ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ตลาดหลักทรัพย์กลายเป็นแหล่งลงทุนของนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาเพื่อหวังผลตอบแทนจากการลงทุน บ้างก็ประสบความสำเร็จ บ้างก็ล้มเหลว ตามกฏของ Pareto’s Principle หรือที่นิยมเรียกว่า 80-20 RULE คือมี 80%
ที่ล้มเหลว 20% ที่ประสบความสำเร็จ แต่ใน 20%
ที่ว่าประสบความสำเร็จนั้น มีไม่กี่% ที่ได้ผลตอบแทนต่อปีมากกว่า
15% แบบต่อเนื่อง
การที่ใครสักคนอยากจะเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ เขาเหล่านั้นควรจะทำอย่างไรบ้าง
1.
ติดตามข่าวสารข้อมูลเศรษฐกิจของโลก ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของประเทศหลักๆ
โดยเฉพาะสหรัฐ ว่าเป็นอย่างไร กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง โดยปกติ
ราคาหุ้นกับอัตราดอกเบี้ยจะสวนทางกัน คือ
เมื่อไหร่ที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น หุ้นมักจะลง แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยอยู่ในขาลง หุ้นมักจะขึ้น เว้นแต่หลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ แล้วเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ดอกเบี้ยพึ่งจะเริ่มขึ้น แบบนี้หุ้นก็อาจจะขึ้นไปได้อีกสักระยะ จนกว่าดอกเบี้ยขึ้นใกล้จุดสูงสุด นั่นหมายความว่า เศรษฐกิจจะเข้าสู่จุดอิ่มตัว นักลงทุนที่ชาญฉลาดก็จะขายหุ้นออกไปก่อนสัก 6-9
เดือนล่วงหน้า
ซึ่งเราก็จะเห็นถึงแรงขายที่มากกว่าแรงซื้อ ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นตกลงอย่างรุนแรง ในทำนองกลับกัน ช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ อัตราดอกเบี้ยส่วนมากมักจะเป็นขาลง ในช่วงที่ดอกเบี้ยเริ่มลงใหม่ๆ ยังไม่ควรรีบซื้อหุ้น เพราะว่าหุ้นส่วนใหญ่จะทำ New
Low ไปสักระยะใหญ่ๆ
จนเมื่อแน่ใจว่าอัตราดอกเบี้ยใกล้จุด Bottom แล้ว ตัวเลขทางเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการจ้างงาน ยอดซื้อสินค้าคงทนที่สูงขึ้น เป็นต้น
เมื่อนั้นก็เป็นจุดที่จะกลับเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นได้แล้ว โดยปกติอัตราดอกเบี้ยของไทยจะเป็นไปตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ
ยิ่งถ้าทำตัวเป็นนักลงทุนระยะยาวเข้าสะสมหุ้นช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว แล้วขายเอาช่วงที่เศรษฐกิจใกล้จุด Peak ผลตอบแทนน่าจะได้หลายร้อยเปอร์เซนต์
ถ้าเลือกซื้อหุ้นได้ถูกตัวแล้ว
นี่คือผลตอบแทนที่งดงามจากการทำการบ้านมาเป็นอย่างดี


















