อยนิด ในสถานการณ์แบบนี้ร้านค้าอยู่ไม่ได้ บรรดาเจ้าของห้างก็น่าจะเหนื่อย เพราะว่าค่าเช่าที่เคยเรียกเก็บได้คงจะต้องลดลง ถ้าไม่ลดค่าเช่าร้านค้าก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน ทั้งหลายทั้งปวงก็จะส่งผลกระทบให้กับการจ้างงานไปด้วย

          สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือเราแทบจะไม่มีธุรกิจอะไรที่จะตอบรับกับ New Normal ได้เลย ไม่เหมือนกับที่เมืองจีนมี #Alibaba #Tencent #WeChat #Huawei หรือที่เมกามีหุ้นกลุ่ม #FAANG : #Facebook #Amazon #Apple #Netflix # Alphabet (Google) #AirBNB กระทั่ง #Grab ของมาเลเซียหรือ #Get ของอินโดนีเซีย(โกเจ็ก)
โลกหลังจากนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป คนที่ไม่ยอมปรับตัวหรือปรับตัวไม่ได้ หรือผู้ที่เลือกที่จะอยู่ใน Comfort Zone จะถูกละทิ้งไว้อยู่ที่เบื้องหลัง ที่น่าเป็นห่วงก็คือคนไทยส่วนใหญ่จะเป็นคนกลุ่มนี้ ส่วนผู้ที่รอดคือผู้ที่ยอมปรับตัวหรือปรับตัวได้เท่านั้น เป็นไปตาม #ทฤษฎีชาร์ลดาร์วิน



          โดยเฉพาะเศรษฐกิจไทยพึ่งพาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและการส่งออกเป็นอย่างมาก เรามีธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่จะมารองรับ New Normal น้อยมาก ผมเชื่อว่าตลาดที่ขึ้นมารอบนี้น่าจะเป็น #BearMarketRallyTrap นรกขุมอเวจียังมาไม่ถึงครับ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะแย่และช้ากว่าโดยเฉลี่ยของทั้งโลกครับ ผมเชื่อว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปีนี้คงจะอยู่ที่ประมาณ 60 ถึง 65 บาทและปีหน้าคงจะอยู่ที่ราวๆ 75-80 บาทดังนั้น PE ตลาดของปีนี้ปัจจุบันซื้อขายกันที่ประมาณ 20 เท่าและคิดเป็น 16 เท่ากว่าๆสำหรับ PE ของตลาดในปีหน้า ซึ่งนับว่าไม่ถูกเลย เมื่อเทียบกับความเสี่ยงของความไม่แน่นอน ดูเหมือนว่านักลงทุนไทยจะมี Risk Appetite มากขึ้น  สำหรับผมคิดว่า Risk vs Reward ณปัจจุบันนี้ไม่คุ้มค่าเลย

       
ภาพนี้เป็นภาพที่ผมกลัวมากที่สุด เพราะถ้าเป็นไปตามในรูปนี้จริงๆ แสดงว่า #นรกยังมาไม่ถึง #MAYDAYMAYDYเราช่วยกัน Photo credit, Jean Paul Rodrigue Dept.





         ส่วนสินทรัพย์ประเภทอื่นที่มีความเสี่ยงไม่มากนักก็คือ #อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ไม่มากนัก โดยเฉพาะอสังหาเพื่อการอยู่อาศัยที่มีผลตอบแทนจากการเช่าแน่นอน  และควรจะเลือกซื้ออันที่ได้ผลตอบแทนในระดับตั้งแต่ 4 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ในขณะที่ #อสังหาสำหรับการพาณิชย์ หรือออฟฟิศ จะได้รับผลกระทบปานกลาง เนื่องจากความต้องการที่จะเช่าสถานที่ลดลงทั้งจำนวนรายและเนื้อที่ที่จะเปิดทำการค้าขายหรือเป็นสำนักงานน้อยลง อุปสงค์และอุปทานที่เปลี่ยนแปลงไปจะทำให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในอสังหาเพื่อการพาณิชย์และเพื่อสำนักงานลดลง #newnormal คือเหตุผลที่จะทำให้เกิดปรากฏการณ์เช่นนั้น


กิติชัย เตชะงามเลิศ








  ถ้าท่านชอบบทความผม ท่านสามารถสมัครสมาชิกโดยกรอกอีเมลของท่าน ในช่องใต้ Follow by Email ทางด้านขวามือ เมื่อมีบทความใหม่ๆ ก็จะมีการส่งอีเมลแจ้งเตือนให้ท่านทราบ เพื่อจะได้ไม่พลาดบทความดีๆกันนะครับ



ติดตามสาระดีๆทั้งไลฟ์สไตล์และการลงทุนได้ที่

 Instagram : https://www.instagram.com/gid_kitichai/
 You Tube : http://www.youtube.com/c/KitichaiTaechangamlert



15 สุขุมวิท เรสซิเดนซ์ 3 ยูนิต ชั้น 2X แต่งสวย วิวสุดยอด ขายและให้เช่า ขายพร้อมผู้เช่า ผลตอบแทนจากการเช่าดีมาก = 5.57%/ปี

ห้องที่จะขายและให้เช่า

1. ห้อง 2 นอน 2 น้ำ ชั้น 20, 80.71 ตารางเมตร เป็นมุมที่สวยที่สุดของตึก ตกแต่งสวยมาก วิวสวยมาก เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน ตกแต่งสวยมาก มี ผ้าม่าน เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน แอร์ - ตัว ตู้เย็น 7.9 คิว เครื่องซักผ้าฝาหน้า Digital TV 40 และ 32 นิ้ว เครื่องทำน้ำร้อน และ Microwave ไม่ติดลิฟท์และห้องขยะ ราคา 9.2 ล้านบาท ค่าเช่า 39,000 บาท/เดือน






สามารถดาวน์โหลดรูปภาพและวีดีโอห้อง 12/413(2017) ได้ที่



ห้องที่จะขายพร้อมผู้เช่า

2. ห้อง 1 นอน 1 น้ำ ชั้น 24, 59.29 ตารางเมตร ตกแต่งสวยมาก เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน มี ผ้าม่าน เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน แอร์ 2 ตัว ตู้เย็น 7.9 คิว เครื่องซักผ้าฝาหน้า Digital TV 43 นิ้ว และ Android TV 40 นิ้ว เครื่องทำน้ำร้อน และ Microwave เป็นมุมที่สวยของตึก ไม่ติดลิฟท์และห้องขยะ ราคา 6.9 ล้านบาท ค่าเช่า 30,000 บาท/เดือน ผลตอบแทนจากการเช่า = 5.22%






สามารถดาวน์โหลดรูปภาพห้อง 12/478(2405) ได้ที่ 



3. แบบ B2 ห้อง 1 นอน 1 น้ำ ชั้น 20, 59.29 ตารางเมตร ห้องหันไปทิศใต้ ตกแต่งสวยมาก วิวสวยมาก เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน มี ผ้าม่าน เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน แอร์ 2 ตัว ตู้เย็น 7.9 คิว เครื่องซักผ้าฝาหน้า Digital TV 40 นิ้ว และ Android TV 40 นิ้ว เครื่องทำน้ำร้อน และ Microwave เป็นมุมที่สวยของตึก ไม่ติดลิฟท์และห้องขยะ ขายพร้อมผู้เช่า ราคา 6.9 ล้านบาท ค่าเช่า 32,000 บาท/เดือน ครบสัญญา 21/8/63 ผลตอบแทนจากการเช่า = 5.57%






สามารถดาวน์โหลดรูปภาพและวีดีโอห้อง 12/400(2003) ได้ที่



     สามารถดาวน์โหลดรูปภาพและวีดีโอของ 15 สุขุมวิท เรสซิเดนซ์ ทั้งหมดได้ที่ https://www.dropbox.com/sh/a4v6us2c38eptej/AACG1eg2B-xUE5Sl4sTAjrYla?dl=0

ซอยสุขุมวิท  13-15 คลองเตยเหนือ วัฒนา ห่างจาก bts  นานา ประมาณ 600 เมตร และห่างจาก bts  อโศก ประมาณ 500 เมตร
เป็นอาคารสูง  25 ชั้น รวมทั้งหมด 514 ยูนิต พิกัด 13.741981, 100.558231

·        ค่าส่วนกลางและกองทุน 40 บาท/ตร.ม.และ 500 บาท/ตร.ม. ตามลำดับ

* คลับเฮ้าส์ (Clubhouse) และห้องสมุด อยู่ชั้น 7
* ฟิตเนส (Fitness) อยู่ชั้น 8
* สระว่่ายน้ำผู้ใหญ่ (เป็นแบบสระน้ำล้น), มีสระเด็กและจากุซซี่แยกออกมาจากสระผู้ใหญ่ อยู่ชั้น 9
* สระน้ำ ในแบบ water court และน้ำตกเล็กๆ 
* Video door phone เพื่อความปลอดภัย

ส่วนพื้นที่จอดรถในโครงการมีประมาณ 70% รวมจอดซ้อน เริ่มตั้งแต่ชั้น 3 6 รวม 4 ชั้น พื้นที่พักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 7 เป็นต้นไปถึงชั้น 25 ลูกบ้านที่นี่จะได้สิทธิ์ที่จอดรถ 1 คันต่อการซื้อ 1 ห้อง เป็นการจอดแบบไม่ระบุที่จอด ยกเว้น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ เป็นต้นไปที่จะได้สิทธิ์จอดรถแบบระบุบ้านเลขที่ให้ สามารถเข้าออกโครงการได้ทั้ง 2 ด้าน ทั้งซอย 13 และ15

ร้านค้าในบริเวณรอบๆคอนโด:
  • ท็อปส์มาร์เก็ต (โรบินสันสุขุมวิท 19) ห่างจากคอนโด 580 เมตร
  • วิลล่ามาร์เก็ต (แอมบาสซาเดอร์) – 190 เมตร
  • สุขุมวิทพลาซ่า – 600 เมตร
  • แอมพลาซ่า – 230 เมตร
  • เดอะแลนด์มาร์คพลาซ่า – 760 เมตร
  • 7-11 10 เมตร

โรงเรียนและโรงพยาบาล ที่ใกล้ที่สุดในบริเวณ 15 สุขุมวิท เรสซิเด็นท์ :
  • เฮลท์แลนด์นวดแผนไทย ระยะทางประมาณ 410 เมตร เดินทาง
  • โรงเรียนนานาชาตินิสท์ – 650 เมตร
  • โรงเรียนนานาชาติเซนต์สตีเฟน – 660 เมตร
  • โรงเรียนเซนต์ดอมินิก – 840 เมตร
  • เทควันโด – 840 เมตร
  • โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง  680 เมตร
  • โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์  990 เมตร

บริเวณใกล้เคียงคอนโดมีร้านอาหาร มากมาย เช่น:

  • โวล่า – 180 เมตร
  • แล๊พพาร์ท – 200 เมตร
  • โดซ่าคิงส์ – 480 เมตร
  • คาตาลาน่า ทาปาสแอนด์ไวน์ – 500 เมตร
  • ชาร์เล่ย์บราวส์ – 520 เมตร       


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น